รมว.ยุติธรรม เสียงอ่อน หลัง สว. ท้าตรวจยาเสพติด 2 งานใหญ่ระดับโลก ถ้าตรวจเจอต้องลาออก ลั่น ผมคงต้องลาออกตั้งแต่พรุ่งนี้เลย
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 15 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมวุฒิสภา พิจารณากระทู้เป็นหนังสือ เรื่องแนวทางการแก้ปัญหายาเสพติด ถามโดยนายปริญญา วงษ์เชิดขวัญ สว. ว่า เราสัมผัสปัญหายาเสพติดกันมาในชีวิตประจำวันค่อนข้างมาก
แม้หน่วยงานต่างๆ มีการระดมสรรพกำลังในการแก้ปัญหา ซึ่งนวัตกรรมของยาเสพติดมีรูปแบบเท่าทันกับยุคสมัย จะเห็นได้ตามสื่อโซเชียลทั้งหลาย คงต้องให้รมว.ยุติธรรมที่กำกับสำนักงานคณะกรรมการปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) เข้าไปตรวจสอบอย่างทันสมัยด้วยเช่นกัน
แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นทั้งรูปแบบยา รูปแบบการขน รวมถึงแรงงานต่างชาติ และในทุกภูมิภาค ยาเสพติดกลายเป็นสินค้าในชีวิตประจำวันของคนไปแล้ว จึงต้องการให้ รมว.ยุติธรรม แก้ปัญหาในภาพรวมทั้งหมด เพราะเป็นปัญหาที่อยู่กับสังคมเรามาโดยตลอด ได้มีการวางแผนแก้ไขอย่างไร และนโยบายของรัฐบาลบอกว่าจะแก้ปัญหายาเสพติดให้หมดไป มันจะหมดไปจริงหรือไม่
นายปริญญา กล่าวต่อว่า เราต้องใช้เม็ดเงินอย่างมหาศาลที่ใช้ในการแก้ปัญหายาเสพติด รวม 10 ปีย้อนหลังประเทศไทยต้องหมดเงินไปกว่า 2.31 ล้านล้านบาท การบำบัดฟื้นฟูอีก 1 แสนกว่าล้านบาท หลังจากที่ทุ่มงบไปอย่างมหาศาลมีการแก้ไขอย่างไรได้บ้าง หรือต้องเสียงบประมาณไปเรื่อยๆ โดยที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาอะไรได้เลย
โดยเฉพาะลุ่มน้ำโขง งบประมาณที่เราเสียในการใช้กำลังพล ถ้าเราเปลี่ยนแปลงมาใช้เทคโนโลยีให้มากขึ้นก็สามารถทำได้ เพราะตลอดระยะเวลาแม่น้ำโขงมีระยะทาง 955 กิโลเมตรมีปัญหาตลอด งบประมาณที่ดูแลริมโขงตลอด 24 ชั่วโมง หากเราใช้โดรนตรวจจับความร้อนในการตรวจสอบทั้งหมดอยู่แค่ประมาณ 40 ล้านบาทต่อปี ต่อให้ทำโครงการนี้ขึ้นมาแล้วเปลี่ยนโดรนทุกปียังเหลืองบประมาณอีกมาก
“ที่สำคัญงานต่าง เช่น เฟสติเวิร์ล EDM ผมเข้าไปลองดูด้วยตัวเองว่าเป็นปัญหาแบบนั้นจริงหรือไม่โดยเฉพาะงาน EDM ต่างๆ มันเป็นอย่างนั้นจริง มีการเสพยาต่อหน้า เสียดายที่ยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายไม่ทัน จึงขอฝากรัฐมนตรีว่า เราจะมีการจัดงานใหญ่ในประเทศไทย โดยเฉพาะงาน Tomrrowland จัดขึ้นวันที่ 11-13 ธ.ค. เป็นสถานที่ปิดของรีสอร์ตภาคเอกชน และงาน EDC ที่ภูเก็ต
หากอยากแก้ปัญหาจริงก็ควรบุกจับค้นอย่างจริงจัง รับรองเลยว่ามียาเสพติดอย่างแน่นอน และมีจำนวนมาก ผมเคยได้รับข้อมูลมาว่า งานพวกนี้มียาเสพติดเยอะมาก และได้ประสานไปยัง ป.ป.ส. แล้ว แต่ได้รับคำตอบว่า หากมีการตรวจสอบอย่างเข้มข้นจะทำลายบรรยากาศการท่องเที่ยว
ผมจึงไม่เข้าใจว่า ประเทศไทยเราจะอยู่ได้ด้วยการท่องเที่ยวมียาเสพติดหรืออย่างไร เราจะปล่อยความสุขสนุกสนานแบบนี้ด้วยยาเสพติดตลอดไปหรือ และจากรายงานสถิติจากทั่วโลก ปัญหายาเสพติดกับงานเทศกาลดนตรีเป็นของคู่กัน 80 กว่าเปอร์เซ็นต์ ทั้งที่ไม่ควรเกิดแบบนี้ และไทยมีการจับกุมอย่างจริงจังหรือไม่” นายปริญญา กล่าว
ด้าน พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ชี้แจงว่า ป.ป.ส. มีกำลังพลประมาณ 1,200 คน โดยทำงานบูรณาการร่วมกับทุกหน่วยงาน ทั้งตำรวจ ทหาร กระทรวงศึกษา สาธารณสุข พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ องค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ในการป้องกันปราบปรามยาเสพติด
ส่วนพื้นที่ตามชายแดนรูปแม่น้ำโขง ซึ่งมีพื้นที่ติดกับเพื่อนบ้านประมาณ 1,040 กิโลเมตร ในพื้นที่ภาคเหนือ คือ จ.เชียงราย มี 3 อำเภอ รวม 90 กิโลเมตร ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมี 7 จังหวัด คือ เลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนมมุกดาหาร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี ระยะ 950 กิโลเมตร เป็นยุทธศาสตร์ที่นำเข้ายาเสพติดในเรื่องของเคมีภัณฑ์ต่างๆ เข้ามาในประเทศไทย
ในส่วนนี้กระทรวงยุติธรรมได้กำหนดพื้นที่ที่จำเป็นเร่งด่วนที่ต้องดำเนินการในงบประมาณปี 2569 ทั้งทางบกและทางแม่น้ำโขง ซึ่งเราจะต้องดำเนินการเร่งรัด รวมถึงความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้าน ในมิติของการดำเนินการเชิงรุกในเรื่องการจับกุม สกัดกั้น การขยายผล ยึดอายัดทรัพย์สินต่างๆ
พล.ต.ท.รุทธพล ต่อว่า การปราบปรามยาเสพติดในแหล่งท่องเที่ยว ซึ่งการเปิดให้บริการก็จะตามมาด้วยเรื่องเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เวลาเมาก็อาจจะขาดสติ ขาดความรับรู้ชั่วดี เป็นโอกาสที่จะเข้าถึงยาเสพติดได้ง่าย ตรงนี้เราทราบและได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งสถานบริการเป้าหมายมี 1,500 กว่าแห่ง สถานที่ท่องเที่ยว 4,000 กว่าแห่ง ทาง ป.ป.ส. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้มงวดกวดขันมาอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งตัวของลูกค้าที่มาใช้บริการและผู้ประกอบการ ส่วนกรณีเรื่องเทศกาลดนตรี ในส่วนนี้เราจะกำชับเจ้าหน้าที่ให้ลงไปตรวจสอบเบื้องต้นทุกจังหวัดที่มีการจัดเทศกาลดนตรี ซึ่งรัฐบาลไม่ได้นิ่งนอนใจได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง
จากนั้น นายปริญญา กล่าวว่า รัฐมนตรีก็ตอบตามหลักการ แต่สุดท้ายปัญหาก็จะเกิดขึ้นเหมือนเดิมขอให้กลับไปดูโครงการต่างๆ ที่ใช้งบอย่างมหาศาลว่าคุ้มค่าหรือไม่ และควรปรับวิธีแก้ปัญหายาเสพติดใหม่หรือไม่
ในหลายคดีเมื่อเราลงโทษผู้กระทำความผิด ผู้เสพยา ผู้ค้ายาเสพติด แล้วยังเป็นเหมือนเดิม ทำไมเราไม่ยึดทรัพย์ 100 เปอร์เซ็นต์เหมือนในหลายประเทศ ที่เขายึดเครือข่ายและผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง เพื่อให้ผู้ค้ายาและผู้เสพยาเสพติดกลัวกันมากยิ่งขึ้น
“ในงานเทศกาล เราจับตรวจฉี่หรือตรวจสารยาเสพติดหลังจากเลิกเทศกาลเลยได้หรือไม่ ถ้าจับไม่ได้ เข้าไปบุกตรวจในงานเลย เพราะงานระดับโลกไม่ควรมาทำลายการท่องเที่ยวในประเทศไทย ผมขอท้าเลยว่า ถ้าท่านรัฐมนตรีนำกำลังไปตรวจ เอาแค่สองงานใหญ่ Tomrrowland กับ EDC ถ้าไม่มีผมลาออกให้ดูเลย แต่ถ้ามีท่านออกหรือไม่” นายปริญญา กล่าว
พล.ต.ท.รุทธพล ชี้แจงว่า “เรื่องเทศกาลเราได้สั่งการในแต่ละพื้นที่แต่ละจังหวัดไปดำเนินการแล้ว แต่ถ้าจะมาบอกถึงขนาดว่า ถ้าไปตรวจเจอแล้ว รมว.ยุติธรรม ต้องลาออก ผมว่าผมคงต้องลาออกตั้งแต่พรุ่งนี้เลย เพราะปัญหาไม่ใช่ปัญหาของคนใดคนหนึ่งแต่เป็นปัญหาของคนทั้งประเทศ”