หมอวรงค์แตะงบ TH‑AI Passport เจอสส.ภท.ประท้วงวุ่น ไม่เกี่ยวงบ 70 เอาไปอภิปรายไม่ไว้วางใจ หรือกระทู้เหมาะกว่า พร้อมเปิดกองทุนบำนาญ สส.-สว.ขอ งบ294 ล้าน เชื่อสถานะการใช้ติดลบ จี้นักการเมืองเสียสละอย่าเบียดเบียนภาษีปชช.

เมื่อวลา 11.17 น. วันที่ 1 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร พิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 วาระแรก เป็นวันที่สาม โดยนพ.วรงค์ เดชกิจวิกรม สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคไทยภักดี อภิปรายเกี่ยวกับยุทธศาสตร์ปราบปรามทุจริตว่า รัฐบาลวางเป้าหมายไว้ว่าประเทศไทยปลอดการทุจริตประพฤติมิชอบ ขอชื่นชมนายกรัฐมนตรีที่กล้าวางเป้าสูงขนาดนี้

โดยมีดัชนีชี้วัด คือดัชนีการรับรู้การทุจริตของชาติอันดับไม่เกิน 43 แต่ขณะนี้ดัชนีชี้วัดคอร์รัปชันของประเทศไทยอยู่ที่ 116 ในขณะที่รัฐบาลตั้งเป้าคะแนนไม่น้อยกว่า 57 คะแนน ทั้งที่ขณะนี้เราได้คะแนน 33 คะแนน

ตนให้กำลังใจนายกฯ อย่างจริงจังเพราะเชื่อว่าปัญหาทุจริตคือปัญหาสำคัญของชาติที่ต้องช่วยกัน ไม่ว่ารัฐบาลหรือฝ่ายค้าน ตนสนับสนุนเจตจำนงของนายกฯ อย่างเต็มที่ แต่เพื่อให้การผลักดัน CPI ของประเทศ ไปสู่จุดที่ดีขึ้น

นพ.วรงค์ กล่าวต่อว่า ตนมีข้อสงสัย และรัฐบาลต้องชี้แจงเพื่อให้หายข้อสงสัย ตนจำได้ว่าโครงการ TH‑AI Passport ยังเป็นประเด็นที่สังคมและตนสงสัย เมื่อ 2 วันที่ผ่านมา สส.ฝ่ายรัฐบาลอภิปรายโครงการนี้พูดชัดเจนว่าเชื่อว่าโครงการนี้ไม่มีการทุจริต ไม่มีการล็อกสเปกและได้ปรึกษาหารือกับนักโฆษณา

เขาพูดชัดเจนว่าการโฆษณาผ่านจอร้านสะดวกซื้อใครๆก็ทำได้ และเดี๋ยวนี้จ่ายเป็นรายเดือน 1 ล้านคน ประมาณ 25 ล้านบาท ไม่ใช่ 1.6 พันล้านบาท อย่างที่ทุกคนเข้าใจ ตนขอเสนอมุมเห็นต่าง ซึ่งเป็นข้อสงสัยของตน ถ้ารัฐบาลคิดว่าตนเข้าใจไม่ถูกต้อง ยินดีรับฟังเพราะคิดว่าเราช่วยกันชทำให้ประเทศเราปลอดคอร์รัปชัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อนพ.วรงค์​ อภิปรายเรื่อง TH‑AI Passport ก็ถูกสส.พรรคภูมิใจไทย ประท้วงว่าสิ่งที่ นพ.วรงค์อภิปราย ไม่เกี่ยวข้องกับงบประมาณปี 70 เพราะ TH‑AI Passport เป็นเงินกองทุน จึงเป็นการอภิปรายผิดวาระ เพราะยังมีวาระอื่นๆ ที่สามารถนำไปใช้ได้เช่น ตั้งกระทู้ถาม

ทำให้ นายโสภณ ซารัมย์ ประธานสภาฯ ทำหน้าที่ประธานที่ประชุม วินิจฉัยว่า ถึงแม้ TH‑AI Passport เป็นเงินกองทุน ก็เป็นการบริหารราชการแผ่นดินของรัฐบาล ซึ่งมีหลายคนพูดประเด็นนี้มาแล้ว ที่ประชุมอนุญาตให้อภิปราย ฉะนั้นขอให้ฟังไปก่อน ถ้า นพ.วรงค์พูดเหมือนผู้อภิปรายที่ผ่านมา ตนอนุญาตให้พูด แต่ถ้าเอาเอกสารมาแสดง ก็จะเหมือนการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ดังนั้น ขอให้อยู่ในประเด็นแบบผู้อภิปรายที่ผ่านมา

