“พิพัฒน์” ยัน ไม่ได้หละหลวม ตรวจยาเสพติด ก่อนบินนอกประเทศ ใช้สุนัขดมแบบสากล แต่ให้เกียรติกัปตัน-แอร์-สจ๊วต จึงไม่เข้มงวด เชื่อ ไม่โดนออสเตรเลียแบน จ่อทบทวนมาตรการ-ใช้เทคโนโลยีช่วย

เมื่อเวลา 09.40 น. วันที่ 30 มิ.ย. 2569 ที่รัฐสภา นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม กล่าวถึงกรณีแอร์โฮสเตสสายการบินไทย ถูกตำรวจออสเตรเลียจับกุมข้อหาลักลอบนำเข้าเฮโรอีน จะมีมาตรการหลังจากนี้อย่างไรว่า ตนได้แจ้งไปยังผู้อำนวยการบริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT แล้ว

ซึ่งปกติที่ผ่านมาสำหรับผู้โดยสารขาออกนอกประเทศ เรามีการตรวจวัตถุระเบิด และในส่วนยาเสพติดเรามีสุนัขช่วยดมกลิ่น ยอมรับว่าต้องมีการปรับปรุงในส่วนนี้ ที่ผ่านมาสำหรับกัปตัน สจ๊วต หรือแอร์โฮสเตส เราจะให้เกียรติซึ่งกันและกัน ทำการตรวจเฉพาะวัตถุระเบิด ยาเสพติดก็มีการตรวจ เพียงแต่ไม่มีสุนัขมาดมกลิ่น ดังนั้น คนที่จะลักลอบขนก็จะซุกซ่อนด้วยวิธีการต่างๆ

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนกรณีแอร์โฮสเตสที่ถูกจับที่ออสเตรเลีย ตนไม่ปฏิเสธความรับผิดชอบ จะไปหามาตรการป้องกันต่อไป โดยเฉพาะการเดินทางไปประเทศอื่นในส่วนผู้โดยสารขาออก ซึ่งส่วนใหญ่ไม่มีการตรวจยาเสพติด โดยหลังจากนี้ต้องมีความเข้มงวด เพราะประเทศไทยเป็นทางผ่านของยาเสพติดหลายประเภท

เมื่อถามว่า ได้รับรายงานบ้างหรือไม่ว่าคนไทยอาจจะเดินทางไปต่างประเทศลำบากขึ้น นายพิพัฒน์ กล่าวว่า คนไทยที่ไปต่างประเทศจะถูกสุ่มตรวจ แต่คงไม่ใช่เฉพาะแค่คนไทย คนทุกประเทศเมื่อไปถึงประเทศปลายทางต้องถูกสุ่มตรวจด้วยสุนัขอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติที่จะต้องตรวจคนทุกชาติ ไม่ได้เน้นที่คนไทยอย่างเดียว

ดังนั้น เราต้องกลับมามองบุคลากรที่เป็นนักบิน สจ๊วต และแอร์โฮสเตส ที่ในอดีตเราต่างให้เกียรติซึ่งกันและกัน ตอนนี้จึงต้องมีความเข้มงวดมากยิ่งขึ้นเหมือนกับผู้โดยสารทั่วไป

เมื่อถามว่า สายการบินไทยมีมาตรการอะไรออกมาบ้างแล้วหรือไม่ เช่น การยกเลิกเที่ยวบินไปยังออสเตรเลีย นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ยัง แต่เรามีการประสานอยู่ตลอดเวลา ซึ่งเหตุการณ์เพิ่งเกิด หลังจากนี้คงต้องให้ผู้บริหารของการบินไทย AOT รวมถึงสถาบันการบินพลเรือน กำชับให้มีความเข้มงวดมากขึ้น และยืนยันว่ายังไม่มีการยกเลิกเที่ยวบินไปยังออสเตรเลีย

เมื่อถามว่า จากเหตุการณ์นี้จะทำให้สายการบินจากประเทศไทยถูกตรวจสอบเข้มข้นขึ้นหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า เขาตรวจสอบเข้มข้นตลอดเวลาอยู่แล้ว ไม่ว่าสายการบินเหล่านั้นจะบินมาจากประเทศอะไร โดยเฉพาะในประเทศออสเตรเลีย ขนาดอาหารที่เราพกไป เมื่อตรวจพบก็ให้นำออกไป

เมื่อถามว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเราหละหลวมหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า จะบอกว่าเราหละหลวมไม่ได้ เราถือปฏิบัติตามปกติ ถ้าบอกว่าเราหละหลวมแสดงว่าของเราใช้การไม่ได้ แต่เรามีมาตรการตรวจเป็นปกติอยู่แล้ว ทั้งในเรื่องความปลอดภัยและยาเสพติด ซึ่งมีการตรวจอยู่ตลอดเวลา

แต่การซุกซ่อนแบบนี้ เจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ก็มีการตรวจสอบและเช็กการข่าวเชิงลึก ดังนั้น ขอให้สบายใจ แต่เป็นเรื่องธรรมดาว่าเราเป็นผู้ระวัง โดยเชื่อว่าจะมีโอกาสที่เล็ดลอดเหมือนกันในหลายประเทศ แต่เราต้องพยายามหามาตรการเพิ่มขึ้น อาจต้องอาศัยเทคโนโลยีหรือเครื่องมือมาใช้ในการตรวจสอบ

เมื่อถามย้ำว่า เพราะการตรวจสอบลูกเรือไม่เข้มงวด จึงทำให้เกิดกระบวนการลักลอบขนยาเสพติดใช่หรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ในอดีตเราอาจจะให้เกียรติซึ่งกันและกัน แต่ต่อไปคงต้องละเอียดให้มากขึ้น

เมื่อถามว่า ในต่างประเทศมีการใช้อุปกรณ์ตรวจหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนใหญ่เขาใช้สุนัขดมกลิ่น แต่วิธีการซุกซ่อนของขบวนการมีหลายวิธี ทั้งบรรจุในกระป๋องอาหาร เมื่อตรวจก็พบว่าเป็นอาหารกระป๋อง จึงไม่สามารถรับรู้ในส่วนข้างใน แต่ทางที่ดีคือต้องหาวิธีการและเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่สามารถสแกนข้างในได้ว่ามียาเสพติดหรือไม่

เมื่อถามว่า ประเทศออสเตรเลียจะแบนสายการบินไทยหรือไม่ นายพิพัฒน์ กล่าวว่า ส่วนตัวเชื่อว่าเขาคงไม่ทำแบบนั้น เพราะเรามีกระบวนการร่วมมือซึ่งกันและกันอยู่แล้ว ยืนยันว่าเครดิตประเทศไทยยังไม่เสียหาย เพราะเรามีมาตรฐานต่างๆ ตามสากล

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน