“ศุภจี” เผย ข่าวดี สถานการณ์ปุ๋ยคลี่คลาย หลังเรือติดค้างเดินทางได้ตามปกติ ยืนยันไม่ขาดแคลน ดูแลราคาให้เหมาะสม เข้มห้ามกักตุน-ฉวยโอกาสเด็ดขาด
เมื่อเวลา 09.40 น.วันที่ 22 มิ.ย. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.พาณิชย์ หารือกับภาคเอกชน นำโดย นายเทพวิทย์ เตียวสุรัตน์กุล อุปนายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจการเกษตรไทย ถึงสถานการณ์เรื่องปุ๋ย
นางศุภจี กล่าวถึงสถานการณ์การบริหารจัดการปุ๋ยว่า รัฐบาลในฐานะทีมประเทศไทยได้ติดตามผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในต่างประเทศอย่างใกล้ชิด แม้ยังมีความไม่แน่นอนเรื่องการยุติสงคราม แต่ยืนยันว่าจะควบคุมปริมาณไม่ให้ขาดแคลน พร้อมดูแลราคาให้เหมาะสม
ทั้งนี้ มีข่าวดีที่สามารถให้เรือขนส่งปุ๋ย 5 ลำ ที่ติดอยู่ในช่องแคบฮอร์มุซ หลุดออกมาได้แล้ว 2 ลำ และอีก 1 ลำ มีการปรับเส้นทางขนถ่ายสินค้าทางบก เพื่อลงเรือที่ทะเลแดง มุ่งหน้าสู่ประเทศไทย ทำให้สถานการณ์ซัพพลาย เริ่มปรับตัวดีขึ้น
นางศุภจี กล่าวว่า กระทรวงพาณิชย์ยังดำเนินโครงการไทยช่วยไทย ปุ๋ยธงเขียว เพื่อลดภาระต้นทุนให้เกษตรกร ตั้งเป้ากระจายไป 40 จังหวัด ปัจจุบันทำแล้ว 6 จังหวัด และจะทำต่อเนื่องไปจนถึงเดือน ส.ค. ขณะที่กรมการค้าภายใน ได้ควบคุมราคาและดำเนินคดีกับผู้ขายปุ๋ยเกินราคากว่า 1,640 ราย และขอให้เกษตรกรแจ้งเบาะแสหากพบการเอาเปรียบ
สำหรับแผนระยะยาว รัฐบาลได้เตรียมโครงการ แม่ปุ๋ยคนละครึ่ง และเมล็ดพันธุ์คนละครึ่ง โดยจะสนับสนุนเงินกู้ผ่าน ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธกส.) ครึ่งหนึ่ง เพื่อให้เกษตรกรใช้ปุ๋ยได้ตรงตามสภาพดินและเพิ่มผลผลิตให้ตรงความต้องการตลาด และมีการเจรจากับประเทศจีนและรัสเซีย เพื่อเป็นแหล่งนำเข้าสำรองหากเส้นทางปกติมีปัญหา
ด้าน นายเทพวิทย์ กล่าวว่า สถานการณ์ขาดแคลนปุ๋ยในตลาดโลกเริ่มคลี่คลาย โดยเฉพาะปุ๋ยยูเรียที่เคยขาดหายไปในช่วงเดือนมี.ค.-พ.ค. เริ่มมีการนำเข้าจากแถบตะวันออกกลางผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้แล้ว ขณะที่ผู้ผลิตในซาอุดีอาระเบีย ปรับแผนขนส่งทางรถบรรทุกจากฝั่งตะวันออกไปยังท่าเรือทะเลแดงเพื่อส่งมาไทยอย่างต่อเนื่อง
ดังนั้น แนวโน้มราคาเริ่มอ่อนตัวลง โดยเฉพาะกลุ่มไนโตรเจนและยูเรีย ส่วนสูตร NP และ NPK ราคาหยุดนิ่งและมีโอกาสปรับลดลงในอนาคต ซึ่งราคาในประเทศจะทยอยปรับลงตามต้นทุนจริงคล้ายกับสถานการณ์ราคาน้ำมัน และยืนยันว่าจะไม่ปรับขึ้นราคาแน่นอน
ขณะที่ นายกองเอก เปล่งศักดิ์ ประกาศเภสัช นายกสมาคมการค้าปุ๋ยและธุรกิจเกษตรไทย เปิดเผยความคืบหน้าด้านการเจรจาระหว่างประเทศว่า รัฐบาลอิหร่านยืนยันพร้อมสนับสนุนปุ๋ยยูเรียให้ไทย และได้รับข้อมูลว่าจะไม่คิดค่าธรรมเนียมพิเศษหรือหัวคิวสำหรับเรือที่จะเดินทางมายังประเทศไทย เช่นเดียวกับทางรัสเซียที่พร้อมให้ความร่วมมือในการซื้อขายปุ๋ยเคมีกับไทยในฐานะมิตรประเทศ จึงขอให้เกษตรกรอย่าตื่นตระหนกและมั่นใจได้ว่าปุ๋ยจะไม่ขาดแคลนแน่นอน
ด้าน นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน กล่าวว่า จากข้อมูลสถิติราคาหากเปรียบเทียบกับช่วงก่อนเกิดสงคราม ปุ๋ยยูเรียมีการปรับขึ้นสูงสุดเฉลี่ยประมาณ 60% ส่วนปุ๋ยฟอสเฟตปรับขึ้นเฉลี่ย 20% และโพแทสเซียมปรับขึ้นเพียง 0.2%
ปัจจุบันราคายูเรียมีทิศทางปรับลดลงชัดเจนที่สุด ซึ่งกรมฯ มีการติดตามสต็อกปุ๋ยจากผู้ประกอบการทุก 15 วัน ยืนยันว่าปัจจุบันมีปุ๋ยทุกสูตรเพียงพอจำหน่าย และขอความร่วมมือสื่อมวลชนไม่ลงรายละเอียดจำนวนสต็อกเชิงลึก เพื่อป้องกันไม่ให้บุคคลบางกลุ่มฉวยโอกาสกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไรจนเกิดราคาเทียมขึ้นในตลาด