สว. ท้วง รัฐบาล ดึงงบลงทุน เติมงบกลาง หวั่นกระทบเศรษฐกิจ แนะ เบิกจ่ายโปร่งใส ระวังเสียค่าโง่ซ้ำซ้อน เผยข้อมูลเร่งเบิกจ่าย-ก่อโครงการผูกพันสูงก่อนตัดยอด เสี่ยงกระทบคุณภาพงาน-ไม่คุ้มค่าการลงทุน

วันที่ 6 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมวุฒิสภา วาระพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ) โอนงบประมาณรายจ่าย พ.ศ…. ซึ่งสภาผู้แทนราษฎรลงมติเห็นชอบแล้ว

นายศุภโชค ศาลากิจ สว. ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ติดตามการบริหารรงบประมาณ วุฒิสภา นำเสนอรายงานศึกษาล่วงหน้าต่อที่ประชุมว่า สำหรับรายการที่โอนงบประมาณมายังงบกลาง เพื่อสำรองจ่ายในกรณีฉุกเฉินและจำเป็น แบ่งเป็นรายจ่ายประจำ 683 ล้านบาท และรายจ่ายลงทุน 9.64 พันล้านบาท

ทั้งนี้ กมธ. เข้าใจเหตุผลต่อการโอนงบประมาณ แต่มีข้อห่วงใย คือ การดึงงบลงทุนไปใช้ส่งผลให้เงินที่ใช้พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานลดลงจากแผนเดิม กระทบต่อขีดความสามารถการแข่งขันประเทศ กมธ. เสนอให้จัดเงินชดเชยให้กับโครงการดังกล่าวในปีงบประมาณถัดไป รวมถึงวางแผนรัดกุมภายใต้กฎหมายการเงินการคลังของรัฐอย่างเคร่งครัด

นอกจากนั้น ปัญหาเร่งใช้เงินเพื่อกันการตัดงบของหน่วยงานต่างๆ กมธ. พบว่ารัฐบาลประกาศคืนเงินดังกล่าวช่วงก่อนเดือน เม.ย. แต่กลับกำหนดวันตัดข้อมูลยอดจริงวันที่ 2 มิ.ย. หากพิจารณาเทียบผลดำเนินงานว่า ผลการใช้จ่ายเงินของหน่วยงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจาก 61.68% สิ้นเดือนมี.ค. เพิ่มเป็น 77.79% ในวันที่ 5 มิ.ย. โดยเพิ่มขึ้น 16.11%

สิ่งที่สังเกตได้วันที่ 31 พ.ค. – วันที่ 5 มิ.ย. เพียง 5 วันมียอดใช้จ่ายเพิ่มขึ้นถึง 3.15% โดยปกติเดือนมี.ค.-เม.ย. และเม.ย.-พ.ค. มีค่าเฉลี่ย 6%-7% สะท้อนให้เห็นว่าหน่วยงานราชการเร่งก่อหนี้ผูกพันและเร่งเบิกจ่ายเพื่อไม่ให้เงินถูกดึงกลับ แม้ทำถูกต้องทำระเบียบ แต่ทำโครงการที่มีข้อจำกัดด้านเวลา อาจทำให้มีผลต่อคุณภาพของงาน ผู้รับจ้าง ความคุ้มค่าของเงินที่ลงทุน

นายศุภโชค กล่าวว่า ความโปร่งใสใช้งบกลาง เพราะการอนุมัติใช้งบกลางอยู่ที่การตัดสินใจของฝ่ายบริหารโดยตรง แม้ทำให้การแก้วิกฤตรวดเร็ว แต่ความเสี่ยงของการใช้เงินที่ถูกต้องและตรวจสอบได้ยาก

กมธ. ขอเน้นว่าทุกโครงการที่จะขอรับเงินก้อนดังกล่าว ต้องระบุตัวเลข ผลชี้วัด ผลลัพธ์ที่ชัดเจนเพื่อให้รัฐสภาและประชาชนติดตามตรวจสอบ และควรยกระดับการจัดทำงบประมาณของประเทศอย่างเป็นระบบให้สอดคล้องกับฐานะการเงินของประเทศ รวมถึงแก้ปัญหาประชาชนได้จริง ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย โดยไม่อยากได้ยินว่ารัฐเสียค่าโง่ซ้ำอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการอภิปรายของ สว. ก่อนจะผ่านวาระแรกนั้น สว. ได้ให้ข้อสังเกตต่อการโอนงบประมาณที่นำมาจากงบลงทุนที่กังวลจะกระทบการกระตุ้นเศรษฐกิจ รวมถึงการใช้จ่ายเงินที่มีข้อกังวลความไม่โปร่งใสและก่อให้เกิดงบบานปลาย โดยเฉพาะการใช้งบเพื่อแก้ปัญหาภัยพิบัติที่มีแนวโน้มเพิ่มความรุนแรงในหลายพื้นที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน