กมธ.ป.ป.ช. ลุยภูเก็ต ตรวจ หาดนุ้ย-หาดฟรีด้อม รับเรื่องร้องเรียนเพิ่ม พื้นที่ใกล้เคียงอีก 7 แปลง ให้เวลา เจ้าหน้าที่ 15 วัน ส่งข้อมูล เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เข้าชี้แจง เร่งสอบนอมินี-ถือครองที่ดินมิชอบ รวบรวมข้อมูล หากพบมิชอบต้องดำเนินการตามกฎหมาย เพิกถอนสิทธิ์
27 มิ.ย. 69 – ที่ จ.ภูเก็ต นายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส. ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ ประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การป้องกันและปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร พร้อม คณะกมธ.ฯ และหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องของจังหวัดภูเก็ต
ลงพื้นที่ตรวจสอบบริเวณหาดนุ้ย และหาดฟรีดอม ตำบลกะรน อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต เพื่อติดตามความคืบหน้าการแก้ไขปัญหาการถือครองที่ดินโดยมิชอบ การบุกรุกพื้นที่สาธารณะ การใช้บุคคลสัญชาติไทยเป็นนอมินี และปัญหากลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่

นายอาสพลธ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่วันนี้มาตรวจดูสภาพพื้นที่จริง กรณีหาดนุ้ย ที่ศาลฎีกามีคำพิพากษาตั้งแต่ปี 2557 ว่าการออกโฉนดที่ดินเป็นไปโดยมิชอบ และได้มีการเพิกถอนเอกสารสิทธิ์เรียบร้อยแล้ว
นอกจากนี้ กมธ.ฯ ยังได้รับเรื่องร้องเรียนเพิ่มเติม เกี่ยวกับพื้นที่ข้างเคียงอีก 7 แปลง จึงจะรวบรวมข้อเท็จจริง และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมป่าไม้ และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) เข้าชี้แจงข้อมูล เพื่อประกอบการพิจารณา หากพบว่ามีการออกเอกสารสิทธิ์โดยมิชอบ ก็ต้องดำเนินการตามกฎหมาย รวมถึงพิจารณาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์เพิ่มเติม หากมีเหตุอันควร
ส่วน กรณีหาดฟรีดอม นายอาสพลธ์ กล่าวว่า จากข้อมูลของกรมที่ดิน พบว่า พื้นที่ดังกล่าวแบ่งออกเป็นที่ดิน 9 แปลง โดยศาลมีคำพิพากษาเพิกถอนเอกสารสิทธิ์แล้ว 2 แปลง เนื่องจากออกโดยมิชอบ ส่วนอีก 7 แปลง อยู่ระหว่างการตรวจสอบที่มาของการออกโฉนดและหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) เนื่องจากมีข้อสงสัยว่าอาจเป็นพื้นที่ป่า
นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ขณะเดียวกัน ยังพบคดีบุกรุกพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติในบริเวณหาดฟรีดอมรวม 24 คดี อยู่ระหว่างการดำเนินการของสถานีตำรวจในพื้นที่ โดยบางคดีมีความคืบหน้า
ขณะที่บางคดียังไม่สามารถติดตามผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีได้ ทั้งนี้ทางกมธ.ฯยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งรัดการดำเนินคดี พร้อมกำหนดกรอบติดตามผลภายใน 90 วัน ก่อนนำเรื่องกลับมาพิจารณาว่าการดำเนินการมีความล่าช้าหรือไม่
สำหรับกรอบระยะเวลาการดำเนินงานของกมธ.นั้น นายอาสพลธ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาสิ้นสุด แต่ได้ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรวบรวมเอกสารและข้อมูลทั้งหมดส่งมายัง กมธ.ฯภายใน 15 วัน ผ่านสำนักงานจังหวัดภูเก็ต ก่อนนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ และพิจารณาตามอำนาจหน้าที่ของ กมธ.ฯ ต่อไป