นพ.วรงค์ อภิปรายต่อเกี่ยวกับโครงการ TH‑AI Passport พร้อมเปิดชื่อ ป. ผู้บริหารบริษัท ที่เป็นหุ้นส่วนสำคัญของบริษัทที่ไปประมูล TH‑AI Passport และยังมีนาย พ. ซึ่งเป็นกรรมการผู้จัดการของบริษัทไปเป็นหุ้นส่วนที่สำคัญอีกคน และไปประมูลโครงการ TH‑AI Passport ทำให้เกิดข้อสงสัยว่าเอื้อประโยชน์กันหรือไม่และมีการล็อคสเปคหรือไม่

ทำให้สส.พรรคภูมิใจไทย ประท้วงอีกว่าอภิปรายนอกประเด็น นายโสภณจึงไม่อนุญาตให้พูดถึงบุคคลภายนอก แต่ให้อภิปรายเกี่ยวกับงบประมาณ แต่ นพ.วรงค์ ยังอภิปรายถึงข้อสงสัยที่เกิดขึ้นในโครงการ TH‑AI Passport ทำให้ยังคงถูกสส.พรรคภูมิใจไทย ประท้วง

ขณะที่ สส.พรรคประชาชน โดยนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ ลุกขึ้นประท้วง สส.พรรคภูมิใจไทยว่าเป็นการประท้วงซ้ำซาก เพราะเงื่อนไขจอ ไม่ได้อยู่ใน TH‑AI Passport โครงการเดียว แต่อยู่ใน ทีโออาร์ เช่น ในกระทรวงการอุดมศึกษาฯ ซึ่งอยู่ในเล่มงบประมาณ

นายโสภณ จึงให้พูดในประเด็น อย่าประท้วง และในหน้าสื่อก็มีมากกว่านี้ และเชื่อว่ารัฐมนตรีชี้แจงได้

ทั้งนี้นพ.วรงค์ ยืนยันว่า กำลังช่วยหาทางออกให้รัฐบาล สนับสนุนให้รัฐบาลแจกเอไอ ฟรีให้กับประชาชนตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ แต่อยากให้โครงการเกิดความโปร่งใส ตรวจสอบได้และการเปิดประมูลแข่งขันที่เป็นธรรม

นพ.วรงค์ ยังอภิปรายถึงการเสนอของบประมาณให้กับกองทุนเพื่อผู้เคยเป็นสมาชิกรัฐสภา โดยในปีงบประมาณ 2570 ขอจัดสรร 294 ล้านบาท เพื่อจ่ายบำนาญและสวัสดิการให้ สส. และ สว. โดยในปี2569 ใช้งบประมาณจำนวน 420 ล้านบาท

ทั้งนี้ มีรายงานคาดการณ์ ปี69 จะใช้เงินสูงถึง 941 ล้านบาท ขณะที่มีการสมทบจากสมาชิกรัฐสภา เพียงปีละ 29.4ล้านบาท ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงถึงเกือบ 30 เท่า ซึ่งมองว่าเอาเปรียบประชาชนและในปีงบประมาณ 2570 เชื่อว่าจะเกิดปัญหากองทุนติดลบ โดยปี2570 ตั้งงบไว้ 294 ล้านบาท เท่ากับจะติดลบกว่า 645ล้านบาท

“การแก้ปัญหาอาจต้องของบกลาง แม้รัฐบาลตั้งงบกลางไว้ 9 แสนล้านบาท แต่เพื่อช่วยเหลือประชาชนเมื่อมีสถานการณ์ฉุกเฉิน มีภัยพิบัติ ซึ่งงบกลางไม่ได้ตั้งไว้เพื่อช่วยเหลือนักการเมือง ด้วยหลักคิดและเหตุผลของการตั้งกองทุน แต่จากระบบบัญชีไปต่อลำบาก ผมขอเรียกร้องให้เสียสละ เพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่าเป็นที่พึ่ง ไม่ใช่เบียดเบียนภาษีประชาชน”นพ.วรงค์ อภิปราย

นพ.วรงค์ อภิปรายต่อว่า ในปีงบประมาณ 2570 หน่วยงานรัฐสภา โดยสำนักงานเลขาธิการสภาฯ เสนอจัดสรร 5,087 ล้านบาท ซึ่งรวมเป็นเงินเดือน สส. เงินเดือนผู้ช่วย สส. ทั้ง8 คน ทั้งนี้ มีข้อเรียกร้องจากนักวิชาการให้รู้จักพอดีต่อการใช้เงินภาษีของประชาชนและประหยัดเพื่อให้เกิดการยอมรับ

นพ.วรงค์ กล่าวว่า จากการตรวจสอบของตน พบว่ามีสส.บางคนตั้งผู้ช่วยสส.ไม่เกิน 3 คน แต่ตนขอฝากให้พิจารณาด้วยว่าเวทีของผู้ทรงเกียติ เป็นผู้แทนประชาชน ต้องเป็นเวทีปกป้องประโยชน์ของประชาชนไม่ใช่ประโยชน์ของนักการเมือง

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน