ไอซ์ รักชนก ตรวจแล้ว งบประมาณ ประกันสังคม “ยังไม่พบส่อทุจริต” มองเป็น “ความชุ่ย” มากกว่า พร้อมส่งกำลังใจให้เลขาฯ สปส. แอพฯ SSO Core ยืนยัน ภายไตรมาส 3 ปีนี้ ระบบสมบูรณ์ คาด เดือนกันยายน ปัญหาการแสดงข้อมูล การเบิกจ่ายสิทธิประโยชน์ กลับมาเป็นปกติ
2 มิถุนายน 2569 – ที่สำนักงานประกันสังคม (สปส.) น.ส.รักชนก ศรีนอก สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะ กรรมาธิการติดตามการบริหารงบประมาณ (กมธ.) ติดตามงบประมาณ สภาผู้แทนราษฎร พร้อมคณะ
เข้าติดตามความคืบหน้าการดำเนินงานของ สำนักงานประกันสังคม ทั้งในประเด็นการจัดทำงบการเงิน การแก้ไขปัญหาระบบแอพพลิเคชั่น “SSO Core” และการเตรียมการเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม)

น.ส.รักชน กล่าวภายหลังการประชุมว่า กมธ.จะติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการบันทึกบัญชีและการจัดทำงบการเงินของสำนักงานประกันสังคมอย่างต่อเนื่อง โดยสำนักงานประกันสังคมจะรายงานความคืบหน้าต่อ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ทุกเดือน
อย่างไรก็ตาม เรื่องดังกล่าวเกี่ยวข้องกับระบบบัญชีและระบบพัสดุภาครัฐ จึงอาจต้องเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กรมบัญชีกลาง และสำนักงบประมาณ เข้ามาร่วมให้ข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ลึกถึงระดับระบบ
“เรื่องนี้เป็นเรื่องของการบันทึกบัญชี และระบบพัสดุภาครัฐ ซึ่งยังต้องติดตามกันต่อ เพราะไม่แน่ใจว่า จะสามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายในปีนี้หรือไม่” น.ส.รักชนก กล่าวพร้อม ให้กำลังใจกับทางเลขาธิการประกันสังคม
สำหรับความคืบหน้า การแก้ไขปัญหาแอพพลิเคชั่น SSO Core ซึ่งมีผู้ประกันตนร้องเรียนเรื่องการคำนวณเงินสมทบ การแสดงข้อมูลสิทธิประโยชน์ และการเบิกจ่ายในบางกรณี

น.ส.รักชนก กล่าวว่า สำนักงานประกันสังคม ยืนยันว่า ภายในไตรมาส 3 ของปีนี้ ระบบจะมีความสมบูรณ์ประมาณ 95% โดยคาดว่า ภายในเดือนกันยายน ปัญหาการแสดงข้อมูลและการเบิกจ่ายสิทธิประโยชน์จะกลับมาเป็นปกติ และข้อผิดพลาดต่างๆ จะลดลงอย่างมาก
นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงการเรียกค่าปรับจากผู้รับจ้างพัฒนาระบบ โดย กมธ.ได้ตั้งข้อสังเกตให้สำนักงานประกันสังคมดำเนินการอย่างตรงไปตรงมาและคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ประกันตนเป็นสำคัญ ขณะที่ข้อมูลเบื้องต้นระบุว่า ค่าปรับที่อาจเรียกคืนได้มีมูลค่ารวมประมาณ 576 ล้านบาท จากกรณีส่งมอบงานล่าช้า ค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบเดิม และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้อง
เมื่อถามว่า กมธ. มีประเด็นสงสัยใดหรือไม่ โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ น.ส.รักชนก กล่าวว่า จากข้อมูลที่ได้รับฟังในขณะนี้ ยังไม่พบข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนว่าเป็นการทุจริตหรือคอร์รัปชัน แต่มีลักษณะเป็นความผิดพลาดจากการดำเนินงานหรือความไม่รอบคอบในการปฏิบัติงานมากกว่า
“ประชาชนจำนวนมากอาจตั้งข้อสงสัยว่า เป็นเรื่องการทุจริตหรือไม่ แต่จากข้อมูลที่ได้รับฟังวันนี้ ดิฉันมองว่า น่าจะเป็นเรื่องของความชุ่ย หรือความไม่รอบคอบในการทำงาน หรือ Human Error มากกว่าการทุจริตคอร์รัปชัน อย่างไรก็ตาม กมธ.จะยังคงติดตามตรวจสอบเรื่องนี้อย่างต่อเนื่อง” น.ส.รักชนก กล่าว

น.ส.รักชนก กล่าวอีกว่า ในส่วนของการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม บรรยากาศการลงทะเบียนในช่วง 2 วันแรกถือเป็นสัญญาณที่ดี มีผู้ประกันตนให้ความสนใจจำนวนมาก โดยหวังว่า ความตื่นตัวดังกล่าวจะดำเนินต่อเนื่องไปจนถึงวันเลือกตั้ง พร้อมเชิญชวนให้ผู้ประกันตนและนายจ้างออกมาใช้สิทธิ เนื่องจากบอร์ดประกันสังคมมีบทบาทสำคัญต่อการกำหนดนโยบายและสิทธิประโยชน์ของผู้ประกันตน
ทั้งนี้ กมธ.ได้เสนอให้สำนักงานประกันสังคมจัดทำแดชบอร์ด (Dashboard) แสดงจำนวนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งของทั้งผู้ประกันตนและนายจ้างแบบเรียลไทม์ เพื่อสร้างการรับรู้และกระตุ้นการมีส่วนร่วมของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รวมถึงย้ำข้อเสนอเรื่องการเปิดเผยรายงานการประชุมและมติของบอร์ดประกันสังคม เพื่อเพิ่มความโปร่งใสในการดำเนินงาน

ด้าน น.ส.กาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวว่า สำนักงานฯ ให้ความสำคัญกับการจัดทำแดชบอร์ดดังกล่าว และอยู่ระหว่างพิจารณารูปแบบการนำเสนอข้อมูล เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามจำนวนผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งได้อย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งจะดำเนินการประชาสัมพันธ์เชิงรุกในทุกพื้นที่ เพื่อกระตุ้นให้ผู้มีสิทธิออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งให้มากที่สุด
ส่วนกรณีข้อสังเกตเกี่ยวกับงบการเงินที่ถูก สตง.ตรวจพบความคลาดเคลื่อนนั้น น.ส.กาญนา กล่าวว่า ขณะนี้สำนักงานประกันสังคมได้เร่งตรวจสอบข้อมูลทั่วประเทศ โดยเปรียบเทียบข้อมูลระหว่างระบบพัสดุและระบบบัญชีภาครัฐอย่างละเอียด ซึ่งตัวเลขที่คลาดเคลื่อนส่วนใหญ่เกิดจากการบันทึกข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกัน ไม่ได้เกิดจากการสูญหายของทรัพย์สินหรือเงินกองทุน
“เงินไม่ได้หายไปไหน ทรัพย์สินไม่ได้หายไปไหน แต่เป็นเรื่องของการลงข้อมูลในระบบที่ไม่ตรงกัน ขณะนี้มีการติดตามแก้ไขทั้งรายสัปดาห์และรายเดือน โดยจากตัวเลขที่เคยคลาดเคลื่อนประมาณ 2,600 ล้านบาท ขณะนี้สามารถตรวจสอบจนตัวเลขตรงกันได้แล้วราว 700 ล้านบาท” น.ส.กาญนา กล่าว
เมื่อถามถึงงบประมาณการจัดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคมที่ถูกตั้งข้อสังเกตว่ามีมูลค่าสูงถึงกว่า 300 ล้านบาท น.ส.กาญนา กล่าวว่า งบประมาณทั้งหมดอยู่ที่ 255 ล้านบาท ไม่ใช่งบประชาสัมพันธ์ทั้งหมด โดยเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหน่วยเลือกตั้ง ค่าตอบแทนคณะกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง และค่าใช้จ่ายด้านการบริหารจัดการเลือกตั้งในพื้นที่ทั่วประเทศ
“งบประชาสัมพันธ์เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น งบส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการเลือกตั้ง เพราะมีการจัดหน่วยเลือกตั้งอย่างน้อย 1 หน่วยต่อ 1 อำเภอ และมีค่าใช้จ่ายของคณะกรรมการดำเนินการเลือกตั้งในแต่ละพื้นที่” น.ส.กาญนากล่าว

น.ส.กาญจนา กล่าวด้วยว่า ภาพรวมการลงทะเบียนเลือกตั้งในปีนี้ถือว่าได้รับการตอบรับที่ดี โดยล่าสุดมีผู้ลงทะเบียนแล้วมากกว่า 100,000 รายในช่วงเริ่มต้น ซึ่งสูงกว่าการเลือกตั้งครั้งก่อนอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงความตื่นตัวของผู้ประกันตนและสังคมที่ให้ความสนใจกับการบริหารกองทุนประกันสังคมมากขึ้น
เมื่อถามถึงกระแสความกังวลของผู้ประกันตนบางส่วนที่ตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการบริหารกองทุน และมีเสียงเรียกร้องไม่ต้องการส่งเงินสมทบประกันสังคมอีกต่อไป น.ส.รักชนก กล่าวว่า แม้ที่ผ่านมาอาจมีประเด็นที่ทำให้ผู้ประกันตนขาดความเชื่อมั่นต่อการบริหารกองทุน แต่ยังยืนยันว่าระบบประกันสังคมเป็นหลักประกันที่มีความคุ้มค่าและจำเป็นต่อผู้ใช้แรงงานทุกคน
“ไม่ว่าที่ผ่านมาจะเกิดอะไรขึ้นกับประกันสังคม จนทำให้หลายคนรู้สึกไม่เชื่อมั่นต่อการบริหารกองทุน แต่ดิฉันอยากยืนยันว่าประกันสังคมยังเป็นหลักประกันที่คุ้มค่ามากที่สุด เป็นเบาะรองรับในวันที่ผู้ประกันตนประสบปัญหา ไม่ว่าจะเป็นการเจ็บป่วย ว่างงาน ทุพพลภาพ มีบุตร หรือเสียชีวิต แม้สิทธิประโยชน์อาจไม่มากพอให้ใครตั้งตัวได้ แต่ก็ช่วยให้ผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤตของชีวิตไปได้” น.ส.รักชนก กล่าว
น.ส.รักชนก กล่าวว่า โดยเฉพาะสิทธิประโยชน์กรณีว่างงานและบำนาญชราภาพ ถือเป็นหลักประกันสำคัญสำหรับผู้ใช้แรงงานในระยะยาว จึงไม่อยากให้ผู้ประกันตนละทิ้งระบบประกันสังคมเพียงเพราะความไม่พอใจต่อการบริหารจัดการในบางช่วงเวลา พร้อมยืนยันว่าในฐานะกรรมาธิการติดตามงบประมาณ จะทำหน้าที่ตรวจสอบและผลักดันให้การบริหารกองทุนมีความโปร่งใสมากขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกันตนทุกคน
นอกจากนี้ น.ส.กาญนา เปิดเผยว่า สำนักงานประกันสังคมอยู่ระหว่างศึกษามาตรการลดอัตราเงินสมทบผู้ประกันตน ตามนโยบายของกระทรวงแรงงาน โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง ก่อนเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการประกันสังคม เพื่อให้การช่วยเหลือผู้ประกันตนเป็นไปอย่างเหมาะสมและไม่กระทบต่อเสถียรภาพของกองทุนในระยะยาว