ภราดร โต้ อภิสิทธิ์ หลังอัดงบ 70 ไร้อนาคต บอกถ้าทำตามน้ำแบบเดิมไร้อนาคตแน่ จ่อวัดเคพีไอการใช้งบหน่วยงานรัฐ ย้ำให้ความสำคัญต่อการกระจายอำนาจ แต่ดันได้ไม่ถึง 35% เหตุงบมีจำกัด
เมื่อเวลา 14.45 น. วันที่ 1 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2570 วาระแรก เป็นวันที่สาม นายภราดร ปริศนานันทกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ชี้แจงกรณีที่มีสมาชิกอภิปรายว่าการจัดทำงบประมาณแบบนี้ เรียกว่าการจัดทำงบแบบไร้อนาคตว่า ตนบอกตั้งแต่วันแรกแล้วว่าเห็นด้วยเกือบทุกอย่างในการอภิปรายของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่พูดถึงอุปสรรคในการจัดทำงบประมาณของประเทศนี้
เราเห็นตรงกันทั้งหมด แต่ตนไม่เห็นด้วยอยู่ข้อเดียว คือ ชื่อที่ตั้งให้ว่าเป็นงบประมาณที่ไร้อนาคต เพราะถ้าไม่ทำงบแบบปี 70 ตนขอย้ำว่าในปี 71-72 ถ้ายังทำงบแบบเดิมที่เคยทำ แบบนั้นถึงจะไร้อนาคตแน่นอน แต่เมื่อรัฐบาลนี้เห็นว่ากำลังจะเดินสู่หายนะ จึงจำเป็นต้องทำงบในแบบปี 70 และได้ยอมรับกับสภาฯว่าคงไม่สมบูรณ์แบบ ด้วยระยะเวลา และข้อจำกัดของตัวเลขที่ผูกพันมาหลายปี
เป็นความเจ็บปวดของประเทศนี้ที่ผูกพันหมักหมมกันมาหลายปีหลายรัฐบาล และเชื่อว่าทุกรัฐบาลที่ผ่านมา เห็นเหมือนที่ท่านเห็น และเห็นเหมือนกับที่รัฐบาลนี้เห็น แต่น่าแปลกใจที่ไม่มีใครกล้าลุกขึ้นมามาแก้ไข หรือปฏิรูปวิธีการจัดทำงบประมาณ
นายภราดร กล่าวว่า สิ่งที่ตนเคยพูดไป จะเป็นประโยชน์กับประเทศ ถ้าหลังจากนี้ถูกนำไปปฏิบัติให้เกิดขึ้นจริง และจะไม่เป็นเพียงวาทกรรมที่หลอกล่อให้พวกเราลงมติเห็นชอบแล้วจบไป โดยปีหน้าก็กลับมาทำแบบเดิมอีก
ตนได้หารือกับนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯ และรมว.คลัง และนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกฯ มีหลายประเด็นที่วางแผนไว้ว่าจะลงมือทำหลังจากนี้ รวมถึงได้ชวนเพื่อนสมาชิกหลายคนมาช่วยกันทำ เพราะเชื่อว่าถ้าไม่ทำแบบนี้ ในอนาคตระบบโครงสร้างงบประมาณของประเทศจะไปต่อไม่ได้ จึงจำเป็นต้องมีการปฏิรูป
ทั้งนี้ ต้องใช้ความร่วมมือของสภาฯ ทั้งเรื่องการแก้กฎหมาย การขอความรู้จากผู้มีประสบการณ์ และร่วมกันระดมสมองว่าจะทำแบบไหน ส่วนของการจัดเก็บรายได้รัฐ ทราบว่าขณะนี้คณะกรรมาธิการ (กมธ.) การเงิน การคลัง สถาบันการเงิน และตลาดการเงิน สภาฯ ได้เริ่มตั้งอนุกมธ.เพื่อศึกษาและปฏิรูปวิธีการจัดเก็บรายได้ของงรัฐแบบใหม่ ซึ่งตรงกับแนวคิดของนายเอกนิติ ที่กำลังวางแผนการปฏิรูปการจัดเก็บใหม่ทั้งหมด
ขณะที่การจัดทำงบประมาณ เรื่องของการกู้ การเพิ่มการขาดดุลงบของการจัดทำงบประมาณไปเรื่อยๆ เพราะรู้และเห็นตัวเลขที่สาธารณะเดียวกันว่าใกล้ชนเพดานแล้ว รัฐบาลตระหนักรู้และพยายามวางแผนลดการขาดดุลงบลง
“รัฐบาลนี้ไม่พยายามทำตามน้ำเหมือนอย่างที่เคยทำมา ถ้าจะทำก็ทำได้ ยังมีเพดานให้กู้เพิ่มได้ แต่เราไม่ทำ เพราะเราพยายามลดการขาดดุลลงเรื่อยๆ เพื่อรักษาวินัยการการคลังให้มั่นคงมากขึ้น“ นายภราดร กล่าว
นายภราดร กล่าวว่า การจัดทำเรื่องความโปร่งใส สำหรับรัฐบาลนี้ไม่ต้องให้ขอ ปกติตอนอยู่ในกมธ.งบประมาณ ตนตั้งข้อสังเกตทุกปีเรื่องการขอไฟล์ Excel ของสำนักงบประมาณ เพื่อจะวิเคราะห์อย่างละเอียดในส่วนของงบประมาณ แต่ปีนี้ไม่ต้องขอ รัฐบาลจัดให้ เพื่อทุกคนจะได้นำข้อมูลไปวิเคราะห์ก่อนเป็นสัปดาห์ รวมถึงการตัดลดโครงการที่ไม่จำเป็น
มีนโยบายชัดเจนจากนายกฯ ในการจัดทำงบว่าต้องรัดเข็มขัด การติดตามประเมินผลก็ไม่เคยมีรัฐบาลไหนทำ แต่ตนได้ชวนสำนักงบประมาณทำเรื่องนี้แล้ว เรามาเริ่มต้นกันว่างบที่ได้รับจัดสรรจากรัฐ หน่วยงานราชการต่างๆ นำไปทำให้เกิดประสิทธิผลหรือเกิดประโยชน์ต่อประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน
หากหน่วยงานไหนมีเคพีไอที่ดี จะมีผลต่อการตั้งงบในปี 71 ต่อไป หน่วยงานไหนสอบตกปีหน้าให้ท่านเตรียมตัว นี่เป็นที่มาของการจัดทำงบแบบฐานสูงที่เริ่มจากปีนี้ ซึ่งฐานข้อมูลของปี 70 จะเป็นฐานสำคัญในการตั้งงบของปี 71 เราจะดูกันว่าหน่วยงานไหนที่มีผลการใช้งบที่ต่ำกว่าเกณฑ์ ปีหน้าก็เจอกัน ซึ่งจะถูกตัดลดงบกันไป
นอกจากนี้ ตนจะชวนสภาฯทำเรื่องการแก้กฎหมาย กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) วันนี้จะต้องตั้งงบประมาณในส่วนของงบกลาง เพื่อนำไปสมทบเงินของกองทุนกบข. ปีนี้ตั้งไว้ 70,000 กว่าล้านบาท ตรงนี้มีช่องทางที่จะทำได้โดยไม่กระทบกับกบข. ซึ่งจะต้องแก้กฎหมายดังกล่าว
นายภราดร กล่าวถึงรายจ่ายประจำของบุคลากร และข้าราชการ ที่รัฐไทยต้องจ่ายในแต่ละปี วันนี้รายได้ที่หาได้ 3 ล้านล้านบาท นำมาจ่ายเป็นเงินเดือนข้าราชการ เป็นการใช้หนี้ก็หมดแล้ว ไม่ต้องไปใช้ลงทุน ซึ่งเงินลงทุนทั้งหมดมาจากเงินกู้ ตรงนี้ก็เห็นเหมือนกับท่านที่อภิปราย
ดังนั้น เรามาหาทางช่วยกันบริหารจัดการบุคลากรภาครัฐด้วยกันดีหรือไม่ ขณะที่เรื่องสวัสดิการของภาครัฐ จริงๆ ตนคุยนอกรอบกับนายอภิสิทธิ์ ว่าเรื่องนี้ถ้าทำตั้งแต่สมัยท่านเป็นนายกฯ และนายกรณ์ จาติกวณิช เป็นรมว.คลัง เมื่อ 15 ปีที่แล้ว ขนาดของงบที่ต้องจ่ายคงไม่เติบโตมาถึงจนขนาดนี้
ตนจึงพูดตั้งแต่แรกว่าเราเห็นปัญหานี้ร่วมกันมาหลายรัฐบาล แต่ไม่มีรัฐบาลไหนกล้าลงมือทำ รัฐบาลนี้จะเริ่มต้นให้ดู พวกเราตั้งใจปฏิรูปทั้งโครงสร้างงบจริงๆ โดยเราจำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่าย
นายภราดร กล่าวว่า ส่วนการตัดลดงบจังหวัด และกลุ่มจังหวัด เป็นไปตามข้อสังเกตของกมธ. ที่ภารกิจต้องไม่ซ้ำซ้อนกับหน่วยประจำ ตนไม่เห็นว่าจะมีใครเดือดร้อน คนเดือดร้อนเห็นจะมีแต่ผู้รับเหมาที่ไปวิ่งงานกับทางจังหวัด
ขณะที่การกระจายอำนาจปีนี้ทุกหน่วยงานของภาครัฐถูกตัดลดงบลงทั้งหมด คงไว้เพียงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปถ.) แต่เราไม่สามารถดันให้ถึงเป้าหมายที่ทุกคนปรารถนาได้คือ 35% ด้วยความจำกัดของวงเงินงบที่มีอยู่เท่านี้ ที่ตนได้อธิบายมา 2-3 วัน ก็ไม่รู้ฟัง ตนก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ไม่รู้จะอธิบายท่าไหนแล้ว แต่เรื่องของการกระจายอำนาจเป็นเรื่องที่รัฐบาลนี้ให้ความสำคัญ