ทวี ห่วงโอนงบ 69 ตัดโครงการสำคัญ-ลดเงินปราบยาเสพติด ใส่งบกลางเหมือนตีเช็คเปล่า ทำให้ขาดวินัยทางการเงินการคลัง
วันที่ 25 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ อภิปรายร่างพ.ร.บ.โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ. ระบุว่า เห็นด้วยกับการนำร่างงบประมาณดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของสภาฯ เพื่อให้เกิดการรับฟังความคิดเห็นอย่างรอบด้าน
แต่ข้อมูลการเปิดรับฟังความคิดเห็นผ่านเว็บไซต์สํานักงบประมาณ มีเวลาเพียง 3 วัน และเป็นช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ทำให้มีผู้แสดงความเห็นเพียง 17 คน ซึ่งน้อยมาก ซึ่งประเด็นสำคัญ คือการโอนงบประมาณต้องไม่กระทบแผนงานเดิม และสร้างความเสียหายแก่ราชการ
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า งบประมาณส่วนใหญ่ที่ถูกโอนมา เป็นงบรายจ่ายลงทุน ซึ่งเป็นเงินกู้ที่มีภาระดอกเบี้ย โดย 3 กระทรวงหลักที่ถูกโอนงบออกไปมากที่สุด ได้แก่ 1.กระทรวงคมนาคม สูงสุดถึง 2,400 ล้านบาท (23%) 2.กระทรวงมหาดไทย 1,800 ล้านบาท (21%) และ 3.กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประมาณ 800 ล้านบาท (13%)
การตัดงบดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อโครงการน้ำ โครงการถนนหนทาง และสะพานสำหรับขนส่งพืชผลทางการเกษตรในต่างจังหวัด บางโครงการเป็นงบประมาณเพียงหลักแสนหรือหลักล้านบาทที่ชาวบ้านเฝ้ารอคอยมานาน รวมถึงโครงการป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น ที่ยะลาและนราธิวาสที่ถูกตัดงบประมาณไปด้วย ซึ่งอาจส่งผลให้โครงการเหล่านี้ขาดความต่อเนื่องและไม่มีงบประมาณรองรับในปีถัดไป
พ.ต.อ.ทวี กล่าวอีกว่า นอกจากนี้พบว่ามีการตัดงบประมาณด้านการปราบปรามยาเสพติดไปกว่า 50 ล้านบาท โดยเฉพาะงบในการสกัดกั้นสารตั้งต้น เคมีภัณฑ์ และงบสืบสวนจับกุมนักค้ารายสำคัญ ซึ่งถือเป็นหัวใจหลักในการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อความสงบสุขของประชาชนทั่วประเทศในปัจจุบัน
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า สำหรับการโอนงบประมาณทั้งหมดไปไว้ที่ งบกลาง เปรียบเสมือนการตีเช็คเปล่า อาจทำให้ขาดวินัยทางการเงินการคลัง และมักจะถูกนำไปชดเชยส่วนที่รัฐบาลบริหารจัดการไม่รอบคอบ เช่น การโปะเป็นค่ารักษาพยาบาล สวัสดิการ หรือเงินเดือนข้าราชการที่ไม่ได้ตั้งงบประมาณรองรับไว้แต่แรก
พ.ต.อ.ทวี กล่าวว่า ฝากข้อเสนอ 3 ประการให้นำไปพิจารณา คือ 1.อย่าให้งบประมาณก้อนนี้ผูกพันข้ามปีเด็ดขาด เพื่อไม่ให้กระทบต่อโครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดเล็กของชาวบ้านที่ถูกตัดงบไป
2.ต้องกำหนดตัวชี้วัดที่ชัดเจน ในการใช้งบประมาณ และ 3. ห้ามนำงบประมาณส่วนนี้ไปโปะเป็นเงินเดือนข้าราชการ เพื่อให้การใช้จ่ายงบประมาณแผ่นดินเกิดความคุ้มค่า โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนอย่างแท้จริง