ปลัดทส. เร่งตรวจสอบ ทั้งระบบ-คน หลังกกร.เผยผลสำรวจ 10 หน่วยงาน เปรียบกระทรวงเหมือนโรงงาน มีหลายส่วน วอนชี้เป้าจุดเสี่ยงของหน่วยงานอยู่ที่ไหน ไม่ป้องคนผิด-อุดรูรั่วได้ถูกจุด

เมื่อเวลา 08.55 น.วันที่ 20 พ.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางรวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมผู้บริหารของกระทรวงเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา หลังคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) เผยผลสำรวจ 10 หน่วยงาน รับสินบนว่า ตนได้ประชุมร่วมกับผู้บริหาร รองปลัดกระทรวง ผู้ตรวจราชการ อธิบดีทุกกรม ไม่เฉพาะที่เป็นข่าวแค่ 3-4 กรม เพราะให้ความสำคัญกับเรื่องปัญหาคอร์รัปชัน

รัฐบาลทุกชุด ให้ความสำคัญ นับตั้งแต่ปฏิรูประบบราชการ มีการตั้งองค์กรอิสระหลายหน่วยงาน มีการสร้างข้าราชการโปร่งใส การปรับกระบวนงานการอนุมัติให้เกิดความรวดเร็ว และประเทศไทยทำงานเรื่องนี้อย่างเต็มที่

ผู้สื่อข่าวถามกรณีกรมควบคุมมลพิษ ได้ขอข้อมูลจาก กกร. มาเรียบร้อยแล้ว นางรวีวรรณ กล่าวว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มอบหมายตนให้เชิญกกร.ร่วมหารือในการประชุมเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา ได้ส่งหนังสือเชิญไปแล้ว แต่ทางกกร.ไม่ได้ส่งผู้แทนมาร่วม ซึ่งเราได้ประชุมต่อไปเพราะอยากจะทำงานไปข้างหน้า

ดังนั้น หากมีข้อมูลว่ามีหน่วยงานใดและภารกิจใดของหน่วยงานเราที่เป็นปัญหา จะได้แก้ไข เพราะหลักการของกระทรวงทส. จะไม่ปกป้องคนผิด จะต้องแก้ไขและอุดรูรั่ว ยกตัวอย่าง เราเป็นโรงงาน ถ้าระบุว่าโรงงานไม่ดี มีปัญหา แต่ไม่ได้บอกจุดมาว่าต้องแก้ที่ไหน เป็นส่วนของเครื่องจักร เป็นที่คน หรือไลน์การผลิตไหน ก็ต้องใช้เวลาตรวจสอบมาก

แต่ถ้าหวังผล ให้แก้ปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง และรวดเร็ว ต้องเอาข้อมูลที่สำรวจ ผ่านการแสดงความคิดเห็น และมีการคำนวณวงเงินตัวเลขที่ละเอียด ถึงหลักหน่วย เพื่อที่เราจะได้เห็นตัวเลขตรงนี้เพื่อนำไปแก้ไข ไม่ใช่นำมาเพื่อทะเลาะกัน ตรงนี้คือสิ่งที่อยากเห็น เราไม่ได้อยากเห็นข้อมูลว่าใครเป็นคนให้มา

ถ้าเป็นโรงงาน เรามีทั้งส่วนกลาง ที่กำหนดนโยบาย มีหน้างานทั้งกรมควบคุมมลพิษ ขยะ น้ำเสีย ดังนั้น ถ้าต้องการอุดรูรั่วเรื่องของการทุจริตคอร์รัปชัน กระทรวงทส. ยินดีก้าวไปข้างหน้าอย่างสร้างสรรค์ด้วยกัน และอยากทำงานร่วมกับกกร. จึงต้องการข้อมูลตรงนี้ด้วย ทั้งนี้จะตั้งคณะกรรมการทำงานร่วมกันระหว่างกระทรวงและกกร. คิดว่าเป็นเรื่องดีของประเทศที่จะก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน

เมื่อถามว่ามีกรอบเวลาตรวจสอบในเรื่องนี้หรือไม่ ปลัดทส. กล่าวว่า เราไม่ต้องกำหนดกรอบเวลา เพราะการประชุมเมื่อวาน (19 พ.ค.) ถือว่านับหนึ่งแล้ว เรามีศูนย์ต่อต้านทุจริต และทุกหน่วยงานมีอยู่แล้ว

ผลสำรวจที่สอบถามออกมา มีถึง 26 หน่วยงาน เช่น กรมทรัพยากรธรณี เดิมยังไม่มีเรื่องปรับโครงสร้าง ต้องดูหลายเรื่อง แต่ปัจจุบันดูเรื่องการจัดทำแผนแม่บท มีการจัดแบ่งหน่วยงานรับผิดชอบ จึงต้องถามว่าในแบบสอบถาม ได้ระบุหรือไม่ว่าเป็นหน่วยงานใด และประชาชนที่ทำแบบสอบถามได้เข้าใจลักษณะงานหรือไม่ ต้องให้ความเป็นธรรมกับเขาเพราะเป็นหน่วยวิชาการ

ทั้งนี้ สำนักงานปลัดจะเป็นหน่วยกลาง สั่งผ่านศูนย์ปฏิบัติการรับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนและเคลียร์ให้รวดเร็ว โดยจะเชื่อมต่อกับศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์อื่น โดยมีหลักในการทำงานอยู่แล้ว ในการสอบข้อเท็จจริงและให้ความเป็นธรรมกับเจ้าหน้าที่

ปลัด ทส. กล่าวว่า การรับข้อมูลจากภายนอกเป็นสิ่งสำคัญและสิ่งที่กกร.ทำ ถือว่าเป็นหนึ่งเสียง ที่เราให้ความสำคัญมาก รวมถึงเสียงจากในโซเชียลก็ดูตลอดว่ามีปัญหาอะไรบ้าง และสั่งการให้ทุกกรมไปหาจุดงานที่คิดว่าเป็นความเสี่ยง เนื่องจากว่าไม่ได้ระบุมา และอธิบดีแต่ละกรม น่าจะทราบความเสี่ยงอยู่แล้ว แม้ไม่ใช่หน่วยงานอนุญาต แต่อาจเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดจ้างหรือไม่

ให้หยิบมาดูเบื้องต้น 1-2งาน เพื่อมาตรวจสอบกระบวนการตั้งแต่ต้นว่าจะมีจุดรั่วตรงไหนบ้าง และส่วนไหนที่ต้องใช้ดุลพินิจ โดยในที่ประชุมย้ำเรื่องความโปร่งใสและลดการใช้ดุลพินิจ และประกาศคู่มือปฏิบัติการคือระยะเวลา ให้ชัดเจนเรื่องการลดขั้นตอน รวมถึงประชาชนเข้าถึงข้อมูลได้

เช่น กรมป่าไม้ เมื่อส่งใบอนุญาตเข้ามาแล้ว ขั้นตอนไปอยู่ตรงไหนหรืออยู่ในพื้นที่ อยู่ที่ส่วนกลางข้อมูลเพียงพอหรือไม่ จะต้องออกตรวจหรือทำแผนที่หรือไม่ เพื่อลดความกังวลใจของประชาชน

ขณะที่กรมอุทยานแห่งชาติสัตว์ป่าและพันธุ์พืชให้ความสำคัญเรื่อง ตั๋วอิเล็กทรอนิกส์ ที่ได้รับเสียงสะท้อนมาจากโซเชียลค่อนข้างมาก ซึ่งเรื่องนี้อยู่ในกระบวนการทำงาน โดยจะเน้นกรมที่ปรากฏอยู่ในผลโพล ขณะที่กรมอื่นไม่ได้นิ่งนอนใจ ให้ตรวจสอบ เช่นเดียวกันทั้งตัวระบบและคน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน