ศาลรธน. มีมติเอกฉันท์ ตีตกคำร้อง ปมถูก ‘ธรรมนัส’ ฟ้องปิดปากขัดรัฐธรรมนูญ ชี้เข้าข่ายฟ้องเอกชน ต้องใช้สิทธิศาลอื่น

เมื่อวันที่ 24 มิ.ย.2569 ศาลรัฐธรรมนูญ มีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัยในคดีที่ นายธวัชชัย แก้วคงคา (ผู้ร้อง) ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญ พิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213

โดยผู้ร้องกล่าวอ้างว่า ตนถูกละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพและได้รับความเดือดร้อนเสียหาย จากการที่ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ผู้ถูกร้องที่ 1 มอบอำนาจให้นายอาทิตย์ มานัสสา ผู้ถูกร้องที่ 2 ร้องทุกข์ต่อร.ต.อ. สุชาติ วงศ์ประกาย ผู้ถูกร้องที่ 3 พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพะเยา เพื่อดำเนินคดีอาญาแก่ผู้ร้องในความผิดฐานหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

ผู้ร้องเห็นว่าการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสาม ทำให้ผู้ร้องถูกดำเนินคดีซึ่งมีลักษณะปิดปากผู้ร้องและถูกตั้งข้อกล่าวหา ที่รุนแรงเกินจริง และเป็นการใช้อำนาจที่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 3 มาตรา 4 มาตรา 34 และมาตรา 50

โดยศาล เห็นว่า ข้อเท็จจริงตามคำร้องและเอกสารประกอบ การร้องทุกข์ของร.อ. ธรรมนัส ผู้ถูกร้องที่ 1 และนายอาทิตย์ ผู้ถูกร้องที่ 2 เป็นการกระทำในฐานะเอกชนผู้เสียหาย มิได้เกิดจากการกระทำ ของหน่วยงานของรัฐ เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานซึ่งใช้อำนาจรัฐตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 47

ส่วนการกระทำของผู้ถูกร้องทั้งสาม หากผู้ร้องเห็นว่าเป็นการละเมิดสิทธิหรือเสรีภาพ ผู้ร้องอาจใช้สิทธิทางศาลอื่นได้ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 25 วรรคสาม เป็นกรณีที่รัฐธรรมนูญหรือกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญได้กำหนดกระบวนการร้องหรือผู้มีสิทธิ ขอให้ศาลพิจารณาวินิจฉัยไว้เป็นการเฉพาะแล้ว ตามพ.ร.ป.ว่าด้วยวิธีพิจารณา ของศาลรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2561 มาตรา 47(2)

ซึ่งมาตรา 46ว รรคสาม บัญญัติให้ศาลรัฐธรรมนูญ สั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณา ดังนั้น ผู้ร้องไม่อาจยื่นคำร้องดังกล่าวตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 213

ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเป็นเอกฉันท์มีคำสั่งไม่รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน