อนุทิน ยันเดินหน้าโครงการ TH-AI Passport ชี้ไทยต้องโตทันโลกไม่ล้าหลัง บอก รมว.ดีอี-ปลัด แจงแล้ว ลั่นรัฐบาลนี้ไม่รู้จักคำว่ามีนอกมีใน มีแต่ให้ประชาชน

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 15 มิ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีโครงการ TH – AI Passport จะบานปลายหรือไม่ ว่า เราต้องเติบโตไปกับโลก ถามว่าวันนี้ถ้าใครไม่เข้าถึง AI แม้จะไม่ถึงขั้นดับดิ้นสิ้นใจไป แต่จะเป็นคนล้าหลังไม่ทันโลก การดำรงชีวิตของผู้คนในปัจจุบันต้องมีทุกสิ่งที่ประกอบ เพื่อให้เราอยู่ในเวทีโลก และมีความพร้อมมากกว่าคนอื่น

ประเทศไทยมีความมั่นคงเรื่องเทคโนโลยี โดยเฉพาะเทคโนโลยีทางการสื่อสารเป็นลำดับต้นๆ ของโลกอยู่แล้ว เราไม่ได้ใช้เทคโนโลยีต่างประเทศ เพียงแต่เอาแพลตฟอร์ม และองค์ความรู้ต่างๆ มาพัฒนา ซึ่งจะต้องส่งต่อ และกระจายการเข้าถึงของเทคโนโลยีขั้นสูงให้กับประชาชนทุกคน

เมื่อถามว่าอาจจะไม่ได้มีเสียงคัดค้านเรื่องแนวคิด แต่มีการท้วงติงเรื่องทีโออาร์ ที่เกี่ยวพันกับบุคคลในตระกูลชิดชอบ นายกฯ กล่าวว่า ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นผู้ดำเนินการ และรมว.งดีอี เป็นผู้รับผิดชอบ และดำเนินการโครงการนี้ได้อธิบายจนเป็นที่เข้าใจแล้ว

ดังนั้น สิ่งที่รัฐบาลจะต้องกังวล คือการดำเนินการด้วยความสุจริตเป็นไปตามระเบียบขั้นตอน และเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามนั้น ถือว่าผู้ที่ดำเนินการได้ดำเนินการตามภารกิจที่ได้รับมอบหมาย และนโยบายที่รัฐบาลกำหนดให้ทำ เพราะถ้าไม่ทำ จะมีปัญหาเรื่องของผลงาน รวมถึงการประเมิน

เมื่อถามว่ามั่นใจใช่หรือไม่ว่าโครงการนี้มีความโปร่งใส หรือ ไม่มีนอกมีใน นายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลนี้ไม่รู้จักคำว่ามีนอกมีนัย มีแต่ให้ประชาชน พวกตนมาทำงานจะไม่ทนเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ชีวิตพวกตนดีขึ้น หรือมีประโยชน์มีเงินมีทองเพิ่มขึ้น

“ทุกวันนี้ผมว่าผมก็อยู่ได้อยู่แล้ว เพียงแต่ผมไม่ได้เข้า 60/40 เท่านั้น เพราะเห็นว่าตัวผมเองไม่จำเป็นต้องตัดสิทธิ์คนอื่น แต่ผมใช้ชีวิตปกติทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี ประชาชนธรรมดา หรือเป็นนายกฯ ชีวิตผมไม่ได้เปลี่ยนอะไรเลยแม้แต่น้อย ดังนั้น เรื่องพวกนี้ ผมจึงไม่มีความจำเป็นต้องเกรงใจหรือเกรงกลัวใครที่จะมาทำสิ่งที่การกระทำที่ทุจริต โดยเฉพาะรัฐบาลที่ผมเป็นนายกฯ” นายอนุทิน กล่าว

เมื่อถามว่าทุกนโยบายพร้อมให้ตรวจสอบได้ตลอดเวลาหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า นายกฯ และคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในรัฐบาลนี้ ทุกคนรังเกียจการกระทำทุกชนิดที่เป็นเรื่องทุจริต และผิดกฎหมาย ไม่ใช่เฉพาะจัดซื้อจัดจ้าง แม้แต่แต่งตั้งโยกย้าย นโยบายการปราบปรามอาชญากรรม ยาเสพติด การกระทำผิดกฎหมายทุกรูปแบบ

ถ้ามีในเรื่องทุจริต เราจะดำเนินการอย่างเต็มที่ เรายึดทรัพย์สแกมเมอร์มา 40,000 ล้านบาท มีการยึดยาเสพติดจำนวนมากเป็นประวัติการณ์ ทำลายยาเสพติด ทำลายเครือข่ายทุกอย่าง รวมถึงการฟอกเงิน ก็ดำเนินการยึดทรัพย์ดำเนินคดีปิดชื่อถือพฤติกรรม

ทุกอย่างขณะนี้รัฐบาล องค์กรที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล และหน่วยงานต่างๆทำงานเป็นหนึ่งเดียวกัน และไม่มีความกังวลต่ออิทธิพลใดๆ แม้แต่คำว่าผู้มีอิทธิพลตนยังบัญญัติใหม่ว่าเป็นอันธพาล และจะเป็นศัตรูกับเรื่องเหล่านี้ทุกรูปแบบ

เมื่อถามว่าได้คุยกับรมว.ดีอีหรือไม่ เพราะหลายฝ่ายทักท้วงว่าควรทบทวน นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ไม่มี เพราะถ้าไม่ถูกต้อง ระบบจะทำให้โครงการล้มไปเอง ถ้าผิดกฎหมาย ระบบก็จะทำให้มันผ่านไปไม่ได้ ยืนยันว่าจะเดินหน้าโครงการ เพราะ AI ไม่ใช่ถามสามคำถามแล้วช้าลงเรื่อยๆ เวลาทำมาหากินรอไม่ได้ ถ้าถามต้องตอบทันที ถามวันนี้ ตอบเมื่อวาน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน