รัฐบาล หนุน วิจัยหม่อนไหม ปั้นผ้าไหมไทยสู่ตลาดโลก ชู สัญลักษณ์ “ตรานกยูงพระราชทาน” สู่สัญลักษณ์คุณภาพระดับสากล กำหนดแนวทางเร่งด่วน4ด้าน เป็นรูปธรรม สืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น
3 มิ.ย. 69 – ร.อ.หญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาล มีแนวทางในการพัฒนา อุตสาหกรรมผ้าไหมไทย และหม่อนไหม
ซึ่งเป็น มรดกภูมิปัญญา อันทรงคุณค่าของประเทศ ให้สามารถแข่งขันได้ในตลาดโลก และยกระดับรายได้และคุณภาพชีวิตของเกษตรกร ผู้ผลิต และผู้ประกอบการ ตลอดห่วงโซ่อุปทานตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ
โดย นายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) หารือร่วมกับ นายวัชรพล ขาวขำ รมช. เกษตรและสหกรณ์ และกรมหม่อนไหม
กำหนดทิศทางการขับเคลื่อนงานวิจัยและพัฒนา ให้กรมหม่อนไหมเป็นกลไกหลักในการพัฒนาสายพันธุ์ไหม การแปรรูป และการบริหารจัดการวัตถุดิบ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้ผลิตภัณฑ์ไหมไทยและสร้างรายได้ที่มั่นคงแก่เกษตรกร
โดยกำหนดแนวทางเร่งด่วน 4 ด้าน อย่างเป็นรูปธรรม คือ 1. สนับสนุนการจัดตั้ง “ธนาคารเส้นไหม” โดยใช้ระบบ “ยืมก่อน คืนทีหลัง” เปิดโอกาสให้ชุมชนและผู้ประกอบการสามารถนำเส้นไหมไปผลิตและจำหน่ายสินค้าได้ก่อน ช่วยสร้างสภาพคล่องทางการผลิตได้
2. ยกระดับทักษะเกษตรกรและผู้ประกอบการ (Up-skill) ปรับปรุงหลักสูตรการฝึกอบรมให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาดสมัยใหม่ ครอบคลุมทั้งการผลิต การออกแบบ และการตลาด
3. ปรับภาพลักษณ์และสร้างการรับรู้ตราสัญลักษณ์ “ตรานกยูงพระราชทาน” ให้เป็นเครื่องหมายรับรองคุณภาพที่ผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศสามารถจดจำและเชื่อมั่นได้ พร้อมเพิ่มมูลค่าสินค้าไทย
และ 4.จัดทำฐานองค์ความรู้และคู่มือมาตรฐานการย้อมไหม ทั้งระบบย้อมร้อนและย้อมเย็น เพื่อยกระดับคุณภาพการผลิต และต่อยอดสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงในอนาคต
“รัฐบาล มุ่งส่งเสริมการใช้วิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม ควบคู่กับการสืบสานภูมิปัญญาท้องถิ่น เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมผ้าไหมไทยให้สามารถสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สร้างงาน สร้างรายได้แก่เกษตรกรและชุมชน ตลอดจนผลักดันผ้าไหมไทยให้โดดเด่นบนเวทีโลก”