เลขาฯสภาพัฒน์ ถกอนุกก. 3 ก.ค. ประเมินความคุ้มค่า แลนด์บริดจ์ ดูความจำเป็นกฎหมายรองรับ ยันรับฟังความเห็นปชช.-ศึกษารอบด้าน
เมื่อวันที่ 1 ก.ค.2569 นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าการประชุมคณะกรรมการโครงการแลนด์บริดจ์ว่า
ในวันที่ 3 ก.ค. จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการเพื่อติดตามความคืบหน้า และประเมินความคุ้มค่าของโครงการ เป็นการต่อยอดจากการประชุมครั้งก่อนที่ได้รายงานต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ ว่าขณะนี้อยู่ระหว่างการทบทวนสมมติฐานของโครงการ เนื่องจากมีหลายประเด็นที่คณะอนุกรรมการ ขอให้ผู้ศึกษาปรับปรุงข้อมูลและสมมติฐานให้มีความทันสมัยขึ้น และประเมินความเป็นไปได้ การให้บริการขนส่งระหว่างสองฝั่งของโครงการว่าในทางปฏิบัติจะทำได้จริงหรือไม่ โดยคณะอนุกรรมการมีผู้เชี่ยวชาญและผู้บริหารจากสายการเดินเรือรายใหญ่เข้าร่วมให้ข้อมูลและร่วมพิจารณา เพื่อให้การประเมินมีความรอบด้าน
นายดนุชา กล่าวว่า คณะอนุกรรมการ ให้ความสำคัญในการประเมินความคุ้มค่าใน 3 เรื่องหลัก คือ ด้านพาณิชย์ จะพิจารณาสมมติฐานด้านปริมาณสินค้าและความต้องการใช้บริการมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด เนื่องจากถือเป็นปัจจัยสำคัญของความสำเร็จของโครงการ , ด้านความเป็นไปได้ในการดึงสายการเดินเรือ เข้ามาใช้บริการท่าเรือของโครงการ การรองรับสินค้ารูปแบบทรานชิปเมนต์ เนื่องจากปัจจุบันในภูมิภาคมีท่าเรือขนาดใหญ่ที่เปิดให้บริการและมีประสิทธิภาพอยู่แล้ว จึงต้องประเมินว่าหากดำเนินโครงการจะดึงปริมาณสินค้าทรานชิปเมนต์มาใช้บริการได้มากน้อยเพียงใด และด้านการดำเนินงาน จะประเมินการขนส่งสินค้าจากฝั่งหนึ่งไปยังอีกฝั่งหนึ่ง ทั้งเรื่องต้นทุน ระยะเวลา การบริหารจัดการว่าสมมติฐานที่กำหนดไว้สามารถปฏิบัติได้จริงหรือไม่
นายดนุชา กล่าวว่า ประเด็นที่สังคมจับตาเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างโครงการแลนด์บริดจ์ กับร่างพระราชบัญญัติ EEC นายดนุชา กล่าวว่า คณะอนุกรรมการ จะพิจารณาด้านกฎหมายควบคู่กันไป เพื่อประเมินว่ามีความจำเป็นมากน้อยเพียงใดที่จะต้องมีกฎหมายฉบับดังกล่าว หรือสามารถใช้แนวทางอื่น เช่น การพัฒนาแบบค่อยเป็นค่อยไป โดยรับฟังความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ควบคู่กับการกำหนดแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่ และจะนำร่างกฎหมายดังกล่าวมาประเมินประกอบการพิจารณา
ผู้สื่อข่าวถามว่า รัฐบาลจะเดินหน้า โดยไม่ยึดร่างกฎหมายเดิมใช่หรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม ได้หารือกับประชาชนที่มาชุมนุม เห็นพ้องว่าจะมีการพูดคุยในรายละเอียดถึงรูปแบบการพัฒนา ซึ่งเป็นเรื่องที่ดี ดังนั้นการทำงานของคณะอนุกรรมการไม่ได้พิจารณาเฉพาะตัวโครงการแลนด์บริดจ์ แต่จะพิจารณาความคุ้มค่าและความเหมาะสมของร่างกฎหมายที่มีอยู่ด้วย
เมื่อถามย้ำว่า ร่างกฎหมายของสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) อาจไม่ถูกนำมาใช้หรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า หากเป็นเช่นนั้นจะทำให้การทำงานง่ายขึ้น หากกฎหมายที่มีอยู่ในปัจจุบันสามารถปรับใช้ได้ก็ไม่จำเป็นต้องออกกฎหมายใหม่ แต่ที่สำคัญคือจะต้องหารือกับประชาชนในพื้นที่ว่าจะพัฒนาอุตสาหกรรมในรูปแบบใด ที่จะเป็นที่ยอมรับของคนในพื้นที่และสามารถสร้างการพัฒนาเศรษฐกิจได้อย่างแท้จริง ทั้งนี้ ประเด็นเรื่องกฎหมายและแนวทางการพัฒนา จะถูกรวมไว้ในรายงานที่จะเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ในเดือนส.ค. ตามที่คณะอนุกรรมการได้มอบหมาย ไว้ตั้งแต่การประชุมครั้งแรก
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากผลการศึกษาสรุปว่าควรเดินหน้าโครงการแลนด์บริดจ์ ก็จะยังไม่เห็นการดำเนินโครงการในระยะเวลาอันใกล้ใช่หรือไม่ นายดนุชา กล่าวว่า เป็นเรื่องยากที่จะเห็นโครงการเกิดขึ้นเร็วๆนี้ เพราะเป็นโครงการขนาดใหญ่ต้องศึกษาอย่างรอบคอบ พิจารณาความเหมาะสมและความคุ้มค่า ซึ่งการตั้งอนุกรรมการขึ้นมา เพื่อพิจารณาว่าโครงการมีความเหมาะสมและคุ้มค่าที่จะดำเนินการหรือไม่ โดยรับฟังข้อมูลจากภาควิชาการ ภาคเอกชน และภาคประชาชนอย่างรอบด้าน ก่อนนำผลการศึกษาไปใช้ประกอบการตัดสินใจของรัฐบาล