กมธ.ป.ป.ช. เชิญ “บิ๊กเต่า” ถกคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่น โว ภูมิใจไทย ริเริ่มตั้งแต่ปี 66 หวังทลายขบวนการ ยัน ไม่มีจับปลาซิวปลาสร้อย
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 2 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร ที่มีนายอาสพลธ์ สรรณ์ไตรภพ สส.ศรีสะเกษ พรรคภูมิใจไทย เป็นประธาน มีวาระพิจารณาเรื่องเจ้าหน้าที่ของรัฐมีส่วนเกี่ยวข้องกับการทุจริตการสอบบรรจุข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น โดยเชิญ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง และพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี เข้าชี้แจง
นายอาสพลธ์ เปิดเผยว่า กมธ. เชิญพล.ต.ต.จรูญเกียรติ และเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องกับคดีทุจริตจัดสอบท้องถิ่น และกรณีการจับปลัดจังหวัดภูเก็ต โดยกมธ.จะซักถามเรื่องความคืบหน้าของคดี รวมถึงคลิปเสียง ซึ่งข้อมูลที่ได้จากการชี้แจงในวันนี้ ตนจะเรียกประชุม กมธ.ต่อในสัปดาห์หน้า และจะเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น มหาวิทยาลัยที่จัดสอบ และจะนำผลสอบสวนของกระทรวงมหาดไทยมาพิจารณาด้วย
เมื่อถามว่า ท้ายที่สุดจะสามารถจับตัวผู้บงการในคดีนี้ได้หรือไม่ นายอาสพลธ์ กล่าวว่า เป็นข้อกังวลของสังคมว่าคดีจะคืบหน้าไปถึงไหน กมธ.ป.ป.ช. จึงเชิญตำรวจสอบสวนกลางมาสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมว่ามีข้อมูลเชิงลึกอย่างไรบ้าง และมีการดำเนินการไปถึงไหน
ซึ่งประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจ คือ บุคคลที่เป็นข้าราชการ จำนวน 10 คน ที่ตำรวจได้บุกจับที่จ.นนทบุรี และตัวการใหญ่จะเป็นใครบ้าง เราจะติดตามเรื่องนี้ เนื่องจากการทุจริตสอบท้องถิ่นเป็นเรื่องที่ใหญ่มาก
อย่างไรก็ตาม ตนต่อสู้เรื่องนี้มาตั้งแต่ปี 66 คนเคยเรียนเรื่องนี้กับนายอนุทิน ชาญวีรกูล ตั้งแต่สมัยที่เป็นรองนายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย ในปี 67 จนเกิดการเซ็น MOU ระหว่างกระทรวงมหาดไทยกับ 5 หน่วยงาน ปราบปรามเพื่อป้องกันและปราบปรามการทุจริตสอบท้องถิ่น
จนกระทั่งปี 69 มีการจับคดีโกงสอบท้องถิ่นได้เป็นครั้งแรก ดังนั้น ยืนยันว่าจุดเริ่มต้นเกิดจากนายอนุทินเซ็น MOU ดังกล่าว เป็นสิ่งที่ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยต่อต้านเรื่องนี้จริงๆ เพราะรู้ว่าเป็นสิ่งที่เลวร้ายมากแต่จับไม่ได้ เป็นจุดเริ่มต้นของการทลายเครือข่ายทุจริตสอบท้องถิ่นครั้งนี้
นอกจากนี้ ในที่ประชุมของพรรคภูมิใจไทย เมื่อวันที่ 28 มิ.ย.ที่ผ่านมา เห็นตรงกันว่าไม่ว่าเรื่องทุจริตจะถึงใครในพรรคหรือหน่วยงานไหน จะไม่มีการช่วยเหลือและจะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด
“ยืนยันว่าพรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญมาก เราจะติดตามเรื่องนี้ ไม่จับปลาซิวปลาสร้อย คนระดับกลางและระดับสูง กมธ.จะติดตามให้ถึงที่สุด รวมถึงหากมาตรการป้องกัน เพื่อไม่ให้เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต” นายอาสพลธ์ กล่าว
เมื่อถามถึงข้อเสนอ สส. ให้ท้องถิ่นเป็นผู้จัดสอบเองแทนส่วนกลาง นายอาสพลธ์ กล่าวว่า วันนี้ส่วนกลางก็มีการทุจริต แต่ท้องถิ่นก็ไม่ใช่ว่าไม่มี ข้อเท็จจริงเคยปรากฏแล้วที่ จ.มหาสารคาม และ จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งมีการตัดสินจำคุกนายก อบต.
ดังนั้น ไม่ว่าจะจัดสอบที่ไหน หากมาตรการหรือกระบวนการไม่ดีก็มีการทุจริต ฉะนั้น ต้องหาวิธีว่าจะป้องกันอย่างไร ขอให้ไปดูเทียบกับการสอบเนติบัณฑิต อัยการ หรือผู้พิพากษา ทำไมเขาถึงไม่มีการทุจริต เราจึงต้องถือโอกาสนี้ในการศึกษา เพื่อเปลี่ยนแปลงกระบวนการจัดสอบ
นายอาสพลธ์ กล่าวต่อว่า อีกส่วนที่เราดำเนินการได้ คือ ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการบุคคลส่วนท้องถิ่น อยู่ในการพิจารณาของ สว. ซึ่งเกี่ยวกับการจัดสอบข้าราชการท้องถิ่น หาก สว.แก้ไขแล้วอาจจะมีการเปลี่ยนกฎหมายบางข้อ ให้สำนักงาน กพ. เป็นผู้มีอำนาจในการจัดสอบภาค ก. หรือให้รัฐบาลเป็นผู้เสนอกฎหมายไปยังสำนักงาน กพ.