กมธ.ฟอกเงินฯ เรียกดีอี-กรมบัญชีกลางแจง TH-AI Passport พิทักษ์เดช ลั่นแจงไม่เคลียร์ ทั้งราคากลาง-กก.ตรวจรับ จี้ทำหนังสือแจงใน 5 วัน
เมื่อเวลา 13.35 น. วันที่ 4 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายพิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ฐานะประธานคณะกรรมาธิการ(กมธ.)การปราบปรามการฟอกเงินและยาเสพติด สภาผู้แทนราษฎร แถลงถึงโครงการยกระดับทักษะด้านดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อคนไทย หรือ TH-AI Passport ว่า วันนี้ได้เรียกตัวแทนจากกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี) และกรมบัญชีกลางเข้ามา เพื่อสอบถามถึงโครงการดังกล่าว
ทั้งสองหน่วยงาน ชี้แจงด้วยวาจา โดยนำเสนอรายละเอียด ขอบเขตงานหรือทีโออาร์ของโครงการ ท้้งนี้ กมธ.ได้ตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกระบวนการกำหนดราคากลาง และความเชื่อมโยงระหว่างกลุ่มผู้จัดทำราคากลางกับกลุ่มผู้ยื่นข้อเสนอในโครงการดังกล่าว ซึ่งอาจก่อให้เกิดข้อสงสัยถึงความสัมพันธ์ระหว่างกัน
จากการสอบถามด้วยวาจาจากทั้ง 2 หน่วยงาน ทราบว่ามี 8 บริษัทที่เสนอราคากลางมา ปรากฏว่ามี 3 บริษัทที่ร่วมกำหนดราคากลาง โดย 3 บริษัทนี้ แบ่งเป็น 2 กลุ่มกับ 1 บริษัท และใน 3 บริษัทนี้เป็นผู้ชนะการประกวดราคา ซึ่งต่ำกว่าราคากลางแค่ 1.5%
เมื่อสอบถามกรมบัญชีกลางว่า การตั้งราคากลางนั้น กรมบัญชีกลางมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างไรในการสืบราคากลาง โดยกรมบัญชีกลางระบุว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการสืบราคากลาง ซึ่งการสืบราคากลางเป็นไปตามกระทรวงดีอีเพียงผู้เดียว
นายพิทักษ์เดช กล่าวต่อว่า ขณะที่กรมบัญชีกลาง ยังไม่ได้ตรวจตรวจสอบถึงที่มาที่ไปของราคากลางและเอกสารอย่างละเอียด น่าสงสัยว่ากรมบัญชีกลางซึ่งเป็นกรมหลักในการจัดซื้อจัดจ้างนั้น ไม่สามารถตรวจสอบราคากลางและที่มาของรายละเอียดเอกสารได้ละเอียดหรือเปล่า
อย่างไรก็ตาม ทั้ง 2 หน่วยงานยังไม่สามารถชี้แจงสร้างความชัดเจนให้กับกมธ.ได้อย่างเพียงพอ จึงขอให้ทั้ง 2 หน่วยงาน ทำหนังสือตอบรับมาเป็นลายลักษณ์อักษรภายใน 5 วัน รวมถึงประเด็นซักถามอื่นๆ ที่กมธ.มีข้อสงสัย รวมถึงกรณีคณะกรรมการตรวจรับว่า มีใครเป็นคณะกรรมการตรวจรับ เพื่อให้กรมบัญชีกลางและกระทรวงดีอีตอบมาเป็นลายลักษณ์อักษร
“เรื่องนี้กระทรวงดีอียังยืนยันจะดำเนินการโครงการนี้ต่อไปตามแผนงานที่กำหนดไว้ ในเมื่อมียังความคลุมเครือสงสัย กมธ.จะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เพื่อเกิดความโปร่งใสคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน รวมทั้งเพื่อยื่นเรื่องให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป” นายพิทักษ์เดช กล่าว