กลุ่ม Conforall บุกสภา แสดงเจตจำนงล่ารายชื่อ ยื่นร่างแก้ไขรธน. ชงที่มา สสร.-กมธ.ยกร่าง ชี้ ต้องเลือกตั้ง ให้ ปชช.มีส่วนร่วม ลั่นไม่เอาระบอบน้ำเงินมาผูกขาดจิ้มเลือก ดักคอ สส.-สว. อย่าตีตก อ้างขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ
เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา เครือข่ายประชาชนร่างรัฐธรรมนูญ (Con for all) ยื่นหนังสือแสดงเจตจำนงต่อรัฐสภา เพื่อริเริ่มการเข้าชื่อเสนอกฎหมายร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยมีนายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่สอง พร้อมด้วย น.ส.นันทนา นันทวโรภาส สว. มาร่วมแถลงข่าวและรับหนังสือจากภาคประชาชน
นายณัชปกร นามเมือง ตัวแทนเครือข่ายรณรงค์รัฐธรรมนูญภาคประชาชน กล่าวว่า หลังจากนี้จะเดินหน้ารวบรวมรายชื่อให้ได้มากที่สุด เพื่อยืนยันว่าประชาชนต้องการมีส่วนร่วมร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
ส่วนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญที่ทางกลุ่ม Con For All จะยื่นเสนอจะอยู่บนหลักการ คือ กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญต้องมีความเป็นประชาธิปไตย โดยร่างใหม่ทั้งฉบับและ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ต้องมาจากการเลือกตั้ง 100%
เราจึงเสนอให้ที่มาของ ส.ส.ร. 2 แบบ คือ ส.ส.ร. แบบตัวแทนจังหวัด ส.ส.ร.แบบบัญชีรายชื่อจากเครือข่ายต่าง ๆ โดย ส.ส.ร. ชุดนี้จะมีหน้าที่กำหนดกรอบการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้กรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขตามกรอบที่ ส.ส.ร.วางไว้ นอกจากนี้ส.ส.ร. ยังมีอำนาจตั้งกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ เพื่อกำกับและซักถามเปิดพื้นที่ให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม
นายณัชปกร กล่าวว่า ส่วนกมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญจะมีทั้งหมด 35 คน โดยให้มาจากสมาชิก ส.ส.ร. 25 คน และอีก 10 คนเราจะเปิดทางให้คนที่มีความรู้ความสามารถ และเมื่อยกร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้ว ส.ส.ร. จะเป็นผู้ให้ความเห็นชอบก่อนจะส่งร่างให้ประชาชนออกเสียงประชามติ ดังนั้น นี่คือกระบวนการที่ประชาชนมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำ
สาเหตุที่เราต้องยื่นร่างฉบับภาพประชาชนเพราะมองว่า สิ่งที่พรรคภูมิใจไทยเสนอไม่ตรงกับหลักการของเราเพราะไม่มีคูหาให้ประชาชนเลือก สสร.กระบวนการปลายน้ำก็มีเพียงแค่การทำประชามติ ที่ให้ประชาชนรอการตัดสินใจของผู้มีอำนาจ
เราจึงมายืนยันว่าไม่เอากระบวนการร่างรัฐธรรมนูญที่กลุ่มการเมืองสีน้ำเงินเสนอ และไม่เอาที่กลุ่มการเมืองผูกขาดทุกกระบวนการ เราจะไม่เอา ส.ส.ร. สีน้ำเงินที่มาจากการจิ้มเลือก และเราจะไม่เอา สว. สีน้ำเงิน เนื่องจากถูกกล่าวหาในการโกงการเลือก สว. จึงไม่มีความชอบธรรมที่จะขัดขวางหรือมีส่วนร่วมร่างรัฐธรรมนูญของประชาชน หากยังให้อำนาจ สว. เราก็โหวตโน แล้วจะต่อสู้ต่อไป
เมื่อถามถึงกรอบเวลาในการเสนอร่างภายหลังได้รายชื่อครบ 50,000 ชื่อ นายณัชปกร กล่าวว่า เราไม่อยากเร่งกระบวนการ แต่ประชาชนควรถกเถียงว่าเราจะได้ส.ส.ร. แบบไหน แต่ที่เราต้องรีบมายื่นแสดงเจตจำนงและล่ารายชื่อก็เพราะมีบางพรรคเร่งจังหวะการนำร่างเข้ามา แล้วพรรคฝั่งรัฐบาลก็เร่งผลักดันให้เร็วที่สุด เราจึงคัดค้านว่าร่างดังกล่าวไม่ใช่สิ่งที่ประชาชนต้องการ
หากเขาจะเอาเร็ว เราก็จะล่ารายชื่อให้เร็วที่สุด แต่ถ้าเขาตระหนักว่าควรให้เวลาประชาชนถถกเถียงเรื่อง สสร. ก่อนเราก็รอได้ และเชื่อว่าจะได้รายชื่อมากกว่า 50,000 คนแน่นอน อย่างไรก็ตาม มั่นใจว่าเราจะล่ารายชื่อภายใน 1 เดือน เพื่อให้ทันต่อการบรรจุระเบียบวาระ
เมื่อถามว่าตามกระบวนการอาจทำให้ร่างของภาคประชาชนยื่นเข้าพิจารณาไม่ทัน จะเรียกร้องให้มีการเลื่อนออกไปหรือไม่ นายณัชปกร กล่าวว่า ถ้าเขามีดุลพินิจก็คงตัดสินใจได้เองว่าจะรอหรือไม่ ตนอยากเห็นว่าประธานสภาฯ จะมีมติอย่างไร เพราะประชาชนประกาศแล้วว่าจะล่ารายชื่อเสนอร่าง
เมื่อถามว่าหากร่างนี้ได้เข้าเสนอพิจารณา แต่เสียงส่วนใหญ่ของรัฐสภาตีตกในวาระหนึ่ง เพราะมองว่าขัดคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ นายณัชปกร กล่าวว่า ท่านไม่ใช่ศาลรัฐธรรมนูญ ท่านวินิจฉัยแทนไม่ได้ คนจะวินิจฉัยว่าร่างนี้ขัดหรือไม่คือศาลรัฐธรรมนูญ ท่านไม่ควรด่วนสรุปว่าร่างนี้ขัดหรือไม่ขัด เพราะท่านก็ไม่รู้หรอกว่าศาลรัฐธรรมนูญคิดอย่างไร
ทั้งนี้หากร่างนี้ได้เข้าสู่การพิจารณา และนำไปสู่การออกเสียงประชามติ แล้วผลประชามติเห็นชอบให้ สสร. มาจัดการเลือกตั้ง ก็หมายความว่าอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญซึ่งก็คือประชาชนได้มีมติแล้ว ดังนั้น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญจึงไม่เป็นผล จะให้คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญมีอำนาจเหนือประชาชน ที่มีอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญไม่ได้
ด้านนายเลิศศักดิ์ กล่าวภายหลังรับยื่นร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่า จะนำเสนอต่อประธานสภาฯต่อไป ซึ่งจากนี้ทางภาคประชาชนจะต้องไปเข้าชื่อให้ได้ 50,000 ชื่อ และส่งกลับมายังสภาฯอีกครั้ง จากนั้นจะมีการตรวจสอบรายชื่อ และเมื่อมีความพร้อมจะบรรจุร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญตามขั้นตอนต่อไป ยินดีที่ภาคประชาชน และทุกภาคส่วน สนใจกระบวนการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ถือเป็นนิมิตหมายที่ดีของบ้านเมือง
ขณะที่น.ส.นันทนา ระบุว่า หวังว่าร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของภาคประชาชน จะได้รับการบรรจุเข้าสู่การพิจารณาไปพร้อมกับร่างของพรรคต่างๆ รวมทั้งร่างแก้ไขของสว.ด้วย ยืนยันว่า ส.ส.ร.ต้องมาจากการเลือกตั้ง เพราะเราจะต้องได้ผู้ร่างที่เป็นตัวแทนของประชาชนอย่างแท้จริงเพื่อจะได้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนในรอบ 100 ปีประชาธิปไตยไทย ซึ่งตนสนับสนุนร่างของประชาชน 100%