อธิบดีกรมศุลกากร ชงมาตรการตรวจเข้ม ผู้โดยสาร-ลูกเรือขาออก สกัดยาเสพติด เผยมีสุนัข K9 จากออสเตรเลีย ใช้งานอยู่ 2 ตัว กำลังฝึกอีก 3 ตัว
เมื่อเวลา 13.15 น. วันที่ 3 ก.ค. 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร ให้สัมภาษณ์ก่อนร่วมการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ครั้งที่ 2 ว่า ตนจะเสนอมาตรการที่จะเข้มงวดขึ้นในการตรวจผู้โดยสารขาออก ทั้งนี้เราเพิ่งได้รับสุนัข K9 จากประเทศออสเตรเลีย เมื่อปีก่อน ปัจจุบันมีการใช้งานแล้ว 2 ตัว และอยู่ระหว่างการฝึกอีก 3 ตัว
เมื่อถามว่า หลังเกิดเหตุการณ์แอร์โฮสเตสถูกจับจะมีการนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพิ่มขึ้นหรือไม่ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ต้องมีการเอกซเรย์ แต่เนื่องจากประเทศไทยมีผู้เดินทาง 85 ล้านคน และเป็นเมืองท่องเที่ยวระดับต้นๆ ของโลก หากบริหารความเสี่ยงไม่ดีและต้องตรวจสอบทุกคนก็จะเป็นภาระกับนักท่องเที่ยว และกลายเป็นอารมณ์ที่ไม่ดีของการเดินทาง รวมถึงก่อนหน้านี้เราไม่เคยนำสุนัข K9 ไปตรวจสอบผู้โดยสารขาออก
นายพันธ์ทอง กล่าวต่อว่า ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีการจับกุมยาเสพติดจำนวนมาก อาทิ ตรวจพบเฮโลอีน 200 กิโลกรัม, ยาไอซ์ 300 กิโลกรัม เพียงแต่ไม่ได้เป็นข่าว เพราะไม่ได้ตรวจเจอกับลูกเรือ ยืนยันว่าเรามีการจับกุมอยู่ตลอด รวมถึงมีการนำสุนัข K9 และเทคโนโลยีไปตรวจกับวัสดุภัณฑ์มากกว่า แต่เมื่อเรามีความเข้มงวดในส่วนนี้มากขึ้นคงมีการเปลี่ยนช่องทางมาใช้กับผู้โดยสารที่มีความเสี่ยงต่ำ เช่น ลูกเรือ
เมื่อถามว่า จะเพิ่มความเข้มงวดกับลูกเรือบนเครื่องบินหรือไม่ นายพันธ์ทอง กล่าวว่า ประเด็นดังกล่าวต้องนำมาหารือกัน แต่ยอมรับว่าคงจะเป็นแบบเมื่อก่อนไม่ได้ เพราะในอดีตเราไม่ได้ตรวจสอบยาเสพติดกับลูกเรือเนื่องจากความเสี่ยงต่ำและบุคคลที่เข้าทำงานก็ได้รับการตรวจเช็กประวัติอาชญากรรม
นายพันธ์ทอง กล่าวว่า ส่วนการแก้ไขปัญหาต้องมีการพูดคุยกันหลายภาคส่วน อาทิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT กรมศุลกากร และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) ซึ่งที่ผ่านมามีการพูดคุยกันอยู่แล้ว ทั้งนี้ ยอมรับว่าจะต้องมีการเพิ่มมาตรการและเข้มงวดกับผู้โดยสารขาออกมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาเราเข้มงวดกับผู้โดยสารขาเข้าเป็นหลัก
เมื่อถามว่า จะมีการฝากข้อห่วงใยอะไรต่อนายกฯ หรือไม่ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า ภายหลังการประชุมนายกรัฐมนตรีคงมีข้อสั่งการ