‘โรม’ แฉ ‘นายคิว’ ปมสินบน 40 ล้านให้ ‘ไชยชนก’ ผ่าน ‘วรศิษฎ์-นาย ฉ.ฉิ่ง’ ชี้ความผิดสำเร็จแล้ว แม้จะปฏิเสธ สงสัยจนถึงวันนี้ยังไม่มีการออกหมายเรียกสักครั้ง

เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 2 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การกฎหมาย การยุติธรรม และสิทธิมนุษยชน สภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีความพยายามติดสินบนนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) จำนวน 40 ล้านบาท เพื่อแลกกับการไม่ดำเนินคดีกับเว็บไซต์พนันออนไลน์ 4,000 แห่งว่า นายคิวได้นำไปเสนอแก่นายไชยชนกในอัตรา 10,000 บาท ต่อ 1 URL รวมเป็นเงิน 40 ล้านบาท โดยนัดพบกันที่ร้านอาหารแห่งหนึ่ง แม้นายไชยชนกจะปฏิเสธการรับสินบน และเข้าแจ้งความต่อตำรวจสอบสวนกลางแล้ว

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 30 วัน ที่พนักงานสอบสวนมีโอกาสสอบปากคำบุคคลที่เกี่ยวข้องรวม 3-4 ราย กลับไม่มีการออกหมายเรียกนายคิวเข้าให้ปากคำ โดยตำรวจสอบสวนกลางชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการว่า สาเหตุที่ไม่ออกหมายเรียกเนื่องจากเกรงนายคิวจะไม่เดินทางมาพบเจ้าหน้าที่

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า บุคคลที่นำเรื่องสินบนไปบอกนายไชยชนกคือ ผู้ช่วย สส.พระนครศรีอยุธยา ชื่อย่อ ฉ.ฉิ่ง และนายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ ซึ่งขณะนั้นเป็น สส.สตูล โดยตนขอตั้งข้อสังเกตถึงสถานะการเข้ามาแจ้งเรื่องของนายวรศิษฎ์ว่า เป็นการกระทำในฐานะผู้สื่อสาร เพื่อเสนอสินบน หรือเพื่อแจ้งเหตุการณ์ให้ทราบ เนื่องจากนายวรศิษฎ์ไม่ได้ดำเนินการแจ้งความดำเนินคดีใดๆ แม้เวลาจะผ่านไปกว่า 10 วัน

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า ประเด็นนี้ทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ในการสมรู้ร่วมคิด นอกจากนี้ การที่นายไชยชนกปฏิเสธสินบน ไม่ได้ทำให้ความผิดของนายคิวสิ้นสุดลง เนื่องจากการเสนอเงินสินบนถือเป็นการกระทำความผิดที่สำเร็จแล้ว

“เป็นห่วงว่าจะมีขบวนการร่วมกัน เพื่อทำให้เรื่องนี้จบ โดยการยืมมือองค์กรที่มีอำนาจหน้าที่ตามกฎหมายหรือไม่ ผมหวังว่าจะไม่เป็นแบบนั้น ท่านไชยชนกอุตส่าห์ไปแจ้งความดำเนินคดี และจำนวนเงินและเว็บไซต์มากขนาดนี้ แต่กลับไม่มีใครดำเนินการอะไรทั้งสิ้นกับนายคิว นี่คือประเด็นใหญ่ที่ท่านไชยชนกต้องตอบ” นายรังสิมันต์กล่าว

นายรังสิมันต์ กล่าวอีกว่า คดีนี้สะท้อนปัญหาการทุจริตและการฟอกเงินที่เชื่อมโยงกับหน่วยงานรัฐ ตำรวจสอบสวนกลางให้ข้อมูลเพิ่มเติมกับคณะกรรมาธิการว่า นายคิวเคยมีพฤติการณ์จ่ายเงินสินบนให้กับกระทรวงดีอีมาตั้งแต่ก่อนที่นายไชยชนกจะเข้ารับตำแหน่ง แต่กลับไม่มีการดำเนินคดี หรือออกหมายเรียก เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหน่วยงานรัฐใดๆ

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า คดีลักษณะนี้ตำรวจสอบสวนกลางควรส่งเรื่องให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) ตรวจสอบเส้นทางการเงินควบคู่ไปด้วย แต่ปัจจุบันตำรวจสอบสวนกลางระบุว่า หน่วยงานตนไม่มีอำนาจหน้าที่ในการสอบสวนคดีเว็บไซต์พนันออนไลน์ ซึ่งเป็นขอบเขตอำนาจของกองบัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ตำรวจไซเบอร์) และเพิ่งมีการส่งมอบข้อมูลคดีให้ตำรวจไซเบอร์เมื่อวานนี้ (1 ก.ค.)

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า อาจมีขบวนการใช้กลไกขององค์กรที่มีอำนาจตามกฎหมาย เพื่อทำให้คดีนี้ยุติลง โดยตั้งข้อสังเกตถึงความบกพร่องใน 2 ส่วนหลัก ได้แก่ กระบวนการสอบสวนภายในของกระทรวงดีอี ที่ไม่เคยเรียกตัวนายคิวมาให้ข้อมูล ซึ่งเป็นความรับผิดชอบของนายไชยชนก และความบกพร่องในชั้นพนักงานสอบสวนของตำรวจ

นายรังสิมันต์ กล่าวว่า เบื้องต้น กมธ.สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดร่วมประชุม เพื่อหาข้อสรุปในการแก้ปัญหาและยุติการปัดความรับผิดชอบระหว่างหน่วยงาน โดยต้องกลับมาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการภายในระยะเวลา 2 สัปดาห์ พร้อมเน้นย้ำว่าตามกระบวนการยุติธรรมปกติ หากผู้ถูกกล่าวหาไม่มาตามหมายเรียกครั้งที่ 1-3 เจ้าหน้าที่จะต้องขอศาลอนุมัติหมายจับ การละเว้นกระบวนการเหล่านี้จะต้องมีผู้รับผิดชอบตามกฎหมาย

 

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน