ณัฐพงษ์ เหน็บ‘อนุทิน’ เป็น มท.1 มาหลายสมัยต้องรู้เรื่องสอบทุจริต ต้องแอ็คชั่นตั้งแต่ต้น ไม่ใช่พอมีข่าวถึงมาตามแก้ ชี้ไม่จริงใจเป็นการเช็ดล้างปัญหาภายในมากกว่า เชื่อความขัดแย้งเกิดจากสายสีน้ำเงินทั้งคู่ แนะทบทวนมาตรการ ไม่ให้กระทบคนสุจริต
เมื่อเวลา 08.50 น. วันที่ 3 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น ในกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น(สถ.) ที่ล่าสุดเลขานุการของนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกฯ และรมว.คมนาคม ลาออก มองว่าเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ด้วยหรือไม่ ว่า ตนมองว่า ตอนนี้ควรตั้งต้นคนที่เข้าสอบ และเป็นคนธรรมดาที่ได้รับผลกระทบเป็นจำนวนมากเป็นวงกว้าง
เบื้องต้นได้รับข่าวมาว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อาจเป็นความขัดแย้งของข้าราชการประจำข้างใน ซึ่งข่าวที่ได้รับก็มาก็บอกว่าสายสีน้ำเงินทั้งคู่ ขัดแย้งกันเอง กลายเป็นว่าเรื่องนี้ถูกปูดขึ้นมา เนื่องจากความขัดแย้งในสายราชการต่างๆ แต่พอปูดขึ้นมาแล้ว กลายเป็นว่าคนที่ได้รับผลกระทบคือคนที่เข้าสอบโดยสุจริตเป็นจำนวนมาก
“เมื่อวานผมเพิ่งได้รับหนังสือร้องเรียน ซึ่งคนที่เข้าสอบโดยสุจริต ครอบครัวเขามีความหวังกับตัวเขาในการที่ได้รับการสอบมาแล้ว และผ่านแล้วก็ควรจะได้รับการบรรจุ เพราะยังมีครอบครัวที่ต้องเลี้ยงดูอีกจำนวนมาก เขาแจ้งผมว่ามีคนเข้าร่วมลงรายชื่อเป็น 1,000 คน และผมเชื่อว่ามีคนได้รับผลกระทบที่เป็นคนสุจริตอีกเป็นจำนวนมาก” นายณัฐพงษ์ กล่าว
นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ฉะนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดตอนนี้ ประเด็นแรก อยากจะให้รัฐบาลและนายกฯทบทวนว่ามาตรการที่สั่งการออกไป ทำให้เกิดผลกระทบต่อคนทุจริตจำนวนมาก ควรทบทวนใหม่หรือไม่ และดูเป็นรายกรณีไป
ประเด็นถัดมา คิดว่าสิ่งที่สังคมต้องการรับรู้ถ้าไม่ได้มีความขัดแย้งระหว่างสายสีน้ำเงินด้วยกันเองในระบบราชการ ประเด็นนี้ก็คงไม่มีใครเห็น หากไม่เป็นข่าวออกมาใช่หรือไม่ การที่นายกฯออกมาพูดหลายครั้งว่าต้องการขจัดทุจริตคอร์รัปชั่น อยากทำให้ประเทศไทยมีความโปร่งใส อยากทำให้ดัชนีชี้วัดการทุจริตดีขึ้น ตกลงแล้วถ้าไม่มีความขัดแย้งกันเองภายใน หรือไม่มีข่าวถูกเปิดเผยออกมา ก็คงไม่มีการดำเนินการใช่หรือไม่
“สิ่งที่อยากเรียกร้องกับตัวนายกฯเอง อยากจะให้การจับทุจริต การทลายเครือข่ายสีเทาในประเทศดำเนินการจากภายในของรัฐบาล ดังนั้น ทำให้พวกเราเห็นหน่อย ไม่ใช่เกิดหน้าข่าวขึ้นมาแล้วก็ไปตามแก้” นายณัฐพงษ์ กล่าว
เมื่อถามว่าพรรคภูมิใจไทยบอกว่านายกฯต้องการแก้ไขปัญหาตรงนี้อย่างจริงจังและจะไม่จับแค่ปลาซิวปลาสร้อย นายณัฐพล กล่าวว่า อย่าลืมว่านายกฯ เป็นรมว.มหาดไทยมาหลายสมัยแล้ว และท่านน่าจะต้องทราบ ตนเชื่อว่าท่านต้องทราบว่ามีเรื่องแบบนี้อยู่ในกระทรวงมหาดไทยมานานแล้ว
ดังนั้นทันทีที่นายกฯเข้ารับตำแหน่ง รัฐมนตรีชุดนี้เข้าบริหารประเทศ ถ้ารู้อยู่แล้วมีความจริงใจแก้ไขปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่น ก็ควรเป็นการแอ็คชั่นจากนายกฯ ตั้งแต่ต้น ไม่ใช่ว่าพอเกิดความขัดแย้งมีการปูดกันเองขึ้นมาภายใน เป็นหน้าข่าวขึ้นมาแล้วค่อยมาตามแก้ทีหลัง
สุดท้ายประชาชนได้รับผลกระทบแบบนี้ ตนคิดว่าไม่ได้มีความจริงใจแก้ไข แต่เป็นการไปตามเก็บกวาดเช็ดล้างปัญหาภายในของตัวเอง