“นายกฯ อนุทิน” ปลื้ม “ไทยช่วยไทยพลัส” กระแสดี แจงปม วิจารณ์เงื่อนไข บัตรคนจน ยัน ไม่ปรับหลักเกณฑ์ รับฟังเสียง ไปทำโครงการใหม่ให้ถูกใจ

3 มิ.ย. 69 – ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงเสียงตอบรับการจับจ่ายใช้สอยของประชาชนในโครงการไทยช่วยไทยพลัส หลังลงสำรวจที่ตลาดศรีย่าน ในวันเดียวกันนี้ ว่า

ตนไปศรีย่านประจำอยู่แล้ว ไปรับประทานอาหาร ร้านก๋วยเตี๋ยวที่ไปทานอยู่หน้าตลาดศรีย่าน พอดีเห็นประชาชนมาจับจ่ายใช้สอยโครงการไทยช่วยไทยพลัส เห็นความคึกคักมากพอสมควร ได้สอบถามทั้งคนซื้อคนขายเขาพึงพอใจ

ผู้สื่อข่าวถามว่า เห็นกระแสแล้ว น่าจะเป็นไปตามเป้าหมายที่จะช่วยประชาชนในช่วงนี้หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า คิดว่าทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ทั้งผู้ซื้อผู้ขาย เราเน้นช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทั้งค่าน้ำมัน ค่าไฟ

เมื่อได้ดูของจริงเห็นว่า ไม่ใช่แค่ซื้อก๋วยเตี๋ยว ซื้อข้าว ซื้อผลไม้ ร้านของชำ ร้านสะดวกซื้อต่างๆ ที่ไม่ได้เป็นห้าง ก็มีคนเข้าไปเข้าคิวใช้สิทธิ์ ทั้ง ไทยช่วยไทยพลัส และบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เมื่อได้ถามไปเขาก็พึงพอใจ

เมื่อถามว่า มีเสียงสะท้อนขออะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ขออย่าให้หยุด จึงบอกไปว่า ถ้าโครงการได้รับการตอบรับที่ดี อย่างที่บอกเป็นการช่วยกันทำให้เม็ดเงินเข้าไปมีการไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น เราก็ต้องหาเรื่องพลัสไปเรื่อยๆ คงไม่ใช่ออกมาในรูปแบบเดิม รัฐบาลมีหน้าที่ต้องหาโปรแกรมดีดี หาโครงการดีดี มาให้ประชาชน ได้รับประโยชน์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่แล้ว

ส่วนกรณีที่คนลงทะเบียนไม่ครบ 30 ล้านสิทธิ์ที่เตรียมไว้ เงินส่วนนี้ก็จะนำไปให้ประโยชน์อย่างอื่นหากมีสิ่งจำเป็นเร่งด่วนภายใจ้กฎเกณฑ์ พ.ร.ก.กู้เงิน เพราะเรากู้ตามจำนวนที่ใช้

ผู้สื่อข่าวถามว่า หลักเกณฑ์ใหม่ของบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กรณีที่นำชื่อพ่อแม่ไปลดหย่อนภาษีแล้ว พ่อแม่จะถูกตัดสิทธิบัตรสวัสดิการ ทำให้ถูกวิจารณ์ว่า หลักเกณฑ์เข้มเกินไป นายอนุทิน กล่าวว่า ปัญหาต่างๆ ก็ต้องมีบ้าง เรื่องโครงการเหล่านี้ เรายังประโยชน์ให้กับประชาชนตั้งเกือบ 30 ล้านคน ก็อาจมีคนพอใจ ไม่พอใจ เราก็ไปรวบรวมสำรวจความถึงพอใจ ตรงไหนที่ประชาชนไม่พอใจ ที่เกิดจากที่เรารู้เท่าไม่ถึงการ หรือเข็มขัดสั้น คาดไม่ถึง เราก็จะไปปรับปรุงแก้ไข เพราะเราไม่ได้มีโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งนี้ครั้งเดียวเสียเมื่อไหร่ ก็จะมีอะไรที่เป็นประโยชน์เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

เมื่อถามย้ำว่า รอบนี้ต้องยึดหลักเกณฑ์นี้ใช่หรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ดำเนินการไปแล้วไปลงทะเบียนเพิ่มไม่ได้แล้ว วันนี้ที่ไปเดินตลาดหลายคนก็ไม่ได้เข้า บางคนบอกไม่เข้า เพราะขายดีอยู่แล้วไม่อยากวุ่นวายเสียเวลาสแกนเสียเวลาไปตรวจสอบยอดต่างๆ เขาก็เลือกทางของเขา

แต่หลายคนเข้าไม่ถึงระบบไม่ทราบว่า ต้องทำอย่างไร ก็ต้องมาดูว่า เพราะอ่อนประชาสัมพันธ์ของรัฐหรือไม่ เราก็ต้องหาแนวทางให้เขากลับเข้ามาในระบบของรัฐในโครงการถัดไป นี้คือนโยบายที่ตนจะพูดกับ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง ตนไม่ทราบว่า ข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

เมื่อถามว่า บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ในอนาคตหลังฟังเสียงสะท้อนแล้วจะปรับหลักเกณฑ์ และเงื่อนไขหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า อย่างที่ตนไปเดินก็เจอเป็นร้อยคน ทั้งบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ และไทยช่วยไทยพลัส ก็ไม่เห็นมีใครบ่น

เมื่อถามว่า คนที่ได้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรายเดิม อาจรู้สึกว่า จะเสียสิทธิ์ เพราะหลักเกณฑ์เข้มขึ้น นายอนุทิน กล่าวว่า ยังไม่รับทราบ แต่ว่าเขาพร้อมที่จะแก้ไขปรับปรุงให้สิทธิเหล่านี้เกิดประโยชน์สูงสุดกับประชาชน

เมื่อถามว่า ผู้มีสิทธิ์บัตรสวัสดิการแห่งรัฐเดิม 13 ล้านคน จากหลักเกณฑ์ใหม่ จะทำให้ผู้มีสิทธิ์มากขึ้นหรือน้อยลง นายอนุทิน กล่าวว่า เดี๋ยวให้ นายเอกนิติ มาตอบรายละเอียด ตนให้การสนับสนุนเชิงนโยบาย แต่คนที่จะนำข้อมูลต่างๆ มาตัดสินใจ คือกระทรวงการคลัง ก็ต้องให้เขาเสนอมา

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน