ภคมน ซัดงบปี 70 ไม่ตอบโจทย์กระจายอำนาจ ชำแหละ TOR สอบท้องถิ่น เปิดช่องฮั้วทุจริต จี้คืนอำนาจท้องถิ่นจัดสอบเอง รีเซ็ตระบบสอบทั้งหมด

เมื่อเวลา 10.48 น. วันที่ 1 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร น.ส.ภคมน หนุนอนันต์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน อภิปรายร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 ว่า งบประมาณปี 70 มีโครงสร้างที่แตกต่างกันออกไปในส่วนที่เกี่ยวข้องกับท้องถิ่น โดยเฉพาะมีการตัดงบจังหวัดและกลุ่มจังหวัด ถือว่ารัฐส่วนกลางเริ่มหลีกทางของให้กับท้องถิ่นทำเองมากขึ้น

แต่หากจะบอกว่านี่คือความเสียสละของนายกรัฐมนตรี ตัดเฉือนเนื้อลูกน้องก็อย่าให้ถึงขนาดนั้นเลย เพราะคนเป็นนายกฯ ต้องเห็นประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชนมากกว่าลูกน้องอยู่แล้ว แต่เราต้องอย่าลืมเป้าหมายกระจายอำนาจ ซึ่งปีนี้ท้องถิ่นยังคงได้ส่วนแบ่งยังอยู่เท่าเดิม คือ 29.35% ยังห่างเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ที่ 35%

จึงอยากฝากไปที่รัฐบาลว่าต้องดันรายได้ท้องถิ่นให้มากกว่านี้ จะทำให้การจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมให้กับท้องถิ่น หรืออาจจะปลดล็อกกฎหมายการกระจายอำนาจหลายฉบับที่พรรคประชาชนเสนอมาตลอดก็ได้ เพื่อให้ท้องถิ่นมีอำนาจในการจัดเก็บค่าทำเนียมและภาษีเพิ่มเติม หรือ พ.ร.บ.บ้านเกิดเมืองนอน ของพรรคภูมิใจไทยก็นำมาใช้

น.ส.ภคมน กล่าวว่า อีกเรื่องที่รัฐบาลควรจะทำ นายกฯ ในฐานะควบกระทรวงมหาดไทย อยากให้คิดถึงการปฏิรูปโครงสร้างท้องถิ่น เพราะปัจจุบันเรามีองค์กรปกครองท้องถิ่น 7,000 แห่ง และแต่ละแห่งก็มีค่าใช้จ่ายประจำต่างๆ ทำให้งบประมาณถูกนำไปใช้ในส่วนนี้ เหลือเงินไม่เท่าไหร่ที่จะนำไปปฏิบัติในพื้นที่และคุณภาพชีวิต เมื่อมีจำนวนมากการจัดสรรบุคลากรก็ไม่มีประสิทธิภาพ เราจึงจำเป็นต้องสร้างสมดุล

สำหรับเรื่องบุคลากรที่มีไม่เพียงพอ มีที่มาจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ที่มากเกินไป แต่ก็ยังมีปัญหาอีกอย่าง คือ การจัดสอบบุคลากร ก่อนหน้านี้ที่ท้องถิ่นเป็นผู้ตรวจสอบเอง แต่ตอนนี้ส่วนกลางดึงกลับมาเป็นคนจัดการเอง จุดเปลี่ยนเรื่องนี้เกิดขึ้นในสมัยคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) โดยอ้างว่าหากท้องถิ่นจัดเองก็จะมีระบบอุปถัมภ์ เรียกรับผลประโยชน์ ส่วนกลางดึงกลับมาเพื่อปิดช่องของการโกง

“ความเชื่อแบบนี้เป็นวิธีคิดที่เริ่มต้นง่ายๆ จากความเชื่อที่ว่ารัฐส่วนกลางเป็นคนดีและไม่โกง แล้วสิ่งที่เกิดขึ้นวันนี้ตามหน้าข่าวรายวัน ในช่วง 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา คือการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นที่จัดโดยส่วนกลาง” น.ส.ภคมน กล่าว

น.ส.ภคมน กล่าวว่า ก่อนที่ คสช. จะมีคำสั่งดังกล่าว ท้องถิ่นมีการจัดสอบปีละ 4 ครั้ง แต่เมื่อส่วนกลางดึงกลับมา ส่วนกลางจัดสอบปีละ 2 ครั้งหรือบางปีก็ไม่มีการสอบเลย ทำให้เกิดปัญหาการขาดบุคลากร หรือหาบุคลากรได้ไม่ทันการ เพราะท้องถิ่นแต่ละที่หากขาดบุคลากรก็จะขาดไม่พร้อมกัน รอให้ส่วนกลางจัดสอบทีเดียวทำให้เกิดปัญหา ตนคิดว่าจึงต้องมีการเปลี่ยนแปลงกลับมาให้ท้องถิ่นจัดสอบเอง

แต่หากมองว่าส่วนกลางจัดสอบน้อยเกินไปต้องเพิ่มการจัดสอบ ตนมองว่าคิดแบบนี้ก็ไม่ถูก เพราะส่วนกลางมีการดูแลพัฒนาประเทศอยู่แล้ว ไม่ควรมาเสียเวลาและใช้ทรัพยากรกับภารกิจที่ท้องถิ่นสามารถทำได้ด้วยตนเอง ขณะเดียวกันท้องถิ่นขาดอะไรหรือต้องการอะไรจะเป็นผู้รู้ดีที่สุด ฉะนั้น ภารกิจนี้ควรให้ท้องถิ่นเป็นคนจัดทำ

และอีกอย่างที่สำคัญที่ คสช.อ้าง คือ ท้องถิ่นโกงแต่ส่วนกลางไม่โกง แต่วันนี้ประจักษ์ชัดทั้งประเทศ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าให้ท้องถิ่นจัดสอบจะไม่มีการโกง แต่เราควรมีการออกแบบให้เกิดการถ่วงดุลในการตรวจสอบ

การถ่วงดุลเริ่มจากโครงสร้างก่อน เมื่อส่วนกลางเป็นคนจัดสอบเองผู้ชนะการประมูล เพียง 1 ราย จะสอบเองทั้งหมด ทั้งออกข้อสอบ จัดสถานที่ ตรวจข้อสอบ ไม่มีการถ่วงดุลอะไรเลย ถ้าไม่โกงก็โชคดีไป แต่หากโกงเหมือนรอบนี้ก็พังทั้งระบบ

ตนจึงมองว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องทบทวนวิธีการที่ทำกันอยู่ หากเราไม่เริ่มต้นก็จะไปต่อไม่ได้ ตนจึงอยากเสนอว่าให้ยกเลิกคำสั่ง คสช. ฉบับนี้ เพื่อประสิทธิภาพในการจัดหาบุคลากรที่เหมาะสมกับอัตราที่ท้องถิ่นต้องการ และที่สำคัญคือรีเซ็ตระบบทุจริต

“ที่ตลกร้ายสำหรับการจัดสอบในครั้งนี้ คือโรงงานที่พิมพ์กระดาษคำตอบ เป็นโรงงานเดียวกันกับที่พิมพ์บัตรเลือกตั้งที่มี QR code แทนที่จะเป็นความลับที่สุด ดันมี QR code แต่กระดาษคำตอบที่ควรจะตรวจสอบได้ว่าใครกาอะไรดันไม่มี QR code เรื่องนี้ถ้า QR code อยู่ถูกที่ถูกเวลาจะไม่บรรลัยขนาดนี้” น.ส.ภคมน กล่าว

น.ส.ภคมน กล่าว่า วันนี้ต่างฝ่ายต่างออกมายืนยันความบริสุทธิ์ แทบจะไม่มีใครเป็นผู้กระทำผิด วันนี้การพิจารณางบประมาณเรามองข้ามรายละเอียดของ TOR ไม่ได้ เพราะ TOR ที่ดีจะปิดช่องการทุจริต แต่ TOR นี้ สะท้อนว่าไม่ได้เกิดจากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่เกิดจากการฮั้วกันระหว่างผู้ว่าจ้างและผู้รับจ้าง

วันนี้ TOR มีหลายจุดที่ถูกตั้งคำถาม ซึ่ง TOR นี้ ไม่ได้ออกมาแบบลวกๆ ไม่ได้เขียนกำกวม ออกมาอย่างละเอียดและรัดกุมมาก แต่เมื่ออ่านไปเมื่อถึงจุดที่ไม่ละเอียดก็ไม่ละเอียดเลย

จุดแรก สิ่งที่สังคมตั้งคำถาม คือ การบุกจับแก๊งทุจริตที่นนทบุรี มีคำถามตามมาว่าพวกเขาเอาไฟล์ สำเนาคำตอบชุดนี้มาได้อย่างไร ทั้งที่เอกสารสำคัญต้องถูกเก็บไว้อย่างปลอดภัย ทั้งที่ใน TOR ที่เขียนไว้ชัดเจนว่าต้องเป็นความลับที่สุด แต่ในแฟลชไดรฟ์กระดาษคำตอบกลับไม่มีการใส่รหัสเพื่อป้องกันความปลอดภัย

ประเด็นต่อมาหลังจากการจัดทุจริตได้ก็มีผู้เชี่ยวชาญต่างๆ ออกมาให้ความเห็นว่า จุดสำคัญคืออยู่ที่การแก้ไฟล์ Excel ที่สรุปว่าใครจะได้คะแนนเท่าไหร่ หากใครเข้าถึงไฟล์นี้ก็สามารถแก้ได้ ทำให้ผู้รับเหมาการสอบถูกเพ่งเล็งเป็นอันดับหนึ่ง เพราะมีหน้าที่ตรวจข้อสอบและประมวลบัญชีคนสอบผ่าน

แต่ใน TOR ระบุเอาไว้ชัดว่าให้มีเจ้าหน้าที่จากกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นเข้าทำการตรวจสอบระบบคอมพิวเตอร์ที่ใช้สำหรับตรวจข้อสอบ เพื่อป้องกันการล็อกหรือระบุผู้สอบไว้ล่วงหน้า ก่อนตรวจกระดาษคำตอบ ซึ่งใน TOR ระบุไว้ชัดว่าในกระบวนการตอบข้อสอบและประมวลคะแนนต้องมีคนของกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นอยู่ตรวจสอบ แบบนี้จะไม่ให้ประชาชนสงสัยได้อย่างไรว่าท่านฮั้วกัน

น.ส.ภคมน กล่าวว่า ขณะที่การบุกจับแก๊งโกงข้อสอบก็พบหลักฐานว่า แก๊งนี้ครอบครองใบเฉลยเอาไว้ด้วย คำถามคือใบเฉลยหลุดไปได้อย่างไร สมมติฐานแรก คือ เฉลยไม่ได้หลุดพร้อมกับไฟล์สำเนากระดาษคำตอบแน่ๆ เพราะ TOR ไม่ได้เขียนว่าให้แนบใบเฉลยในแฟลชไดรฟ์กระดาษคำตอบด้วย แปลว่าต้องมีรอยรั่วอีก ซึ่งเป็นไปได้สองทาง คือ เฉลยรั่วตั้งแต่ตอนเอาข้อสอบ

ซึ่งใน TOR ตั้งแต่เริ่มจนสิ้นสุดกระบวนการ ผู้รับจ้างต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย เจ้าหน้าที่ภาคีเครือข่ายที่ประกอบด้วย คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) และ กองบังคับการป้องกันปราบปรามการทุจริตและประพฤติมิชอบ (บก.ปปป.) ร่วมสังเกตการณ์

คำถามของตน คือ ภาคีเครือข่ายเหล่านี้ได้เข้าไปสังเกตการณ์ในช่วงเวลานั้นหรือไม่ ซึ่งการสังเกตการณ์ครั้งนี้กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นต้องควบคุมผู้เข้าออกปฏิบัติงานด้วยระบบการยืนยันตัวตน ไม่รู้ว่าใครจะเข้าไปดูเฉลยแล้วเอาออกมา แต่ไม่ว่าจะเข้าหรือจะออกเจ้าหน้าที่กรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นนั้นต้องเป็นผู้ดูแลทั้งหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างนี้ทำให้มี สส.พรรคภูมิใจไทย ประท้วงว่า ไม่มีเนื้อหาของการอภิปรายงบประมาณปี 70 แต่นายโสภณ ซารัยม์ ประธานสภาฯ ระบุว่า ตนเพิ่งเข้ามาทำตำแหน่งประธานการประชุม ไม่ได้ติดตามเนื้อหาการอภิปรายของ น.ส.ภคมน ตั้งแต่ต้น จึงอนุญาตให้อภิปรายต่อ

จากนั้น น.ส.ภคมน ได้อภิปรายต่อถึงการทุจริตสอบท้องถิ่น โดยนายร่มธรรม ขำนุรักษ์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ประท้วงอีกครั้ง ทำให้นายโสภณ กล่าวว่า ปัญหาเรื่องทุจริตก็สามารถพูดได้ในระดับหนึ่ง และน.ส.ภคมน ก็ไม่ได้ยกหลักฐานเหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จึงให้น.ส.ภคมน อภิปรายต่อ

ด้าน น.ส.ภคมน อภิปรายต่อว่า ตนคิดว่าตนก็เป็นคนที่รู้กาลเทศะ มีวุฒิภาวะพอสมควร เข้าใจว่าตนเองกำลังอภิปรายอยู่ในวาระไหน แต่ด้วยความเคารพ นายร่มธรรมไม่ต้องมารู้มากในสคริปต์ของตนว่าจะพูดอะไร จะสรุปให้ฟังอยู่แล้ว ตนขอขอบคุณท่านประธานจริงๆ

อย่างที่ทราบกันว่าในการทุจริตสอบท้องถิ่นในครั้งนี้ มีคนสอบได้ 0 คะแนน ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่เชื่อว่าจะสอบได้ 0 คะแนน จึงขอตรวจสอบกระดาษคำตอบ ซึ่งกว่าจะขอได้ก็มีขั้นตอนยุ่งยาก หากผู้ที่เขียนข้อสอบมีเจตนาให้มีความโปร่งใส เหตุใดไม่ประกาศคะแนนไปเลยว่าได้เท่าไหร่

ตนไม่ได้ตั้งสมมุติฐานเอง แต่ตนพยายามจะอธิบายให้เห็นว่า TOR เขียนไว้อย่างไร และมีช่องโหว่อะไรบ้าง สิ่งที่ตนพูดเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะที่เราจะมาช่วยจับตา วันนี้ผู้ว่าจ้างก็บอกว่าไม่ผิด มหาวิทยาลัยก็บอกว่าตัวเองบริสุทธิ์ ทำตาม TOR ทุกอย่าง ซึ่งกรมส่งเสริมปกครองส่วนท้องถิ่นและมหาวิทยาลัยมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอน

เมื่อ TOR เปิดช่องใหญ่ขนาดนี้ก็อดสงสัยไม่ได้ว่า การทุจริตในการสอบครั้งนี้ทำกันอย่างเป็นระบบ ไม่กี่วันต่อมาก็มีคลิปเสียงออกมาแฉพูดถึงผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง

น.ส.ภคมน กล่าวว่า ตนจึงอยากให้มีการตรวจสอบก่อนที่จะมีการสรุป และย้ำว่าควรมีการทบทวนว่าใช้ระบบสอบแบบเดิมหรือไม่ และเรายังเชื่อหรือไม่ว่าระบบการสอบแบบส่วนกลาง มีการใช้งบประมาณจำนวนมาก หากเป็นแบบนี้ต่อไปงบประมาณที่ส่วนกลางตั้งขึ้นมาในการจัดสอบในแต่ละปีจะกลายเป็นเงินทุนเพื่อต่อยอดให้ระบบการทุจริต

ทำกันแบบนี้ตนก็เป็นห่วงจริงๆว่า รัฐส่วนกลางไม่มีทางมือสะอาดได้เลย หากไม่สามารถแก้ข้อครหานี้ได้ เพราะจะส่งผลให้ระบบราชการส่วนกลางไม่โปร่งใส ประชาชนไม่สามารถฝากความหวังอะไรไว้ได้เลย เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นขณะนี้เกี่ยวข้องต่อเนื่องกันหลายมิติ

หากจะแก้ได้ต้องแก้จากจุดเริ่มต้น คือ กำจัดมรดก คสช. ซึ่งจะช่วยแก้ปัญหากำลังพลในท้องถิ่นที่ขาดแคลน ปิดระบบอุปถัมภ์ของส่วนกลาง ปิดช่องทางการหาเงินจากคนตัวเล็กตัวน้อยที่ไขว่คว้าซื้อความมั่นคง หางานให้ตนเอง และแก้ปัญหาคุณภาพของราชการ รวมถึงแก้ปัญหาการใช้งบประมาณอย่างโปร่งใสสุจริต ซึ่งเราเริ่มต้นด้วยการกระจายอำนาจ และทำลายมายาคติว่าส่วนกลางไม่โกง

“วันนี้ดิฉันเชื่อมั่นว่าประชาชนรับรู้ว่าแกนนำพรรครัฐบาล คือ พรรคภูมิใจไทย มีความสัมพันธ์อันดีกับระบบราชการมาโดยตลอด ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชม ดังนั้น การกระจายอำนาจจึงเป็นบททดสอบที่สำคัญของพวกท่านว่า หากจากนี้ต่อไปรัฐบาลแสดงท่าทีที่อุ้มชูระบบราชการส่วนกลาง ท่านก็ไม่สามารถตอบคำถามและข้อครหาของประชาชนได้ สถานการณ์นี้จึงเป็นโอกาสสำคัญที่จะกอบกู้ภาพลักษณ์ของรัฐบาล และที่สำคัญจะสร้างประโยชน์กับประเทศชาติและประชาชน” น.ส.ภคมน กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน