กกต. ชี้บัตรเลือกตั้ง ผู้ว่าฯกทม.-เมืองพัทยา ใช้ประทับตราบัตร กันปลอมแปลง ย้ำไม่เชื่อมโยงผู้ใช้สิทธิ์ พร้อมไม่กระทบหลักการออกเสียงแบบลับ
เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2569 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ชี้แจงถึงมาตรการรักษาความปลอดภัยบัตรเลือกตั้งที่จะใช้ในการเลือกตั้งท้องถิ่น ระบุว่า ตามที่ปรากฎข้อมูลและข้อคิดเห็นในสื่อสังคมออนไลน์เกี่ยวกับมาตรการป้องกันการปลอมแปลงบัตรเลือกตั้งในการเลือกตั้ง สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร(สก.) ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร สมาชิกสภาเมืองพัทยา และนายกเมืองพัทยา ซึ่งจะมีการเลือกตั้ง ในวันที่ 28 มิ.ย.2569 นั้น
สำนักงาน กกต. ขอชี้แจงว่า พระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.)การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 10 วรรคสอง บัญญัติว่า การเลือกตั้งให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ ซึ่งเป็นหลักการสำคัญในการจัดการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย
และมาตรา 37 แห่งพ.ร.บ.ดังกล่าว บัญญัติให้ กกต.เป็นผู้รับผิดชอบการจัดพิมพ์ ควบคุมการพิมพ์ และกำหนดวิธีการจัดส่งบัตรเลือกตั้ง ตามระเบียบที่ กกต.กำหนด และมาตรา 77 บัญญัติให้หีบบัตรเลือกตั้งและบัตรเลือกตั้ง ให้มีลักษณะตามที่ กกต.กำหนด
ทั้งนี้ ข้อ 134 ของระเบียบกกต.ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้ กกต.หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายเป็นผู้กำกับ ควบคุมการจัดพิมพ์ และการจัดส่งบัตรเลือกตั้ง
การกำหนดมาตรการป้องกันการปลอมแปลงและรักษาความปลอดภัยบัตรเลือกตั้ง โดยให้โรงพิมพ์ที่ กกต.มอบหมายเป็นผู้จัดพิมพ์ให้มีจำนวนเพียงพอต่อจำนวนผู้มีสิทธิเลือกตั้งในการเลือกตั้งขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นแต่ละแห่ง ประกอบกับข้อ 133 กำหนดให้ ก่อนนำบัตรเลือกตั้งไปใช้ในการเลือกตั้งครั้งใด เมื่อใด ให้มีการประทับตราหรือเครื่องหมาย ตามแบบที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำจังหวัด(ผอ.กกต.จว.)กำหนด
โดยมาตรการป้องกันการปลอมแปลงดังกล่าว เป็นมาตรการด้านการควบคุมการจัดพิมพ์และรักษาความปลอดภัยของบัตรเลือกตั้ง ซึ่งมีความแตกต่างในการเลือกตั้งท้องถิ่น และการเลือกตั้งระดับชาติแต่ละครั้ง
นอกจากนี้ บัตรเลือกตั้งท้องถิ่นก่อนนำไปใช้ในการเลือกตั้ง จะมีการประทับตราบนบัตรเลือกตั้งบริเวณรอยปรุ เพื่อป้องกันการนำบัตรเลือกตั้งไปใช้ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น
ทั้งนี้ การกำหนดมาตรการป้องกันการปลอมแปลงดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็นวิธีการใด ไม่สามารถตรวจสอบหรือเชื่อมโยงไปถึงผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งได้ และไม่กระทบต่อหลักการออกเสียงลงคะแนนโดยลับตามที่กฎหมายกำหนด