มทภ.2 เผยทำลายบันไดขึ้นปราสาทคนาสิ้นสภาพ ย้ำบางอย่างต้อง “ลับ ลวง พราง” เกาะติดรถถังล็อตใหม่กัมพูชา ชี้ทุกพื้นที่ล่อแหลม ต้องพร้อมทุกมิติ ใครไวกว่า อาวุธมากกว่า โอกาสรบชนะสูง

เมื่อวันที่ 19 มิ.ย. 2569 ที่ปราสาทคนา อ.กาบเชิง จ.สุรินทร์ พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ แม่ทัพภาคที่ 2 ให้สัมภาษณ์ว่า กองทัพภาคที่ 2 โดยกองกำลังสุรนารี มีพื้นที่ในความรับผิดชอบกว่า 400 กิโลเมตร ตั้งแต่ช่องบก จ.อุบลราชธานี ไปจนถึงหลักเขต 28 อ.ละหานทราย จ.บุรีรัมย์

สำหรับปราสาทคนา เป็นโบราณสถานที่อยู่ในพื้นที่ชายแดน ไล่เรียงมาจากปราสาทตาเมือน ปราสาทตาควาย อ.พนมดงรัก จ.สุรินทร์ รวมไปถึงพื้นที่ภูโคกใหญ่ ช่องบก จ.อุบลราชธานี

ปราสาทคนา เป็นที่หมายแรกในการยึดพื้นที่เข้าปฏิบัติการทางทหาร เพื่อควบคุมพื้นที่ตามยุทธการศตวรรษ และมีกำลังพลสละชีวิต 1 นาย โดยตนได้ไปเยี่ยมครอบครัวเมื่อวานนี้ เพื่อดูแลความเป็นอยู่

ส่วนบันไดที่เป็นทางเชื่อมขึ้นมาบนปราสาทคนาของฝ่ายกัมพูชานั้น ที่ผ่านมาทางไทยได้ทำลายไปแล้ว บางอย่างเราไม่ได้บอกทั้งหมด เพราะต้องลับ ลวง พราง พูดไปหมดไม่ได้ เนื่องจากเป็นการปฏิบัติการทางยุทธวิธี แต่เราต้องมีวิธีการตอบโต้และต่อต้าน

นอกจากนี้ ตนเตรียมตรวจเยี่ยมปราสาทภูโคกใหญ่ ช่องบก ซึ่งมีลักษณะคล้ายปราสาทคนา และถือเป็นครั้งแรกในรอบ 30 ปี ที่เราสามารถสร้างถนนไปถึงปราสาท และนำกำลังพลขึ้นไปควบคุมพื้นที่ได้ โดยการสร้างถนนนั้น กองทัพบกได้มอบงบประมาณมาส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งได้รับการสนับสนุนจากประชาชน

พล.ท.วีระยุทธ ย้ำว่า ปัจจุบันได้ยึดและควบคุมพื้นที่ไว้ทั้งหมดตลอดแนว ยืนยันว่ากำลังพลจากทุกเหล่าทัพ รวมถึงประชาชน ต่างเข้ามามีส่วนร่วมปกป้องพื้นที่ ถือเป็นความภาคภูมิใจในความเป็นไทยของเรา

ขณะที่สื่อมวลชนก็เป็นกระบอกเสียงที่ทำให้เห็นถึงความสามัคคีของทุกภาคส่วน รวมถึงการสร้างถนนหนทาง ซึ่งนอกจากจะเป็นการดำเนินการของเหล่าทัพแล้ว ประชาชนยังเข้ามามีส่วนร่วมเพื่ออำนวยความสะดวกในการปฏิบัติภารกิจทางทหารอีกด้วย

นอกจากนี้ เรื่องปฏิบัติการสงครามข่าวสารถือเป็นเรื่องสำคัญที่เราต้องดำเนินการร่วมกัน เพื่อตอบโต้และต่อต้านข่าวบิดเบือนที่เกิดจากการสื่อสารของฝ่ายตรงข้าม

พล.ท.วีระยุทธ ระบุว่า จากภาพข่าวที่ปรากฏ เราอาจเห็นทหารกัมพูชามีการเคลื่อนย้ายรถถังหรือยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ แต่ในทางปฏิบัติ เราได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เนื่องจากอาวุธยุทโธปกรณ์ทุกชนิดต้องผ่านการฝึกและต้องใช้เวลาเตรียมความพร้อมของกำลังพล ซึ่งต้องมีองค์ประกอบครบถ้วนจึงจะสามารถเคลื่อนย้ายมาได้ เช่น มีถนนลำเลียงหรือไม่ และมีน้ำมันเพียงพอหรือไม่

แม่ทัพภาคที่ 2 ย้ำว่า เราติดตามสถานการณ์อยู่ตลอดเวลา หากเกิดการปะทะรอบ 3 ไม่ว่าจะเป็นพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 1 ภาคที่ 2 หรือพื้นที่จันทบุรี-ตราด ในความรับผิดชอบของกองทัพเรือ ล้วนมีความสำคัญ เพราะเป็นพื้นที่ล่อแหลมทั้งหมด

เราต้องรวบรวมข่าวสารเพื่อประเมินสถานการณ์ และเตรียมความพร้อมทั้งด้านกำลังพล ทรัพยากร และการฝึก ใครพร้อมกว่า ไวกว่า มีอาวุธมากกว่า และไปถึงที่หมายได้เร็วกว่า ก็มีโอกาสตอบโต้และเอาชนะได้มากกว่า

พล.ท.วีระยุทธ กล่าวถึงความคืบหน้าการสร้างอ่างเก็บน้ำที่ห้วยตามาเรีย จ.ศรีสะเกษ ว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการวางแผนร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งการจัดทำงบประมาณและการเสนอโครงการ ซึ่งต้องดำเนินการร่วมกับรัฐบาลในส่วนที่เกี่ยวข้อง

อย่างไรก็ตาม ได้กำชับกำลังพลให้อยู่ในระเบียบวินัย และระมัดระวังเรื่องการตอบโต้หากมีการยั่วยุ โดยต้องมีการสั่งการและควบคุม ไม่ใช่ห้ามตอบโต้ทั้งหมด แต่ต้องมีมาตรการตอบโต้ที่เหมาะสม ผู้บังคับหน่วยทุกระดับมีอำนาจตัดสินใจ แต่ต้องอยู่ภายใต้การควบคุม เนื่องจากการยั่วยุบางอย่างอาจไม่จำเป็นต้องใช้การยิงหรือการปะทะ แต่อาจเป็นเพียงการขาดระเบียบวินัยของฝ่ายตรงข้าม

ดังนั้น เราต้องมีวินัยมากกว่า เพราะหากปฏิบัติการแล้วจะต้องบรรลุผลสำเร็จ และต้องเหนือกว่าคู่ต่อสู้ หากดำเนินการโดยไม่มีการควบคุม อาจก่อให้เกิดความเสียหายได้

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน