‘เท้ง’ ซัด ‘รัฐบาล’ ลักไก่ออก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาท เลี่ยงสภาฯ ตรวจสอบ ห่วงล็อกสเปก หวังเงินทอนให้บางพรรคในระบอบสีน้ำเงินหรือไม่ แฉพิรุธใช้เงิน
เมื่อวันที่ 4 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ เป็นประธานการประชุม วาระพิจารณาญัตติด่วนเรื่องขอให้สภาผู้แทนราษฎรตั้งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญเพื่อติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายเงินกู้ตามพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) วงเงิน 4 แสนล้านบาท ของนายปรเมษฐ์ จินา สส.สุราษฎร์ธานี พรรคกล้าธรรม
โดยมีญัตติทำนองเดียวกันอีก 2 ฉบับ ได้แก่ ของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน และนายกรณ์ จาติกวณิช สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์
เวลา 13.20 น. นายณัฐพงษ์ อภิปรายเสนอญัตติว่า การใช้เงินกู้ตาม พ.ร.ก.ดังกล่าว พบพิรุธในหลายประเด็น เช่น เงินกู้ส่วนที่ใช้เยียวยาวงเงิน 1.8 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในกองทุนประชารัฐสวัสดิการ ทั้งที่หลักการของการออก พ.ร.ก.กู้เงิน ต้องใช้เท่าที่จำเป็น
แต่รัฐบาลไม่ทราบจริงๆ หรือว่าเงินที่ใช้ในกองทุนดังกล่าวแต่ละปีใช้จำนวนเท่าใด ที่ผ่านมาตั้งขาดทุกปีโดยใช้เงินคงคลังไปจ่ายก่อน แล้วตั้งงบประมาณปีถัดไปเพื่อใช้เงินคงคลัง ซึ่งการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณ พ.ศ.2570 ออกไปเป็นเดือน ก.ค. รัฐบาลมีเวลาจัดสรรงบปี 70 ให้เพียงพอต่อกองทุนดังกล่าว แต่ไม่ทำ แต่เลือกใช้วิธีลักไก่เอาเงินกู้วงเงิน 1.8 หมื่นล้านไปใช้ดำเนินการ
“ประชาชนจะได้ประโยชน์อะไรจากวิธีนี้ ไม่มีหรอก คนที่ได้ประโยชน์คือรัฐบาล ดังนั้น ถ้ารัฐบาลจะตัดสินใจทำทุกอย่างให้ถูกต้องตามวิธีการ กว่าจะไปเจียดเงินออกจากรายจ่ายที่ไม่จำเป็นในร่างงบประมาณปี 70 อาจจะส่งผลสะเทือนต่อส่วนราชการประจำที่มีเจ้าของงบประมาณอยู่แล้ว
หรือจะส่งผลสะเทือนต่อพรรคร่วมรัฐบาลที่ท่านอาจจะมีแบ่งโควตางบประมาณปี 70 ไว้แล้วว่า แต่ละพรรคการเมืองในพรรคร่วมรัฐบาล แต่ละกระทรวงได้เท่าไหร่ ท่านถึงใช้วิธีเอาง่าย ไม่ไปเจียดจากงบรายจ่ายประจำปี แต่ลักไก่เอาจาก พ.ร.ก.เงินกู้ ไปโปะในส่วนนี้ ซึ่งผิดวัตถุประสงค์ ผิดกฎหมายเต็มๆ” นายณัฐพงษ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนเงินกู้ก้อนที่ 2 เพื่อเปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงาน 2 แสนล้านบาท ถือเป็นข้ออ้าง เพราะหากต้องการยกระดับปรับเปลี่ยนโครงสร้างพลังงานไปเป็นพลังงานสะอาดจริง ไม่ต้องใช้เงินลงทุนแม้แต่บาทเดียว เพราะมีภาคเอกชนที่พร้อมจะสนับสนุน
แต่สิ่งที่รัฐบาลกำลังใช้ช่องทางพิเศษ เลี่ยงการตรวจสอบของสภาฯ เพราะรัฐบาลหาทำ โดยอาศัยวิกฤติขัดแย้ง เสกเงิน ทำเอง หวังล็อกสเปก เหมือนกับบางโครงการของรัฐบาล TH-AI Passport ที่พบการล็อกสเปกให้บริษัทที่อยู่ในเครือข่าย หวังเงินทอนให้บางพรรคการเมืองในระบอบสีน้ำเงินหรือไม่