สภาฯ โต้ ‘หมอวรงค์’ ปมกองทุนอดีตรัฐสภา ย้ำตรวจสุขภาพประจำปีทำได้ครั้งเดียว ไม่เกิน 1.3 แสน ส่วนเงินช่วยเหลือค่าเรียน รร.นานาชาติต้องเข้าข่ายได้รับเงินอุดหนุน ย้ำยึดหลักเกณฑ์ตามกรมบัญชีกลางตั้งแต่ 13,200 บาทไม่เกิน 2.5 หมื่นบาท
เมื่อวันที่ 21 พ.ค.2569 ที่รัฐสภา นายณัฏฐกฤษฎ์ วงศ์เจริญ รองเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร ฐานะโฆษกสำนักงานเลขาธิการสภาฯ แถลงกรณีกองทุนอดีตสมาชิกรัฐสภาว่า จากการที่ นพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคไทยภักดี ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสิทธิประโยชน์ของกองทุนผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภานั้น เนื่องจากข้อมูลบางส่วนยังไม่ตรง
ทางสำนักงานเลขาธิการสภาฯ จึงขอเพิ่มเติมข้อมูลข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายเพื่อให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น รวมทั้งสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องให้กับประชาชน
นายณัฏฐกฤษฎ์ กล่าวว่า กรณีการจ่ายเงินช่วยเหลือในการรักษาพยาบาล ที่มีการตั้งข้อสังเกตว่ามีการจ่ายเงินช่วยเหลือ ในการรักษาพยาบาลเกี่ยวกับการตรวจสุขภาพประจำปีในวงเงิน 130,000 บาทต่อปี ถือเป็นสิทธิประโยชน์ที่มากเกินไปนั้น ข้อเท็จจริงคือระเบียบคณะกรรมการกองทุน (ฉบับที่4 ) พ.ศ.2567 มีการแก้ไขเพิ่มเติมในบทนิยามคำว่า การรักษาพยาบาล
ทั้งนี้ คณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา แสดงความเห็นในการแก้ไขเพิ่มเติม ได้นิยามคำว่าการรักษาพยาบาล การตรวจสุขภาพประจำปี ว่าการตรวจสุขภาพในเชิงป้องกันจะช่วยประหยัดงบประมาณรายจ่ายได้มากกว่าการจ่ายเงินเพื่อการรักษาพยาบาล ซึ่งทำได้ครั้งเดียว และเป็นวงเงินรวม
นายณัฏฐกฤษฎ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการจ่ายเงินช่วยเหลือ ในกรณีให้การศึกษาบุตรบุตรที่ศึกษาโรงเรียนนานาชาติได้เต็มจำนวน เห็นว่าสิทธิประโยชน์ที่มากเกินไปและไม่เหมาะสมนั้น จากข้อ 45 ของระเบียบคณะกรรมการกองทุนฯ พ.ศ.2556 และที่แก้ไขเพิ่มเติมกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือสุขภาพได้ ดังนี้
บุตรที่ชอบด้วยกฎหมาย เข้ารับการศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงปริญญาตรี ยื่นขอรับเงินช่วยเหลือได้ 2 คน โดยอายุไม่เกิน 25 ปีบริบูรณ์ หากบิดามารดาเป็นสมาชิกรัฐสภาทั้งสองฝ่าย ให้เฉพาะฝายใดฝ่ายหนึ่งเป็นผู้ยื่นขอรับเงินช่วยเหลือเพียงฝ่ายเดียว
การจ่ายเงินเงินช่วยเหลือเบิกจ่ายตามประเภทและไม่เกินอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด ตามกฎหมายว่าด้วยเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตรตามหนังสือกรมบัญชีกลางด่วนที่สุดที่ กค 0422.3/ ว257 ลงวันที่ 28 มิ.ย.59
“โรงเรียนนานาชาติ ต้องพิจารณาว่าเป็นสถานศึกษาของเอกชน ที่รับเงินอุดหนุนหรือไม่รับเงินอุดหนุน และศึกษาอยู่ระดับชั้นใด ซึ่งจะได้รับอัตราการจ่ายเงินช่วยเหลือการศึกษาตามที่กระทรวงการคลังกำหนด ตั้งแต่ 13,200 – 25,000 บาทต่อปีการศึกษา ซึ่งเป็นอัตราที่เหมาะสมและเป็นไปตามระเบียบคณะกรรมการซึ่งแก้ไขล่าสุด เป็นการให้ตามหลักเกณฑ์ตั้งแต่เริ่มต้น” นายณัฏฐกฤษฎ์ กล่าว