ผู้ตรวจเลือกตั้ง แจ้งความเอาผิด ‘แสวง-สำนักงาน กกต.’ ปมนำความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ซัดรับรู้เตรียมการฮั้วเลือก สว.แต่ไม่จัดการ ยืนยันมีโพยจริง
วันที่ 26 มิ.ย.2569 ที่สภ.บางพลี จ.สมุทรปราการ พ.ต.อ.มนัส นครศรี ผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำปี 2567 เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน เพื่อเอาผิดสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ฐานนำความเท็จเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ เป็นความผิดตามมาตรา 14 (1) แห่ง พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560
โดยพ.ต.อ.มนัส แจ้งกับพนักงานสอบสวนว่า ก่อนหน้านี้ได้รับคำสั่งคณะกรรมการการเลือกตั้ง ให้เป็นผู้ตรวจการเลือกตั้งประจำจังหวัด โดยได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ยังสถานที่เลือกสมาชิกวุฒิสภาระดับประเทศ กระทั่งในวันคัดเลือก เมื่อเวลา 08.10 น. ตนทราบข้อมูลเบาะแสจากผู้สมัคร สว.จาก จ.สมุทรปราการ กลุ่ม 16 ให้เบาะแสว่า “ในวันนี้ผู้สัมัครเลือก สว.มีกลุ่มจัดตั้ง มีการจับกลุ่มกันฮั้วลงคะแนนให้กันหลายกลุ่ม ได้เขียนหมายเลขผู้สมัครที่จะลงคะแนนลงในเอกสารแนะนำตัว และนำเข้าไปในคูหาเลือก สว. เพื่อลงคะแนนตามหมายเลขผู้สมัครจัดตั้งกันมา ผู้สมัคร สว.คนนี้จึงแนะนำว่า ถ้า กกต.ยึดเอกสาร (สว.3) ฉบับรอบแรก ไม่ให้นำเข้าคูหาในรอบไขว้ จะทำให้เกิดความสุจริตและเที่ยงธรรมแก่ผู้สมัครที่สุจริต และไม่เกิดการเลือก สว.ตามที่จัดตั้งกันมาได้
พ.ต.อ.มนัส กล่าวอ้างว่า ต่อมาเวลา 08.29 น. ตนเข้าพบนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. ที่ทำหน้าที่ ผอ.เลือก สว.ระดับประเทศ พร้อมแจ้งข้อมูลเบาะแสดังกล่าวให้ทราบ พร้อมขอให้พิจารณาข้อเสนอดังกล่าว แต่นายแสวงบอกว่าถึงแม้จะรู้ก็ทำอะไรเขาไม่ได้ เขาก็คิดวางแผนทำการมาแบบนี้ ปล่อยให้เขานำเอาเอกสาร (สว.3) เข้าไปในคูหาเลือกในรอบไขว้ได้และไม่ยึด (สว.3) ฉบับแรกในรอบไขว้ การพูดเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาๆ ที่ไม่สามารถแก้ไขอะไรได้
พ.ต.อ.มนัส เผยว่า ต่อมาวันที่ 19 พ.ค.2568 ตนให้สัมภาษณ์สื่อแห่งหนึ่งตามข้อเท็อเท็จริงดังกล่าว ต่อมาวันที่ 20 พ.ค.2568 สำนักงาน กกต.นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นความเท็จทำให้ประชาชนหลงเชื่อว่าตนนำเสนอข่าวว่ามีการแจ้งว่ามีการกระทำความผิด จึงไม่เป็นความจริง ความจริงเป็นการพบเบาะแส ยังมิได้พบการกระทำความผิด ต่อมาวันที่ 18 มิ.ย.2569 ตนและ ส.อ.อัครวัฒน์ พงศ์ธนาชลิตกุล ส.ว.บัญชีสำรอง แถลงข่าวและนำคลิปภาพจากกล้องวงจรปิดที่นำเสนอโดยสื่อแห่งหนึ่ง โดยในวงจรปิดจะเห็น อดีตกกต. เก็บโพยจากผู้สมัครจำนวนหลายคน
และช่วงค่ำของวันเดียวกัน สำนักงาน กกต.นำข้อมูลเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ แจ้งข่าวประชาสัมพันธ์ ซึ่งเป็นข้อความเท็จ ทำให้ประชาชนหลงเชื่อว่า ตนแถลงข่าวในทำนอง รับแจ้งว่ามีการจับกลุ่มทำโพยฮั้ว และไปพบเลขาธิการ กกต. เมื่อเวลา 08.29 น. วันที่ 26 มิ.ย.2567 ได้ทำการตรวจสอบข้อมูลเอกสาร และพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงบันทึกการปฏิบัติงาน เอกสารรับแจ้งเหตุ และข้อมูลจากระบบกล้องวงจรปิด โดยในช่วงดังกล่าวตนไม่ได้แจ้งเหตุในลักษณะดังกล่าวต่อเลขาธิการ
พ.ต.อ.มนัส เผยว่า ความจริงตนได้เข้าไปแจ้งเฉพาะเบาะแสข้อมูลตามเอกสารราชการ กล่าวหานายแสวง บุญมี เลขาธิการทำหน้าที่ ผอ.เลือก สว.ระดับประเทศ ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ มิใช่แจ้งการพบการกระทำผิด และมิได้กล่าวหาผู้สมัครหรือผู้ใดกระทำผิดกฎหมายเลือก สว.แต่อย่างใด และในจุดที่เข้าพบยืนคุยกับนายแสวง เป็นทางเดินไม่มีกล้องวงจรปิด เพราะตามระเบียบการเลือก สว. ผู้อำนวยการเลือกจัดให้มีกล้องวงจรปิดเฉพาะในสถานที่เลือก (ลงคะแนน) ที่เป็นกลุ่มอาชีพเท่านั้น ข้อเท็จจริงเป็นไปตามภาพถ่ายและกล้องวงจรปิด
พ.ต.อ.มนัส เผยว่า การกระทำของสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง และนายแสวง บุญมี เลขาธิการ กกต. เป็นความผิดตามมาตรา 14 (1) แห่งพระราชบัญญัติคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2560 โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ประชาชนและประโยชน์สาธาธารณะ