กูรู-อินฟลูสายฟุตบอล ลงพื้นที่คลองเตย ‘พลอย เตลาน’ ชูนโยบายกีฬาสู่อาชีพ เปิดโอกาสเด็กเลือกสร้างอนาคต ชี้คุณภาพชีวิตคือโจทย์ใหญ่ของเมือง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 มิ.ย. บรรยากาศการลงพื้นที่หาเสียงของผู้สมัครสมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) ในเขตคลองเตย เริ่มมีสีสันมากขึ้น เมื่อกลุ่มกูรู และอินฟลูเอนเซอร์สายฟุตบอล นำโดยพ่อวัลลพ ทีมบริหารกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน พร้อมด้วย แม็ก 3 เม็ด, จารย์บี ปีศาจแดง, ตะวัน เอฟวัน, โฟนตุง และเกมส์เอง ขอบสนาม ร่วมพบปะประชาชน และเยี่ยมชุมชนในพื้นที่ พร้อมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับบทบาทของกีฬาในการสร้างโอกาสให้เด็กและเยาวชน
ทั้งนี้ แม้หลายคนจะรู้จักพวกเขาในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านฟุตบอล แต่สิ่งที่ถูกพูดถึงระหว่างการลงพื้นที่กลับไม่ใช่เพียงเรื่องการแข่งขัน หากแต่เป็น “โอกาส” ที่เด็กและเยาวชนควรได้รับ เพื่อให้สามารถเติบโตและพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่
น.ส.พลอย เตลาน ผู้สมัคร ส.ก.เขตคลองเตย เบอร์ 2 พรรคประชาชน กล่าวว่า กีฬาไม่ควรถูกมองเป็นเพียงกิจกรรมยามว่าง หรือการแข่งขัน แต่ควรได้รับการต่อยอดให้เป็นเครื่องมือในการสร้างโอกาส ทั้งด้านการศึกษา การพัฒนาทักษะ และการประกอบอาชีพในอนาคต เด็กทุกคนอาจไม่ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพ แต่กีฬาสามารถสร้างวินัย ความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และต่อยอดไปสู่อาชีพได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬา โค้ช ผู้ตัดสิน นักกายภาพ นักวิทยาศาสตร์การกีฬา ผู้จัดการแข่งขัน หรืออาชีพในอุตสาหกรรมกีฬาที่กำลังเติบโต
น.ส.พลอย กล่าวว่า การผลักดัน “กีฬาสู่อาชีพ” ไม่ใช่เพียงการสร้างสนามหรือจัดการแข่งขัน แต่คือการสร้างระบบที่เปิดโอกาสให้เด็ก และเยาวชนได้ค้นพบศักยภาพของตัวเอง และมีทางเลือกในการสร้างอนาคต เพราะการสร้างโอกาสให้เด็กเพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ หากคุณภาพชีวิตของคนทั้งพื้นที่ยังไม่ได้รับการพัฒนาไปพร้อมกัน เด็กจะมีโอกาสได้อย่างไร หากผู้ปกครองยังเดินทางไปทำงานลำบาก ผู้สูงอายุยังเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้ยาก หรือคนในชุมชนยังรู้สึกไม่ปลอดภัยในการใช้ชีวิตประจำวัน
น.ส.พลอย กล่าวว่า แม้คลองเตยจะเป็นพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ รายล้อมด้วยรถไฟฟ้า อาคารสำนักงาน และศูนย์การค้าขนาดใหญ่ แต่ประชาชนจำนวนมากยังเผชิญปัญหาที่กระทบต่อคุณภาพชีวิตในทุกวัน ทั้งการเข้าถึงระบบขนส่งสาธารณะที่ยังไม่ทั่วถึง รถเมล์บางสายที่ถูกปรับเปลี่ยน หรือยกเลิก ทำให้ผู้สูงอายุ เด็กนักเรียน และคนทำงานต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางเพิ่มขึ้น รวมถึงปัญหาทางเท้าชำรุด ขยะที่ต้องได้รับการจัดการอย่างเป็นระบบ ไฟส่องสว่าง กล้องวงจรปิด และพื้นที่สาธารณะที่ยังไม่เพียงพอสำหรับประชาชนหลายพื้นที่
น.ส.พลอย กล่าวว่า ในด้านความปลอดภัยจะเห็นว่าการทำงานของท้องถิ่นควรเป็นการทำงานเชิงรุก โดยเฉพาะการลดจุดเสี่ยงบนท้องถนน ไม่ควรรอให้เกิดอุบัติเหตุหลายครั้งก่อนจะมีการติดตั้งทางม้าลายหรือสัญญาณไฟจราจร แต่ควรใช้ข้อมูลอุบัติเหตุและเสียงสะท้อนจากประชาชนทำงานร่วมกับสำนักการจราจรและขนส่ง เพื่อสำรวจและปรับปรุงจุดเสี่ยงก่อนเกิดความสูญเสีย นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเรื่องการดูแลผู้สูงอายุ การสร้างพื้นที่สร้างสรรค์สำหรับเด็กและเยาวชน การจัดการสัตว์จรจัด การเพิ่มพื้นที่สีเขียว และการส่งเสริมเศรษฐกิจของผู้ค้ารายย่อย ซึ่งล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญของการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน
น.ส.พลอย กล่าวว่า จากประสบการณ์การทำงานในฐานะผู้ช่วย สส. ทำให้เห็นว่าปัญหาหลายเรื่องที่ประชาชนสะท้อนเข้ามา แท้จริงแล้วอำนาจในการผลักดัน และจัดสรรงบประมาณอยู่ที่กรุงเทพฯ และท้องถิ่น ซึ่งหน้าที่ของ ส.ก. ไม่ได้มีเพียงการรับเรื่องร้องเรียน แต่ต้องตรวจสอบการใช้งบประมาณ ติดตามการทำงานของหน่วยงาน และผลักดันให้การแก้ไขเกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ประชาชนได้รับประโยชน์จากงบประมาณของ กทม. อย่างเต็มที่
หากเรามองคุณภาพชีวิต และผลประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง เราจะรู้เองว่าอะไรคือเรื่องที่ต้องทำ ไม่ว่าจะเป็นการจัดการขยะ การเพิ่มความปลอดภัย การพัฒนาระบบขนส่งสาธารณะ การดูแลผู้สูงอายุ การสร้างโอกาสให้เด็ก และเยาวชน หรือการส่งเสริมเศรษฐกิจของคนตัวเล็ก
“กทม.มีงบประมาณเกือบหนึ่งแสนล้านบาทต่อปี งบประมาณเหล่านี้ควรถูกใช้เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างแท้จริง เพราะเมืองที่ดีไม่ใช่เมืองที่เจริญเพียงบางจุด แต่คือเมืองที่เด็กมีโอกาส คนทำงานเดินทางสะดวก ผู้สูงอายุได้รับการดูแล ประชาชนรู้สึกปลอดภัย และทุกคนสามารถใช้ชีวิตได้ดีขึ้นในทุกวัน” น.ส.พลอย กล่าว





