โฆษก กองทัพบก ขอประชาชนเชื่อมั่น ทหาร ดูแลพื้นที่ ปราสาทตาควาย เข้มข้น บันไดฝั่ง เขมรรื้อถอนแล้ว เผย ผบ.ทบ. ย้ำ ต้องไม่ประมาท ทุกสถานการณ์ ลั่นไม่ให้ กัมพูชา รุกล้ำอีก
19 มิถุนายน 2569 – ที่ปราสาทตาควาย อำเภอพนมดงรัก จังหวัดสุรินทร์ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการลงพื้นที่ปราสาทตาควายว่า
เป็นการให้กำลังใจทหารในพื้นที่ และเพื่อย้ำว่าทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ทุกนายปฏิบัติภารกิจอย่างเต็มความสามารถในการเฝ้าปกป้องอธิปไตย ไม่ให้มีการรุกล้ำเข้ามาได้

ส่วนกรณี ปราสาทตาควาย เป็นพื้นที่ที่ กัมพูชา เพ่งเล็งหรือไม่นั้น โฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ถือเป็นพื้นที่สำคัญ เนื่องจากเป็นพื้นที่สูง และกัมพูชาเคยรุกล้ำขึ้นมา พร้อมตั้งฐานทหารบริเวณดังกล่าวเป็นระยะเวลาหนึ่ง ซึ่งในทางทหารพื้นที่สูงถือว่ามีความได้เปรียบ
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันพื้นที่ลักษณะดังกล่าวร้อยละ 90 อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายไทยทั้งหมด ถือเป็นสิ่งที่สร้างความสบายใจให้แก่ประชาชน
ส่วนกรณีที่ กัมพูชา สร้างบันไดขึ้นมายังปราสาทตาควาย ก่อนหน้านี้ ทางทหารไทยได้ดำเนินการรื้อถอนแล้ว และที่ผ่านมาในพื้นที่ชายแดนมีภารกิจจำนวนมาก เจ้าหน้าที่จึงไม่สามารถดูแลพื้นที่ชายแดนได้ตลอดเวลาและทั่วถึง ดังนั้น หลังจากนี้ จะต้องเพิ่มความเข้มข้น ในการปฏิบัติงาน เพื่อไม่ให้เกิดการรุกล้ำเข้ามาอีก
ทั้งนี้ ผู้บัญชาการทหารบกย้ำว่า ต้องไม่ประมาทต่อสถานการณ์ ดังนั้นการปฏิบัติงานทุกด้านจะต้องดำเนินไปอย่างเข้มข้นเช่นเดิม โดยเน้นภารกิจสำคัญ 3 ด้าน ได้แก่
1. การเฝ้าตรวจ เฝ้าระวัง และเตรียมความพร้อมตลอดเวลา 2. การปรับปรุงที่มั่นต่าง ๆ เพื่อรองรับสถานการณ์และสร้างความปลอดภัย รวมถึงพัฒนาเส้นทางที่ใช้ในการลาดตระเวนและการส่งกำลังบำรุง 3. การเก็บกู้ทุ่นระเบิด ทั้งนี้ ทุกภารกิจจะต้องดำเนินการภายใต้หลักความปลอดภัยสูงสุด
ส่วนคำถามว่า นโยบายของรัฐบาล ต่อสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาในขณะนี้มีผลต่อการปฏิบัติหน้าที่ของทหารอย่างไรนั้น โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ทหารยังคงปฏิบัติหน้าที่เช่นเดิม โดยมีบทบาท 2 ส่วน คือ การปฏิบัติการทางทหาร และการดำเนินการด้านการทูต ซึ่งเป็นแนวทางที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล
โดยในช่วงที่เกิดสถานการณ์ จะใช้การปฏิบัติการทางทหารเป็นหลัก และเมื่อเข้าสู่กระบวนการทางการทูต ทหารก็จะต้องดำเนินการภายใต้กรอบกติกา เพื่อให้เป็นที่ยอมรับของสังคม