ศาลฎีกา นัดพิจารณา คดี 44 สส. ครั้งแรก ก่อนยกคำร้องปมสั่ง ‘เท้ง’ หยุดปฏิบัติหน้าที่ ชี้ผู้ร้องไม่ใช่คู่ความ นัดไต่สวนพยานนัดแรก 25 ส.ค. ‘สุพิศาล’ เผยหลังจากนี้สู้ตามกระบวนการจะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับความยุติธรรม

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย.2569 ที่ศาลฎีกา ถนนราชดำเนิน ศาลนัดพิจารณาคดีครั้งแรก คดีหมายเลขดำ คมจ.1/2569 ซึ่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยกรณี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง กรณีร่วมกันเสนอร่างแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

วันนี้ฝ่ายผู้ร้อง คือ ป.ป.ช. มีนายพัฒนพงศ์ จันทร์เพ็ชรพูล ผู้ช่วยเลขาธิการป.ป.ช. เข้าร่วมการ พิจารณาคดีครั้งแรก ส่วนฝ่ายผู้คัดค้าน คือ 44 สส.พรรคก้าวไกล แกนนำส่วนใหญ่วันนี้ จะ ส่งทนายความมาเป็นตัวแทน และมี สส.บางคนมาด้วยตนเอง อาทิ นายธีรัจชัย พันธุมาศ สส.กทม. พรรคประชาชน พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีตสส.บัญชีรายชื่อและอดีตรองหัวหน้าพรรคก้าวไกล

ศาลออกนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก ในคดีป.ป.ช. ยื่นคำร้องขอให้วินิจฉัยกรณี 44 อดีต สส.พรรคก้าวไกล ถูกกล่าวหาว่าฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง โดยวันนี้ศาลมีคำสั่งรับคำร้องคัดค้าน ของผู้คัดค้านทั้งหมด 44 คน

หลังจากนั้น ศาลได้นัดตรวจพยานหลักฐานในวันที่ 4 ส.ค. เวลา 09.30 น. โดยให้คู่ความทั้งสองฝ่าย ยื่นแนวทางการไต่สวน และหากมีพยานหลักฐานที่จะต้องให้ศาลออกหมายเรียกก่อนวันที่ 25 ก.ค. และต้องยื่นก่อนภายใน 7 วัน และกำหนดวันนัดไต่สวนพยาน นัดแรก ในวันที่ 25 ส.ค. พร้อมนัดต่อเนื่องในวันที่ 22 ก.ย. และ 27 ต.ค. เวลา 09.30 น. โดยจะมีการไต่สวนทั้งหมด 17 ปาก และวางกรอบพิจารณาเป็นเวลา 1 ปี

นอกจากนี้ศาลยังมีคำสั่งในคำร้องของ นายนพรุจ วรชิตวุฒิกุล อดีตแกนนำกลุ่มพิราบขาว 2006 ได้ยื่นคำร้องให้ศาลขอให้ศาลพิจารณาพิจารณาสั่ง นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ กรณีให้สัมภาษณ์และแสดงความคิดเห็นกรณีองคมนตรี ที่เข้าร่วมการประชุมแก้ไขปัญหาภัยพิบัติร่วม กับ ปภ. และวิจารณ์รัฐบาลเกี่ยวกับระบอบสีน้ำเงิน

โดยศาล พิเคราะห์แล้วเห็นว่าส่วนกรณีความปรากฏผู้ยื่นคำร้องไม่ใช่คู่ความ ไม่มีพยานหลักฐานเพียงพอ จึงไม่มีเหตุให้เปลี่ยนแปลงคำสั่ง โดยทนายความของนายณัฐพงศ์ ได้ชี้แจงกับศาลว่า การให้สัมภาษณ์เป็นการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาล ไม่ได้เกี่ยวข้องกับกรณีที่ถูกกล่าวหา และไม่เป็นการกระทำซ้ำ จึงไม่เป็นการฝ่าฝืนคำสั่งศาล

ทั้งนี้ ผู้คัดค้านที่ 3 ไม่ได้แต่งตั้งทนายความและเป็นทนายความด้วยตนเอง ส่วนผู้คัดค้านที่ 12 ไม่แต่งตั้งทนายความ จะขอคัดค้าน และไต่สวนเอง

ต่อมาพล.ต.ต.สุพิศาล หนึ่งในผู้คัดค้าน ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลนัดพิจารณาคดีว่า วันนี้ตนมาใช้สิทธิและตามกระบวนการของศาลตามปกติ ส่วนแนวทางการต่อสู้ ตนได้ส่งไป เป็นการยื่นคำชี้แจงในประเด็นเรื่องการได้พยานหลักฐานโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จากนี้ก็สู้ไปตามกระบวนการของศาลที่เรามีความรู้

พล.ต.ต.สุพิศาล กล่าวว่า ถือว่าเป็นสิ่งที่ได้รับในก้าวสุดท้ายของการเป็นสส.และสมาชิกพรรคก้าวไกล หลังจากนี้จะเป็นอย่างไรขึ้นอยู่กับความยุติธรรมของศาล ในวันนี้ตนมีโอกาสพูดคุยกับเพื่อนอดีต สส. พูดคุยให้กำลังใจกัน บางคนก็ตั้งทนายความเอง บางคนก็ไม่ตั้งทนายความขึ้นมาเอง

ด้านนายพัฒนพงศ์ กล่าวว่า ศาลนัดตรวจพยานหลักฐานเดือนก.ค.ในส่วนของผู้ร้อง จากนั้นจะนัดไต่สวนพยานในวันที่ 25 ส.ค. ซึ่งในสำนวนของป.ป.ช.ที่ส่งไปยังศาล เป็นการรวบรวมพฤติการณ์ของแต่ละบุคคล ส่วนจะพิจารณาแยกหรือรวมสำนวนอยู่ที่การพิจารณาหลังจากศาลว่าจะพิจารณารายบุคคลหรือไม่ หรือรวมกันพิจารณาในลักษณะเป็นเรื่องเดียวกัน

ส่วนรายชื่อพยานที่ยื่นไปทั้งหมด 17 ปาก เป็นพยานของเจ้าของสำนวนและรายละเอียดเกี่ยวกับสำนวน รวมถึงอดีตสส.พรรคก้าวไกลที่ป.ป.ช.เชิญมาให้ถ้อยคำ ก็จะยื่นบัญชีพยานประกอบการพิจารณาคดีของศาล ส่วนศาลจะเลือกใครมาไต่สวนกี่คนตรงนี้อยู่ที่ดุลยพินิจของศาล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน