เท้ง-จ้อน ประสานเสียงป้อง ‘ภาวุธ’ พร้อมแจงดีเอสไอ ลั่นพรรคมีมาตรฐานวินัย ไม่ปกป้องคนผิด เชื่อเป็นกระบวนการลดทอนความน่าเชื่อถือ ปัดตอบฟ้องกลับหรือไม่ เห็นใจขรก.ทำเพื่อตอบสนองฝ่ายการเมือง

เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 22 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ทำหนังสือเชิญ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ไปชี้แจง พรรคประชาชนหรือฝ่ายค้านจะมีมติอย่างไรว่า ตนขอแบ่งเป็น 2 ประเด็นคือ ประเด็นแรกคือความสมัครใจของนายภาวุธเอง เชื่อว่านายภาวุธพร้อมเข้าไปชี้แจงต่อทุกหน่วยงาน

แต่รอความชัดเจนจากดีเอสไอ ก่อนว่าตกลงแล้วข้อกล่าวหาที่มีต่อนายภาวุธ เป็นอย่างไร เพราะตอนนี้นายภาวุธ ยังอยู่ในสถานะของผู้ต้องสงสัยอยู่ อีกประเด็นคือกระบวนการภายใน พรรคประชาชนก็มีมาตรฐานการกำกับดูแลกระบวนการภายในอยู่เช่นเดียวกัน

ด้านนายพิจารณ์ เชาวพัฒนวงศ์ เลขาธิการพรรคประชาชน กล่าวว่า ถ้าเราพิจารณาจากสิ่งที่ดีเอสไอตั้งโต๊ะแถลง คิดว่าสังคมตั้งคำถามว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมีแรงจูงใจทางการเมืองหรือไม่ จากการติดตามการแถลงของดีเอสไอ ทราบว่าจะแถลง 3 ประเด็น แต่สุดท้ายปรากฏว่าแถลงประเด็นเดียว การแถลงที่พาดพิงมาที่นายภาวุธ ก็ต้องบอกว่าไม่ได้ชี้ด้วยซ้ำว่าเป็นผู้ต้องสงสัยอย่างไร แต่กลับสร้างความเคลือบแคลงให้กับสังคมรู้สึกต่อตัวนายภาวุธ

“ผมก็ต้องตั้งคำถามและตั้งข้อสังเกตว่า นี่มันคือความพยายามลดทอนความน่าเชื่อถือของนายภาวุธและของพรรคประชาชนในการตรวจสอบโครงการต่างๆ ของรัฐบาลหรือไม่ เป็นความพยายามที่จะทำให้ความเข้มข้นในการตรวจสอบของเราลดลงหรือเปล่า” นายพิจารณ์ กล่าว

นายพิจารณ์ กล่าวต่อว่า การชี้แจงต่อสังคมก็เป็นหน้าที่ที่นายภาวุธ ต้องพิสูจน์ตัวเองให้สังคมได้รับรู้ข้อกล่าวหายังไม่ชัดเจน แต่หากติดตามในโลกโซเชียล จะเห็นว่าข้อกล่าวหาอาจจะรุนแรงถึงขั้นเป็นอาชญากรข้ามชาติ หลอกลวงฟอกเงินหรือไม่ ซึ่งเป็นข้อกล่าวหาที่รุนแรง

นายภาวุธก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการพิสูจน์ข้อเท็จจริงให้กับตัวเอง ถึงขั้นบอกว่าจะไม่ใช้เอกสิทธิ์ของ สส. สำหรับพรรคเองเราไม่ได้นิ่งนอนใจ ทางพรรคจะมีคณะกรรมการวินัย ตรวจสอบเป็นการภายในของพรรคเช่นกัน ซึ่งเป็นมาตรฐานและวัฒนธรรมที่พรรคยืนยันว่าเราไม่มีการปกป้องคนผิด แต่ปัจจุบันดีเอสไอยังไม่มีการตั้งข้อกล่าวหาใดๆ กับนายภาวุธเช่นเดียวกัน

เมื่อถามว่าการแถลงที่ผิดวิสัยแบบนี้ถ้าสุดท้ายนายภาวุธ ไม่มีความผิด มีโอกาสจะฟ้องหรือเรียกร้องหรือไม่ นายพิจารณ์ กล่าวว่า ต้องถามว่าการแถลงของดีเอสไอ ประเทศไทยได้อะไร ประชาชนได้อะไร เราอยากเห็นบทบาทการทำงานของหน่วยงานภาครัฐทุกแห่ง ทำงานอย่างตรงไปตรงมา แก้ปัญหาให้กับประชาชนจริงๆ

เราอยากเห็นการทำงานที่ตอบสนองความต้องการและผลประโยชน์ของประเทศ สำหรับกระบวนการทางกฎหมายตรงนั้น ยังไม่ถึงเวลาที่จะมาพูดหรือลงรายละเอียด แต่อยากให้กำลังใจข้าราชการทุกคนมากกว่า ถ้าทำงานและยึดมั่นในอุดมการณ์ ผลประโยชน์ของประชาชน เชื่อว่าสังคมพร้อมสนับสนุน

เมื่อถามว่าพรรคประชาชนตั้งข้อสังเกตหรือไม่ ในการแถลงข่าวเพราะมีการเอ่ยชื่อ-นามสกุลเต็มของนายภาวุธ พร้อมบอกว่าไม่ใช่เรื่องการเมือง นายพิจารณ์ กล่าวว่า ตนรู้สึกเห็นใจการทำงานของข้าราชการ

ตั้งข้อสังเกตว่านี่เป็นการถูกกดดันโดยฝ่ายการเมือง ที่สอดคล้องกับการตรวจสอบโครงการ TH-AI Passport โดย 2 กรรมาธิการของพรรคประชาชน มีการพยายามสร้างกระแส สร้างเรื่องราวเพื่อลดทอนความน่าเชื่อถือในการตรวจสอบของพวกเรา ตนเห็นใจต่อข้าราชการ ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่เพื่อตอบสนอง ทางฝ่ายการเมืองหรือไม่

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่เพราะนายภาวุธ ไม่ได้เข้าร่วมประชุมและติดต่อไม่ได้และอาจโดนเพ่งเล็งเป็นประเด็นการเมือง นายพิจารณ์ กล่าวว่า หน้าที่ชี้แจงต่อสังคม เป็นหน้าที่ของนายภาวุธ พรรคเอง ไม่ได้นิ่งนอนใจ เราจะใช้คณะกรรมการวินัยของพรรคตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อให้ประชาชน ที่ติดตามอยู่ได้เห็นว่า นายภาวุธและพรรคไม่ได้ปิดบังข้อมูลใดๆ และจะทำงานอย่างเต็มที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน