“ศรีสุวรรณ” ไม่ทน! ร้องผู้ตรวจฯ สอบรัฐ ส่อฉ้อโกงประชาชนหรือไม่ ปมบิลค่าไฟสาธารณะแฝงในบิลประชาชน จี้จ่ายเงินคืน ฐานลาภมิควรได้
เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. 2569 ที่สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน นายศรีสุวรรณ จรรยา ผู้นำองค์กรรักชาติ รักแผ่นดิน เข้ายื่นคำร้องขอให้ผู้ตรวจการแผ่นดินสอบหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงพลังงาน คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และกรมทางหลวง
กรณีผลักค่าไฟทางสาธารณะมารวมในบิลค่าใช้จ่ายของประชาชนทุกครัวเรือนทั่วประเทศ อันสร้างความเดือดร้อนและไม่เป็นธรรมต่อประชาชนโดยไม่จำเป็นหรือเกินกว่าเหตุ อันเข้าข่ายเป็นการฉ้อโกงประชาชนหรือไม่
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า จากที่ รมว.พลังงาน ได้เปิดเผยในรายการโทรทัศน์รายการดังว่า ประชาชนทุกครัวเรือนต้องร่วมจ่ายค่าไฟส่องสว่างในถนนสาธารณะต่าง ๆ ทั่วประเทศ ซึ่งทำมาแล้วหลาย 10 ปีรวมๆ แล้วปีละ 1-2 หมื่นล้านบาท
ซึ่งกรณีดังกล่าวถูกนำมาวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมาก และต่อมาถูกสำทับยืนยันจากกรรมาธิการ (กมธ.) พลังงาน วุฒิสภา ที่ออกมาแถลงเปิดโปงค่าไฟแฝงที่อยู่ในบิลค่าไฟฟ้าอีกมาก ซึ่งมีต้นทุนแฝงอยู่ประมาณ 50-90 สตางค์ต่อหน่วย หรือคิดเป็นร้อยละ 12-22 ของค่าไฟทั้งหมด
โดยต้นทุนแฝงสำคัญ 4 ประการ คือ 1.ค่าความพร้อมจ่ายโรงไฟฟ้าและกำลังผลิตสำรองส่วนเกินเป็นภาระสูงสุด คิดเป็นประมาณ 30-50 สตางค์ต่อหน่วย เกิดจากสัญญาซื้อขายไฟฟ้าแบบไม่ใช้ก็ต้องจ่าย (Take-or-Pay) ที่ภาครัฐทำไว้กับโรงไฟฟ้าเอกชน ส่งผลให้ต้องจ่ายค่าความพร้อมจ่าย แม้ไม่ได้เดินเครื่องผลิตไฟฟ้าจริง และทำให้ประเทศไทยมีกำลังผลิตสำรองสูงกว่าความจำเป็น
2.ภาระจากนโยบายส่งเสริมพลังงานหมุนเวียน คิดเป็นประมาณ 15-25 สตางค์ต่อหน่วย เกิดจากการรับซื้อไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในอดีตที่ให้เงินสนับสนุนในอัตราสูง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงระบบไฟฟ้าเพื่อรองรับพลังงานหมุนเวียน
3.ค่าไฟฟ้าสาธารณะและการอุดหนุนข้ามกลุ่ม คิดเป็นประมาณ 5-10 สตางค์ต่อหน่วย ประกอบด้วย ค่าไฟถนน ไฟทางหลวง ระบบสูบน้ำป้องกันน้ำท่วม รวมถึงการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟบางกลุ่ม ซึ่งปัจจุบันถูกนำมารวมอยู่ในต้นทุนค่าไฟของผู้ใช้ไฟฟ้าทุกประเภท กล่าวคือประชาชนทุกคนมีส่วนร่วมจ่ายค่าไฟสาธารณะผ่านบิลค่าไฟ แม้จะไม่เห็นรายการดังกล่าวปรากฏอย่างชัดเจน
4.ภาระหนี้สะสมจากการตรึงค่าไฟในอดีต คิดเป็นประมาณ 10-20 สตางค์ต่อหน่วย เกิดจากการที่ภาครัฐเคยให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) รับภาระต้นทุนเชื้อเพลิงแทนประชาชนในช่วงวิกฤตราคาพลังงาน และต่อมาต้องทยอยเรียกคืนผ่านค่า Ft
นายศรีสุวรรณ กล่าวว่า กรณีดังกล่าวถือได้ว่าเป็นการกระทำหรือนโยบายของรัฐที่เอาเปรียบประชาชนอย่างรุนแรง ขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมายหลายฉบับ สร้างความเดือดร้อนและเสียหาย รวมทั้งสร้างความไม่เป็นธรรมต่อประชาชนโดยไม่จำเป็นหรือเกินกว่าเหตุ อันเข้าข่ายเป็นการฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 หรือไม่
องค์กรรักชาติ รักแผนดิน จึงนำความมาร้องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน เพื่อขอให้ตรวจสอบหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจี้ให้รัฐบาลสั่งจ่ายเงินดังกล่าวนับ 10 ปี คืนให้กับประชาชน ฐาน “ลาภมิควรได้” อีกด้วย