คพ. ยืนยันพร้อมเปิดรับการตรวจสอบการทุจริตทุกกรณี ชี้ผลสำรวจ กกร. เป็นข้อมูลเชิงการรับรู้ ไม่ควรใช้จัดอันดับหน่วยงานรัฐหรือสะท้อนภาพรวมทุจริตของประเทศ

วันที่ 25 พ.ค.2569 ที่กรมควบคุมมลพิษ นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ(คพ.) แถลงผลการพิจารณาเอกสารงานวิจัยการสำรวจความคิดเห็นของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) กรณีระบุว่า คพ. เป็นหน่วยงานที่มีการเสนอสินบนเฉลี่ยสูงสุด 102,160 บาทต่อครั้งว่า หลังทราบผลสำรวจ คพ. ได้เรียกประชุมผู้บริหารทั่วประเทศทันที

และทำหนังสือเปิดผนึกถึง กกร. เมื่อวันที่ 15 พ.ค.2569 เพื่อขอให้ชี้แจงที่มาของข้อมูล วิธีการตรวจสอบ และส่งมอบหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 7 วัน เพื่อให้ คพ. สามารถตรวจสอบได้ว่ามีเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องกับการทุจริตจริงหรือไม่

ทั้งนี้ กกร. ได้จัดส่งหนังสือชี้แจงหลักการและระเบียบวิธีการสำรวจมายัง คพ. เมื่อวันที่ 22 พ.ค. พร้อมเอกสารประกอบ ได้แก่ สรุประเบียบวิธีการสำรวจ ตัวอย่างแบบสอบถาม และเอกสารประกอบการแถลงข่าวที่เผยแพร่ต่อสาธารณะ

นายสุรินทร์ กล่าวว่า คพ. ไม่ได้ปฏิเสธการตรวจสอบเรื่องการทุจริต ตรงกันข้ามยินดีให้ตรวจสอบอย่างเต็มที่ เพราะปัญหาคอร์รัปชันส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การลงทุน และความเชื่อมั่นของประชาชน หากพบเจ้าหน้าที่กระทำผิดจะดำเนินการทางวินัยอย่างเด็ดขาดโดยไม่มีข้อยกเว้น

พร้อมทั้งได้แต่งตั้งคณะทำงานทบทวนมาตรการและแนวทางปฏิบัติราชการในทุกขั้นตอน เพื่อป้องกันการทุจริต โดยเฉพาะกระบวนงานตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับแหล่งกำเนิดมลพิษ ซึ่งเป็นจุดที่มีความเสี่ยงด้านการใช้อำนาจและตำแหน่งหน้าที่

อธิบดี คพ. กล่าวว่า ประเด็นสำคัญที่ คพ.ต้องการสะท้อน คือ ผลสำรวจดังกล่าวเป็น “ข้อมูลเชิงการรับรู้” หรือ Perception ซึ่งหมายถึงข้อมูลที่สะท้อนความรู้สึก ความเชื่อ หรือประสบการณ์ของผู้ตอบแบบสอบถามในช่วงเวลาหนึ่ง ไม่ใช่ข้อเท็จจริงที่ผ่านการตรวจสอบหรือพิสูจน์ทางคดีอย่างเป็นทางการ

ดังนั้น จึงควรใช้เพื่อสะท้อนมุมมองหรือแนวโน้มความเชื่อมั่นของภาคเอกชน มากกว่าการนำไปสรุปว่าเกิดการทุจริตจริงในระดับหน่วยงาน

นายสุรินทร์ กล่าวว่า จากการพิจารณาเอกสารของ กกร. พบข้อสังเกตหลายประเด็นเกี่ยวกับกระบวนการวิจัย เช่น การจำแนกหน่วยงานภาครัฐออกเป็น 5 กลุ่ม และสำรวจเพียง 26 หน่วยงาน จากหน่วยงานระดับกรมทั่วประเทศ 162 หน่วยงาน ซึ่ง คพ. เห็นว่าไม่ครอบคลุมภาพรวมของระบบราชการไทยทั้งประเทศ และไม่สามารถนำผลไปใช้กำหนดนโยบายในระดับประเทศได้ในเชิงวิชาการ

ตลอดจนพบว่า การออกแบบแบบสอบถามอ้างอิงแนวทางของธนาคารโลกเมื่อปี 2542 ซึ่งอาจไม่สอดคล้องกับบทบาทและภารกิจของหลายหน่วยงานในปัจจุบัน ขณะที่กลุ่มตัวอย่างมีเพียง 401 รายทั่วประเทศ สำรวจในเวลา 16 วัน โดยผู้ที่มีประสบการณ์ตรงจริง มีประมาณร้อยละ 45 หรือเฉลี่ยอาจเหลือเพียงประมาณ 7 คนต่อหน่วยงานเท่านั้น

นอกจากนี้ยังตั้งข้อสังเกตว่า แบบสอบถามบางข้อมีลักษณะชี้นำ เช่น การใช้คำว่า “เป็นที่รู้กัน” หรือการตั้งสมมติฐานเชิงลบว่า หากไม่จ่ายเงินเพิ่ม กระบวนการอาจล่าช้าเกินกำหนด รวมทั้งการใช้แบบสอบถามทั้งออนไลน์และแบบเผชิญหน้า ซึ่งมีโครงสร้างคำถามแตกต่างกัน

จากหนังสือชี้แจงของ กกร. เอง ก็ระบุว่า ระดับความเชื่อมั่นและค่าความคลาดเคลื่อนของกลุ่มตัวอย่าง เป็นการอ้างอิงในภาพรวมของการสำรวจ ไม่ควรตีความว่าเป็นการรับรองความแม่นยำในระดับรายหน่วยงานหรือรายประเด็นย่อยทั้งหมด ดังนั้น การสรุปว่า คพ. เป็นหน่วยงานที่มีการเสนอสินบนสูงสุด จึงอาจไม่สอดคล้องกับหลักวิชาการและจรรยาบรรณด้านการวิจัย

นายสุรินทร์ ระบุว่า ที่ผ่านมาได้ร่วมมือกับสำนักงาน ป.ป.ท. นำระบบบริหารจัดการความเสี่ยงการทุจริต (CRMS) มาใช้ใดำเนินงานอย่างเป็นรูปธรรม จนได้รับผลการประเมินเชิงคุณภาพระดับ “ดีเยี่ยม” ต่อเนื่อง 3 ปี พร้อมเดินหน้ายกระดับคู่มือปฏิบัติงานไปสู่มาตรฐาน SOP เพื่อลดการใช้ดุลพินิจของเจ้าหน้าที่และเพิ่มความโปร่งใสในการทำงาน

อธิบดี คพ. กล่าวว่า คพ. เห็นด้วยกับการตรวจสอบข้อเท็จจริงผ่านกระบวนการที่ถูกต้องและเป็นธรรม แต่ไม่เห็นด้วยกับการนำข้อมูลเชิงการรับรู้ที่มีข้อจำกัดด้านระเบียบวิธีวิจัย ไปสรุปเป็นภาพลักษณ์ของหน่วยงานหรือภาพรวมการทุจริตของประเทศ

ขอเตือนประชาชนให้ระวังผู้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ คพ. หรือแอบอ้างผลตรวจวัดของ คพ. เพื่อเรียกรับผลประโยชน์ หากพบพฤติกรรมน่าสงสัยสามารถแจ้งร้องเรียนผ่านช่องทางของ คพ. ได้โดยตรง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน