ศรีสุวรรณ ยื่นศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย พีระพันธุ์ ขณะเป็นรองนายกฯ แต่งตั้งผู้ที่ถูกศาลลงโทษคดี 112 เป็นจนท.รัฐ ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่

เมื่อวันที่ 4 มิ.ย.2569 ที่สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญ นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน ยื่นคำร้องถึงศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อขอให้ศาลวินิจฉัยว่าการที่มีผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองใช้อำนาจแต่งตั้งบุคคล ซึ่งเคยต้องโทษในคดีอาญา มาตรา 112 มาเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ อันถือว่ามีคุณสมบัติและลักษณะต้องห้าม ไม่เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด เป็นการขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 ประกอบมาตรา 53 หรือไม่

นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า เนื่องจากนายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ได้ลงนามในคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเขตตรวจราชการที่ 11 ขึ้นมาเมื่อวันที่ 15 พ.ย.2566 เพื่อช่วยตรวจราชการในพื้นที่จังหวัดต่างๆ ใน 3 จังหวัดของภาคอีสานตอนบน

หนึ่งในคณะทำงานดังกล่าว เคยกระทำความผิดและถูกพนักงานอัยการ สำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายอาญา สำนักงานอัยการสูงสุด ยื่นฟ้องในคดีอาญา ตามมาตรา 112 และศาลฎีกามีคำพิพากษาเป็นที่สุดในคดีหมายเลขดำที่ อ.2740/2553 คดีหมายเลขแดงที่ อ.193/56

โดยคดีถึงที่สุดให้จำคุก 3 ปี และลดโทษหนึ่งในสาม ตาม ป.อาญา มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี นับตั้งแต่วันที่ 7 มี.ค.2560 เป็นต้นมา และศาลได้ออกหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดแล้วด้วย

คณะทำงานตรวจราชการดังกล่าวที่รองนายกฯแต่งตั้งนั้น คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ป.ช.) กลับมีมติเมื่อวันที่ 24 ม.ค.2567 ว่าคณะทำงานดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ตามความหมายของ พ.ร.ป.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 ทั้งที่บุคคลดังกล่าวถูกจำคุกในคดีความมั่นคง ตาม ปอ.มาตรา 112 มาแล้ว

นายศรีสุวรรณ กล่าวอีกว่า ดังนั้น การที่ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองแต่งตั้งบุคคลมาเป็นคณะทำงานโดยไม่ตรวจสอบคุณสมบัติหรือลักษณะต้องห้ามเสียก่อนนั้น น่าจะเป็นการใช้อำนาจที่ขัดต่อระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีและกฎหมายอีกหลายฉบับ อันอาจขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ 2560 มาตรา 25 ประกอบมาตรา 53 หรือไม่

อีกทั้งการใช้อำนาจดังกล่าวอาจเข้าข่ายไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงตามรัฐธรรมนูญมาตรา 219 ประกอบมาตรา 160 (4) และ (5) และ ปอ.มาตรา 157 ด้วยหรือไม่

ด้วยเหตุดังกล่าวตนในฐานะผู้มีส่วนได้เสียและถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพตามที่รัฐธรรมนูญให้การคุ้มครองไว้ จึงขอใช้สิทธิตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213 ในการมายื่นร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยเรื่องดังกล่าว เพื่อให้กรณีเช่นนี้ใช้เป็นบรรทัดฐานของสังคมต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน