คปท. ร้อง ผู้นำฝ่ายค้าน-พรรคร่วมฝ่ายค้าน ยื่นสภา ส่งศาลฎีกาตั้งคณะไต่สวนอิสระสอบ ป.ป.ช. ปมยกคำร้อง ‘ศักดิ์สยาม’ ด้าน ปชน.จ่อยื่นคำร้องได้ช่วงต้นมิ.ย. ขณะที่ ‘ประชาธิปัตย์-ไทยภักดี-เสรีรวมไทย’ พร้อมหนุนลงชื่อด้วย ขณะที่ ‘เสรีพิศุทธิ์’ ลั่น พรรคไหนไม่ลงชื่อก็ไม่ต้องมาคบกัน

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 20 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา กลุ่มเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) ยื่นหนังสือถึง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้าน ในสภาผู้แทนราษฎร รวมถึงพรรคประชาธิปัตย์ พรรคไทยภักดี และพรรคเสรีรวมไทย

ขอให้รวบรวมรายชื่อยื่นต่อ นายโสภ​ณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา เสนอเรื่องไปยังศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะผู้ไต่สวนอิสระสอบการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กรณียกคำร้อง นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม ในคดีซุกหุ้น

นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการทำคำร้องคงต้องใช้เวลาอีกสักพักหนึ่ง เบื้องต้นตั้งใจจะยื่นในสิ้นเดือนพ.ค. แต่เมื่อประชาชนสนใจในประเด็นนี้มากขึ้น ได้ส่งข้อมูลข้อเท็จจริงเข้ามาจึงต้องนำข้อเท็จจริงเหล่านั้นมาประกอบในคำร้อง และคาดว่าทุกอย่างจะเสร็จเรียบร้อยและยื่นต่อประธานรัฐสภาได้ในช่วงต้นเดือนมิ.ย.นี้

ข้อเท็จจริงที่ได้มาเป็นข้อเท็จจริงที่มีข้อยุติแล้ว รวมถึงข้อเท็จจริงที่ปรากฏในกระบวนการไต่สวนของ ป.ป.ช. เอง รวมถึงระยะเวลาที่ ป.ป.ช. ใช้พิจารณาคำร้องนี้ สำหรับหลักการ ป.ป.ช. ไม่ได้มีหน้าที่ พิพากษาหรือวินิจฉัยคดี แต่เป็นหน้าที่ของศาล ซึ่ง ป.ป.ช. มีหน้าที่เป็นเพียงเจ้าพนักงานสอบสวน หน้าที่หลักคือการไต่มูลแล้วนำไปส่งศาล ข้อเท็จจริงที่ปรากฏไม่ว่าทางในหรือทางนอกก็ตาม

“จากคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญวิญญูชนก็คาดหมายได้ว่ามีมูล ดังนั้น เมื่อข้อเท็จจริงมีมูล ป.ป.ช. ก็ควรที่จะส่งสิ่งที่มีมูลนี้เข้าสู่ศาล ให้ศาลได้เป็นผู้วินิจฉัย เพราะป.ป.ช.ไม่สามารถที่จะเป็นผู้พิพากษา แต่ป.ป.ช.สามารถเป็นผู้พิพากษาได้ในกรณีที่ไม่ส่ง คือการยกฟ้อง” นพ.วาโย กล่าว

นพ.วาโย กล่าวต่อว่า รวมถึงกำลังยกคำร้องใหม่ในกรณีที่ให้ ให้ประธานสภาส่งศาลฎีกา ตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช.ในกรณี คลิปเสียงของนายวันมูหะมัดนอร์ มะทา อดีตประธานรัฐสภา ที่ก่อนหน้านี้ เคยยื่นไปในสมัยประชุมที่แล้ว ซึ่งนายวันมูหะมัดนอร์ ปัดตกก่อนยุบสภา ซึ่งอยู่ระหว่างการยกคำร้อง ประกอบกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นใหม่ด้วย เพื่อให้ประธานรัฐสภาคนใหม่ได้วินิจฉัย

ด้านนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าววา พรรคประชาธิปัตย์ยืนยันว่าได้ติดตามเรื่องนี้มาตลอด หลังจากนี้พรรคประชาธิปัตย์จะยื่นคำร้องแยกตามกฎหมาย ป.ป.ช. เพื่อให้ ป.ป.ช.พิจารณาในประเด็นที่ยังไม่ได้วินิจฉัยในกรณีนายศักดิ์สยาม เพิ่มเติมเช่นกัน นอกจากนี้ คปท.ได้ยื่นให้ติดตามการเรียกเก็บภาษีหุ้นชินคอร์ป ของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ติดตามเรื่องนี้อยู่แล้ว

ขณะที่นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นปัญหาที่เราจะพิทักษ์ผลประโยชน์ของชาติ แม้เราจะมีข้อจำกัดคือเรามี 1 เสียง แต่สิ่งที่เป็นประโยชน์กับประชาชนเราพร้อมลงโลงไปด้วยกัน ซึ่งในวิปฝ่ายค้านเห็นตรงกันว่าจะต้องขับเคลื่อนเรื่องนี้ ฉะนั้น ยืนยันว่าพร้อมสนับสนุนลงชื่อ

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเสรีรวมไทย กล่าวว่า เรื่องที่ คปท. ยื่นมาทั้ง 2 กรณีนั้น เป็นเรื่องที่ความชัดเจนที่เราจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามคำพิพากษา หรือแม้กระทั่งเรื่องของป.ป.ช. ก็ไม่ควรตัดต่อเช่นนี้ ยืนยันว่าเราพร้อมลงชื่อสนับสนุน เพราะไม่สามารถยื่นเรื่องเองได้เนื่องจากมีแค่ 1 เสียง

ส่วนเรื่องที่ตนจะยื่นเรื่องสอบกรณีที่ดินเขากระโดงนั้น ที่แม้ขณะนี้ศาลฎีกาจะพิพากษาแล้ว ก็ชัดเจนว่าไม่มีการปฏิบัติตามคำพิพากษามาจนวันนี้ แม้ไมมีใครทำ ตนก็ทำ แต่ทำแล้วตนลงชื่อไม่ได้ ขอฝาก นายณัฐพงษ์ พรรคประชาธิปัตย์ ช่วยกรุณารีบลงนามให้ตน จะได้ดำเนินการต่อได้ ส่วนพรรคที่ตนไม่ได้พูดถึงเขาไม่ลงอยู่แล้ว ก็ไม่เป็นไร บอกแล้วว่าถ้าไม่ลงก็ไม่ต้องมาคบกัน

ด้านนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยืนยันว่าไม่ได้ติดขัดที่จะใช้อำนาจของสมาชิกรัฐสภา ตรวจสอบองค์กรอิสระซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ เชื่อว่าตราบใดที่เป็นผลประโยชน์ของประเทศ เราก็คบกันได้เสมอ แต่ในเรื่องจุดยืนบางอย่าง เช่น การระมัดระวังในการขยายอำนาจขององค์กรอิสระ ล้ำเขตแดนตัวแทนของประชาชนซึ่งเรื่องนี้พรรคประชาชนก็ระวังเสมอ

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน