ฝ่ายค้าน-สว. แท็กทีมทวงถาม “โสภณ” ส่งศาลฎีกา ตั้งคณะกรรมการไต่สวน ป.ป.ช. ตีตกคดีศักดิ์สยาม ซุกหุ้น จี้ต้องส่งภายในสัปดาห์นี้ ข้องใจฟอกขาวให้พรรคพวกหรือไม่
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 8 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา นายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานวานพรรคร่วมฝ่ายค้าน (วิปฝ่ายค้าน) พร้อมด้วย นางนันทนา นันทวโรภาส สว. และกลุ่ม สว. อิสระ ร่วมกันแถลงทวงถามความคืบหน้า หลังฝ่ายค้านเข้าชื่อกล่าวหากรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ( ป.ป.ช.) และยื่นต่อนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภา
โดยนายพริษฐ์ กล่าวว่า จากกรณีเมื่อวันที่ 5 มิ.ย. 2569 พรรคร่วมฝ่ายค้าน และ สว. ได้ใช้สิทธิ์ตามกลไกของรัฐธรรมนูญ เพื่อเข้าชื่อกล่าวหากรรมการ ป.ป.ช. ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ในกรณียกคำร้องซุกหุ้นและยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นเท็จของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ อดีตรมว.คมนาคม จากการใช้นอมินีถือครองทรัพย์สินแทน
แต่ ป.ป.ช. กลับยกคำร้องดังกล่าว ซึ่ง ป.ป.ช. ได้ละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ โดยส่งรายชื่อให้นายโสภณส่งคำร้องไปยังประธานศาลฎีกา เพื่อตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระ มาไต่สวน ป.ป.ช.
นายพริษฐ์ กล่าวว่า ในเรื่องนี้ประธานรัฐสภามี 2 ทางเลือก คือ ส่งเรื่องให้ประธานศาลฎีกาหรือจะปัดตกคำร้องดังกล่าว เพื่อตัดตอนการตรวจสอบ วันนี้จึงมาทวงถามความคืบหน้าว่าประธานรัฐสภาจะตัดสินใจได้เมื่อไร ซึ่งในเชิงกรอบกฎหมายไม่มีกฎหมายข้อบังคับที่กำหนดว่า ประธานรัฐสภาจะต้องตัดสินใจกี่วัน
แต่หากอ้างอิงจากกรณีที่สมาชิกรัฐสภาเคยใช้กลไกตามรัฐธรรมนูญมาตรา 236 เข้าชื่อ กรณี กรรมการ ป.ป.ช. รับสินบนทองคำจากตำรวจ ใช้เวลาตรวจสอบเพียงเดือนเดียว จากจุดที่ สว. เข้าชื่อยื่นต่อประธานวุฒิสภา ใช้เวลา 41 วันเท่านั้น ในการตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระ
แต่เมื่อเทียบคำร้องของฝ่ายค้าน และ สว. ผ่านมา 33 วันแล้วจากวันยื่นเรื่องให้ประธานรัฐสภา จึงขอเรียกร้องไปยังประธานรัฐสภาให้ดำเนินการให้เสร็จภายในสัปดาห์นี้ ซึ่งตรงกับช่วงการปิดสมัยประชุม
นายพริษฐุ์ กล่าวด้วยว่า โจทย์เรื่องนี้ ประธานรัฐสภา ไม่ต้องฟันธงว่า กรรมการ ป.ป.ช. ทำผิดหรือไม่ แต่หากเห็นว่ามีเหตุให้สงสัยก็สามารถดำเนินการส่งให้ศาลฎีกาได้แล้ว แต่หากประธานรัฐสภาไม่ส่งก็จะต้องตอบสังคมให้ได้ว่า เหตุใดจึงไม่มีข้อสงสัยต่อคดีนี้ ซึ่งประธานรัฐสภาอาจเป็นเพียงไม่กี่คนในโลกที่ไม่มีข้อสงสัยต่อการทำหน้าที่ของ ป.ป.ช. ในกรณีนายศักดิ์สยาม
“จึงขอให้ประธานรัฐสภาตัดสินใจภายในสัปดาห์นี้ หากล่าช้าหรือปัดตกคำร้อง โดยไม่มีเหตุผลรองรับ แต่ละฝ่ายก็มีสิทธิในการกล่าวหา ตามมาตรา 157 ฐานละเว้นการปฎิบัติหน้าที่ ก็หวังว่าประธานรัฐสภาจะตัดสินใจอย่างรวดเร็ว และส่งเรื่องต่อไปยังศาลฎีกา เพราะจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พบว่าขณะนี้ตรวจสอบรายชื่อแล้วเสร็จ และเอกสารอยู่บนโต๊ะทำงานของประธานรัฐสภาเรียบร้อยแล้ว” นายพริษฐ์ กล่าว
ด้าน น.ส.นันทนา กล่าวว่า เหตุผลที่ต้องมาทวงถาม เพราะผ่านมา 33 วันแล้ว ทั้งที่ได้รับเรื่องร้องเรียนตั้งแต่ 5 มิ.ย. แต่เหตุใดกลับไม่ดำเนินการใดๆ คงไม่ต้องรอครบ 100 วัน แต่ควรรีบดำเนินการตรวจสอบรายชื่อ และเหตุใดยังล่าช้าไม่แน่ใจว่าจะตรวจสอบกันไปถึงไหน เพราะไม่ได้ปรากฏกรณี สส., สว. แสดงตนว่าถูกปลอมลายเซ็น จึงตั้งข้อสงสัยว่า ประธานรัฐสภาพยายามจะฟอกขาวให้กับพรรคพวกของตนเองหรือไม่ ระบอบสีน้ำเงินมีอยู่จริงหรือไม่
ถ้าประธานรัฐสภาต้องการปลดจากคำครหาเหล่านี้ทั้งหมด ขอให้รีบดำเนินการตามขั้นตอน ตามมาตรา 236 ที่ระบุว่าหากมีเหตุควรเชื่อได้ว่า ท่านไม่จำเป็นต้องฟันธงว่าถูกหรือผิด แต่ควรเชื่อได้ว่าและเราเชื่อว่าเหตุผลที่มีในคำร้องก็มากพอที่จะเชื่อได้ว่ามีการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบของ ป.ป.ช. ประธานรัฐสภาจึงควรเร่งดำเนินการ เพราะมาตรา 236 ไม่ได้เปิดให้ท่านใช้ดุลยพินิจที่จะปิดกลบ หรือทิ้งคำร้องนี้
“แต่ถ้าท่านเลือกใช้วิธีการไม่ส่งคำร้องไปยังประธานศาลฎีกา ก็จะต้องตอบประชาชนให้ได้ว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นใน ป.ป.ช. และคำร้องของพวกเรานั้น ไม่สมเหตุสมผลอย่างไร ไม่มีเหตุควรเชื่อได้ว่าอย่างไร ท่านจะเงียบแล้วใช้วิธีการดึงเช็งถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ จนปิดสมัยประชุม คงทำไม่ได้” น.ส.นันทนา กล่าว
น.ส.นันทนา กล่าวต่อว่า หากเทียบเคียงกับ สว. ยื่นคำร้องถึงประธานวุฒิ ใช้เวลา 41 วัน ก็แล้วเสร็จ ในการตั้งคณะกรรมการไต่สวนอิสระโดยประธานศาลฎีกาเพื่อตรวจสอบ กรรมการ ป.ป.ช.ที่รับสินบนตำรวจ ดังนั้นเรื่องนี้หากประธานรัฐสภา ยังคงดึงเวลา อาจจะเข้าข่ายละเว้นการปฏิบัติหน้าที่หรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 157 ด้วย