วันนอร์ ชี้บีอาร์เอ็นร่อนแถลงการณ์ อ้างไทยเพิ่มทหาร เป็นเหตุไม่สงบในพื้นที่ ยกประเด็นพูดคุยเพิ่ม ก่อน ‘อนุทิน’เยือนมาเลเซีย 9-10 ก.ค.นี้ เผยเวทีพูดคุยสันติสุขคืบหน้า ก.ย.นี้ถกอีกรอบ เชื่อเป็นข่าวดี

เมื่อวันที่ 6 ก.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์กรณี กองเลขาธิการการเจรจาสันติภาพของบีอาร์เอ็น ออกแถลงการณ์ ลงวันที่ 5 ก.ค.ที่ผ่านมา ระบุสถานการณ์ความไม่สงบที่ยังดำเนินอยู่ในพื้นที่ปาตานี เป็นผลจากการเพิ่มปฏิบัติการทางทหารของฝ่ายไทยว่า

อยู่ในช่วงเวลาใกล้เคียงกับที่นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย มีกำหนดเดินทางเยือนประเทศมาเลเซีย วันที่ 9-10 ก.ค.2569 เพื่อพบผู้นำมาเลเซีย และหารือร่วมกับคณะพูดคุยสันติสุขฝ่ายไทย

โดยฝ่ายไทย ยังอยู่ในระหว่างการเตรียมการพูดคุยกับผู้ที่เห็นต่างในพื้นที่ โดยมีมาเลเซียเป็นผู้อำนวยการสะดวก ซึ่งการพูดคุยเริ่มมาตั้งแต่เดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา และจะประชุมใหญ่อีกครั้งในเดือนก.ย.นี้

ระหว่างนี้จะมีการหยิบยกเรื่องใดเรื่องหนึ่ง รวมทั้งสถานการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่หารือด้วย เพื่อเป็นประเด็นที่จะพูดคุยเพิ่มเติม ระหว่างผู้แทนของรัฐบาลไทยและกลุ่มผู้เห็นต่าง ซึ่งมีกลุ่มบีอาร์เอ็น เป็นหลัก

ผู้สื่อข่าวถามว่ากรณีดังกล่าวจะเป็นประเด็นและทำให้การพูดคุยหยุดชะงักหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า เท่าที่ทราบจากผู้แทนที่เดินทางไปพูดคุยในระดับเจ้าหน้าที่เบื้องต้น ที่ประชุมยังมีทิศทางที่ดี คาดว่าในการพูดคุยเดือนก.ย.นี้ จะลงเอยไปได้ด้วยดี หลังจากหยุดการพูดคุยไป 2 ปี

เมื่อถามว่ากลุ่มบีอาร์เอ็นที่ออกแถลงการณ์ครั้งนี้ เป็นกลุ่มตัวจริงหรือไม่ นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า ยังตอบไม่ได้ว่าเป็นกลุ่มใด แต่หลายฝ่ายเห็นว่าการประชุมต้องเป็นหลักในการแก้ปัญหา ซึ่งไทยไม่ขัดข้อง

แต่เมื่อมีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้น ในฐานะเจ้าหน้าที่รัฐ ก็ต้องแก้ไขตลอดเวลา จะปล่อยให้เกิดการพูดคุยอย่างเดียวคงไม่ได้ เพราะความเดือดร้อนของประชาชน เป็นสิ่งที่รัฐบาลต้องเดินหน้าแก้ไขไปพร้อมกับการพูดคุย ขณะเดียวกันมีความเชื่อว่าการพูดคุยน่าจะมีข่าวดี

เมื่อถามกรณีสถานกงสุลใหญ่ เมืองเจดดาห์ ซาอุดิอาระเบีย นำตัวแทนนักศึกษาไทยในภาคตะวันตกของซาอุฯ ไปฝึกอบรมและพบหน่วยงานไทยเกี่ยวกับอุตสาหกรรมฮาลาลและอุตสาหกรรมสำคัญตามนโยบายของรัฐบาล ครั้งที่ 3 เข้าพบ จะหารือในเรื่องใด นายวันมูหะมัดนอร์ กล่าวว่า โครงการดังกล่าวฯนำนักศึกษาส่วนใหญ่ ที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ มาเพิ่มทักษะความรู้เกี่ยวกับการใช้ชีวิต

และการประกอบอาชีพในประเทศไทยอย่างสอดคล้องกับบริบทของสังคมไทยปัจจุบัน มุ่งเน้นให้ผู้ร่วมโครงการฯ ได้พบและแลกเปลี่ยนความเห็นกับหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนที่มีบทบาทในชุมชนไทยมุสลิม เพื่อสร้างแรงบันดาลใจแก่ผู้ร่วมโครงการฯต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน