สว.สุทนต์ ย้ำ ฟรีทีวี ไม่ใช่เพียงธุรกิจ เป็นความมั่นคงรัฐ สิทธิขั้นพื้นฐานประชาชน จี้ กสทช. เร่งประกาศ Roadmap รีบบริหารจัดการ ก่อนหมดสัญญา
26 มิ.ย. 69 – นายสุทนต์ กล้าการขาย สมาชิกวุฒิสภา (สว.) จังหวัดอุทัยธานี กลุ่ม 18 สื่อสารมวลชนสมาชิกวุฒิสภา (สว.) เปิดเผยถึง ประเด็นร้อน ฟรีทีวี ที่กำลังจะหมดสัญญาสัปทานว่า
ได้นำเรื่องเข้าสู่สภา โดยอภิปรายถึงความสำคัญและความจำเป็น ที่ กทสช.ต้องเร่งประกาศ Roadmap โทรทัศน์ดิจิทัลหลังปี 2572 ภายในกรอบเวลาที่ชัดเจน พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และออกแบบหลักเกณฑ์การอนุญาตที่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและการแข่งขันในยุค Hybrid Media

นายสุทนต์ กล่าวว่า จากการอภิปรายในที่ประชุมวุฒิสภา เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2569 ที่ผ่านมา ได้มีการเรียกร้องตรงกันในเวลานี้ คือ กสทช. ต้องเร่งประกาศ Roadmap โทรทัศน์ดิจิทัลหลังปี 2572 ให้เกิดความชัดเจนโดยเร็ว เนื่องจากเหลือเวลาเตรียมตัวไม่ถึง 3 ปี หากโรดแมปยังล่าช้า ภาคธุรกิจจะไม่สามารถวางแผนการลงทุน การผลิตเนื้อหา และการพัฒนาเทคโนโลยีได้อย่างมั่นใจ
นายสุทนต์ กล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ประเด็นของโทรทัศน์ดิจิทัลไม่ควรถูกมองเพียงมิติของผลประกอบการหรือการแข่งขันทางธุรกิจ เพราะคลื่นความถี่เป็นทรัพยากรสาธารณะของชาติ และโครงข่ายโทรทัศน์ภาคพื้นดิน เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ภาครัฐลงทุนและพัฒนามาอย่างต่อเนื่องเพื่อประโยชน์ของประชาชนทุกคน
“แม้ปัจจุบันผู้บริโภคจำนวนมาก หันไปใช้สมาร์ทโฟนและแพลตฟอร์ม OTT มากขึ้น แต่ข้อเท็จจริงคือประชาชนอีกจำนวนไม่น้อย โดยเฉพาะผู้สูงอายุและผู้มีรายได้น้อย ยังพึ่งพาโทรทัศน์ภาคพื้นดิน เป็นช่องทางหลักในการรับรู้ข้อมูลข่าวสาร สำหรับประชาชนกลุ่มเปราะบาง การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตต้องแบกรับค่าใช้จ่าย ทั้งค่าบริการรายเดือน ค่าโทรศัพท์มือถือ แท็บเล็ต หรืออุปกรณ์เชื่อมต่ออื่นๆ
ในขณะที่ ฟรีทีวีเป็นบริการที่ประชาชนสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม จึงเป็นกลไกสำคัญในการสร้างความเสมอภาคด้านข้อมูลข่าวสาร และคุ้มครองสิทธิในการรับรู้ข่าวสารของประชาชนทุกคน “ฟรีทีวีคือโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงของประเทศ” นายสุทนต์ กล่าว
นายสุทนต์ กล่าวอีกว่า ในมิติด้านความมั่นคงของรัฐ การพึ่งพาแพลตฟอร์มดิจิทัลต่างชาติเพียงอย่างเดียว เป็นความเสี่ยงที่ประเทศไทยไม่ควรมองข้าม ปัจจุบันแพลตฟอร์มระดับโลกเป็นผู้กำหนดกติกา อัลกอริทึม AI และการเข้าถึงข้อมูล
ขณะที่รัฐไทยมีอำนาจกำกับดูแลค่อนข้างจำกัด ไม่ว่าจะเป็นการจัดเก็บภาษี การคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล การลบเนื้อหาที่ละเมิดสิทธิ หรือการจัดการข้อมูลในภาวะวิกฤต เมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน เช่น ภัยพิบัติ แผ่นดินไหว อุทกภัย โรคระบาด หรือเหตุการณ์ด้านความมั่นคง
รัฐจำเป็นต้องมีระบบสื่อสาร ที่สามารถส่งข้อมูลชุดเดียวกันไปถึงประชาชนทั่วประเทศได้อย่างรวดเร็ว ถูกต้อง และเป็นเอกภาพ โทรทัศน์ภาคพื้นดิน จึงยังคงเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านการสื่อสารเพื่อความมั่นคงของประเทศ ที่ไม่สามารถทดแทนได้ทั้งหมดด้วยแพลตฟอร์มออนไลน์
นายสุทนต์ กล่าวว่า รักษานิเวศข่าวสารคุณภาพในยุค AI อีกประเด็นที่น่ากังวล คือการลดลงของพื้นที่ข่าวที่ผลิตโดยองค์กรสื่อวิชาชีพ ซึ่งยึดหลักจริยธรรม การตรวจสอบข้อเท็จจริง และความรับผิดชอบต่อสังคม
ขณะเดียวกัน โลกออนไลน์กลับเต็มไปด้วยเนื้อหาที่ผลิตโดยผู้ใช้งานทั่วไป อินฟลูเอนเซอร์ รวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI) ที่สามารถสร้างข้อความ ภาพ และวิดีโอได้อย่างสมจริงจนยากต่อการแยกแยะ แม้การเติบโตของผู้ผลิตเนื้อหาอิสระจะเป็นพัฒนาการเชิงบวกของสังคมดิจิทัล
แต่หากพื้นที่ของสื่อวิชาชีพลดลงอย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยอาจเผชิญความเสี่ยงจากข้อมูลบิดเบือน ข่าวปลอม และการชี้นำความคิดเห็นของสังคมโดยขาดกลไกตรวจสอบที่เหมาะสม
ด้วยเหตุนี้ การรักษาความเข้มแข็งของโทรทัศน์ดิจิทัล จึงไม่ใช่เพียงการรักษาอุตสาหกรรมสื่อ หากแต่เป็นการรักษาคุณภาพของระบบข้อมูลข่าวสารของประเทศ และเป็นการคุ้มครองสิทธิของประชาชนในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้อง น่าเชื่อถือ และตรวจสอบได้
“ผมขอเรียกร้องให้ กสทช. เร่งประกาศ Roadmap โทรทัศน์ดิจิทัลหลังปี 2572 ภายในกรอบเวลาที่ชัดเจน พร้อมเปิดรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน และออกแบบหลักเกณฑ์การอนุญาตที่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและการแข่งขันในยุค Hybrid Media หลักเกณฑ์การประมูลควร “ลดต้นทุน” เพื่อประคองผู้ประกอบการเดิมที่ยังทำหน้าที่สื่อสาธารณะให้สามารถเดินหน้าต่อไปได้
ขณะเดียวกันควรเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการรายใหม่ โดยเฉพาะผู้ผลิตคอนเทนต์เฉพาะทาง เช่น กีฬา เกม การศึกษา และสารคดี เข้ามาสร้างการแข่งขันและนวัตกรรมใหม่ในอุตสาหกรรม
ท้ายที่สุด การกำหนดอนาคตของโทรทัศน์ดิจิทัล ไม่ใช่การเลือกระหว่าง “ทีวี” หรือ “OTT” แต่คือการออกแบบระบบนิเวศสื่อของประเทศไทยให้มีทั้งการแข่งขันที่เป็นธรรม ความมั่นคงของรัฐ และการคุ้มครองสิทธิของประชาชน ในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารอย่างเท่าเทียมและยั่งยืน” นายสุทนต์ กล่าว
