สว.เดือด ก่อนถก ร่างกม.ล้างผิดการเมือง หมอเปรม จี้ให้ถอน ชี้พิรุธทำหนังสือส่งที่บ้านขอนแก่น ทั้งที่อยู่สภาฯ ฉัตรวรรษ โต้กลับ ให้จนท.ส่งจม.ถึงมือ แต่ไม่เซ็นรับ ชี้คำแปรญัตติหลอมรวมไม่ได้ เหตุขัดแย้งกัน
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 30 มิ.ย.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา ที่มีนายมงคล สุระสัจจะ ประธานวุฒิสภา เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณาเรื่องด่วน ร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ… ซึ่งคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญ ที่มีพล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สว. เป็นประธานกมธ. ทั้งนี้ ร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว สว.ต้องพิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วัน นับแต่ที่รัฐสภามีมติเห็นชอบ ซึ่งจะสิ้นสุดในวันที่ 2 ก.ค.
ก่อนเข้าสู่วาระพิจารณาเนื้อหา นพ.เปรมศักดิ์ เพียรยุระ สว. ได้ทักท้วงต่อที่ประชุมเพื่อขอให้ กมธ.ถอนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าว ออกจากวาระเพื่อปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้องตามขั้นตอน หลังจากกระบวนการพิจารณาเสนอคำแปรญัตติส่วนของตนในชั้นพิจารณาของกมธ. มีความผิดปกติ โดยวันที่ 15 มิ.ย. ตนเข้าไปแปรญัตติต่อกมธ. ได้แจ้งว่าไม่ติดใจจะสงวน แต่ขอให้หลอมรวมเจตนาที่ต้องการให้นิรโทษกรรมทุกกลุ่มทุกสีให้มากที่สุดใส่ไว้ในรายงานของกมธ.
แต่ต่อมาเมื่อ 18 มิ.ย. ได้รับหนังสือแจ้งว่า กมธ.ไม่เห็นด้วยและขอให้ตนสงวนคำแปรญัตติ ซึ่งคล้อยหลังจากตนชี้แจง 3 วัน ถือว่าไม่ชอบด้วยข้อบังคับ อย่างไรก็ดี เมื่อ 23 มิ.ย. ตนได้หารือกับ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ เพื่อแจ้งประเด็นและขอให้หลอมรวมความเห็นตนไว้ในรายงานของกมธ. หลังจากนั้นตนไม่ได้รับการประสานงานใดๆ กลับ
จนพบว่าตนได้รับหนังสือด่วนลงวันที่ 23 มิ.ย.ที่ส่งไปถึงที่บ้านพักตนที่อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ให้ไปเข้าประชุมกมธ.ในวันที่ 24 มิ.ย. เวลา 08.30 น. ทั้งนี้ ตนได้รับหนังสือด่วนดังกล่าว 25 มิ.ย.จึงสงสัยในกระบวนการทั้งที่ประสานตนได้โดยตรงผ่านโทรศัพท์ได้เพราะวันที่ 24 มิ.ย.นั้นตนอยู่ที่สภาฯ
“เป็นการกระทำที่ชอบกล ทำให้ผมเสียหาย รวมถึงผู้จะได้รับนิรโทษกรรมตามคำแปรญัตติของผมด้วย แต่กลับไม่เอาคำแปรญัตติของผมไปพิจารณาและขอให้สงวนเพื่อนำไปพูดในที่ประชุม ผมได้ทำหนังสือถึงประธานวุฒิสภาให้ตั้งกรรมการตรจสอบ และดำเนินการทางวินัยกับเลขานุการกมธ.ด้วย ทั้งนี้ ผมขอให้ถอนเรื่องและนำกลับเข้ามาใหม่ หากไม่มีข้อยุติโดยดี อาจเกิดปัญหามากกว่านี้ เพราะเรื่องดังกล่าวอาจขัดกับจริยธรรม” นพ.เปรมศักดิ์ กล่าว
พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ ชี้แจงว่า การทำหน้าที่ของกมธ. เป็นไปโดยชอบข้อบังคับ ตามมติ และรัฐธรรมนูญ รวมถึงธรรมเนียมประเพณีปฏิบัติ ทั้งนี้ ในช่วงแรกที่ไม่ได้แย้งคำแปรญัตติของนพ.เปรมศักดิ์ เพราะการพิจารณาของ กมธ. ยังไม่เสร็จและไม่มีข้อยุติ แต่ภายหลังพิจารณารายละเอียดรายมาตรา จึงได้ใช้การลงมติของกมธ. ซึ่งเสียงเอกฉันท์ 13 เสียง ไม่เห็นด้วยกับคำแปรญัตติของนพ.เปรมศักดิ์
ตอนที่มาเป็นประธานกมธ.ได้สอบถามถึงการพิจารณาและทราบว่ายังพิจารณาไม่เหมด ทำให้กมธ.ขอรับฟังคำแปรญัตติของ สว. ไว้ก่อน เพื่อประกอบการพิจารณารายมาตราเท่านั้น และหลังการพิจารณารายมาตราแล้ว เมื่อผลเป็นอย่างไรจึงแจ้งให้ทราบ
แต่นพ.เปรมศักดิ์ บอกขอให้มาหลอมรวมทั้งที่เจ้าหน้าที่กฤษฎีกาตีความไปแล้วว่าไม่สอดคล้องกัน หากรับพิจารณาจะเท่ากับเป็นการแก้ร่างพ.ร.บ.ทำให้เสียเวลา แต่เมื่อมาบอกให้นำไปพิจารณา ตนจึงให้ฝ่ายเลขา ไปประสานให้มาพูดคุย แต่ไม่ใช่ว่ารับเพื่อนำไปบัญญัติในกฎหมาย
“ผมได้ทำหนังสือให้มาร่วมประชุม 24 มิ.ย. ซึ่งให้ฝ่ายเลขาฯถือหนังสือไปให้ แต่ท่านไม่เซ็นรับ จึงจำเป็นต้องส่งหนังสือไปที่อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ถือเป็นบาปเป็นกรรมที่ตกกับฝ่ายเลขาฯ ยืนยันว่ากมธ.ให้สิทธิเต็มที่แม้ว่า นพ.เปรมศักดิ์จะบอกว่าไม่ติดใจจะสงวน ดังนั้นยืนยันกมธ.ได้ทำถูกต้องตามระเบียบ”พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ ชี้แจง
ขณะที่ นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว.ในฐานะเลขานุการกมธ. ชี้แจงว่า คำแปรญัตติของ นพ.เปรมศักดิ์ ที่เสนอมาคือ มาตรา 6 วรรคสาม แต่ที่พูดกับกมธ.คือ มาตรา7 วรรคสอง อีกทั้งได้พูดในที่ประชุมแจ้งว่าไม่สงวนและไม่ติดใจ
นอกจากนั้นขอให้ถอนคำพูดที่เจ้าหน้าที่เลขาธิการสภาฯ ปฏิบัติหน้าที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะเจ้าหน้าที่ปฏิบัติตามขั้นตอนทุกประการ นอกจากนั้นที่บอกว่ากมธ.ทำไม่ชอบด้วยกฎหมาย เสนอให้ไปร้องต่อศาล และขอบอกกับประชาชน ว่านพ.เปรมศักดิ์ทำให้ร่างพ.ร.บ.ล่าช้า
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าประเด็นดังกล่าวใช้เวลาโต้แย้งกันนานกว่า 1 ชั่วโมง ก่อนที่พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ จะยืนยันไม่ถอนร่างพ.ร.บ.ดังกล่าวออกจากวาระ ทำให้นพ.เปรมศักดิ์ ลุกขึ้นกล่าวว่า ตนไม่ขอร่วมสังฆกรรม และฝากเตือน สว. ด้วยว่าหากเดินหน้าไปเจอลวดหนาม อย่ามาบอกว่าตนไม่เตือน