นายกฯ สั่ง เสธ.ทบ. แจง กอ.รมน.มีไว้ทำไม ย้ำเป็นแกนกลางบูรณาการหน่วยงานแก้ปัญหาความมั่นคงทุกมิติ เข้าใจ “วันนอร์-สส.”ทำหน้าที่ มีสิทธิ์สอบถาม เข้มอุดช่องโหว่ ปมลอบยิง สส.-ทหารผี หากพบใครเอี่ยว ฟันไม่เลี้ยง ไม่มีเด็กนาย ยัน ไม่มีไอโอ ขอทำงานกู้ภาพลักษณ์
เมื่อวันที่ 8 กรกฎาคม 2569 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เสนาธิการทหารบก ในฐานะเลขาธิการกองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวว่า กรณี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้พูดถึงบทบาทและหน้าที่ กอ.รมน.นั้น
ตนขอขยายความว่า กอ.รมน.ไม่ได้ทํางานเฉพาะการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้เท่านั้น เรามีงานด้านความมั่นคงทั้งประเทศ เน้นการบูรณาการหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีกฎหมาย ในแต่ละหน่วยงาน เรานําผู้เชี่ยวชาญเข้ามาบูรณาการร่วมกันแก้ไขปัญหา
กอ.รมน. ทำหน้าที่เป็นแกนกลางในการบูรณาการหน่วยงานต่างๆ ที่มีความเชี่ยวชาญและมาทํางานร่วมกัน นอกจากงานด้านความมั่นคง กอ.รมน. ยังมีบทบาทช่วยเหลือประชาชน ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของชาติ เช่น ยาเสพติดที่ทะลักเข้ามาเป็นจํานวนมาก ก็จะตั้งพื้นที่เฉพาะขึ้นมา เช่น หน่วยบัญชาการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด สารตั้งต้น และเคมีภัณฑ์ (นบ.ยส.)
“ยืนยันว่าเราทํางานกันเต็มที่ ไม่ใช่เฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ อย่างไรก็ตาม กอ.รมน. ขอบคุณและรับฟังคำชี้แนะไม่ว่าใครก็ตาม นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ที่ปรึกษานายกฯ ท่านเข้ามาอยู่ในกรรมาธิการงบประมาณเป็นวาระของสภา ซึ่งหน่วยงานของรัฐต้องไปตอบคำถาม ดังนั้น ท่านมีสิทธิ์ที่จะถามและตั้งข้อสังเกตและให้ข้อเสนอแนะ ซึ่งเราในฐานะหน่วยงานของรัฐก็ตอบในสิ่งที่ท่านสงสัยหรือมีอะไรที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขให้ดีขึ้นให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ตามคําเรียกร้องของประชาชน”
นอกจากนี้ตนได้เน้นย้ําว่า กอ.รมน.ได้พัฒนาและปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เพราะเดิมทีเป็นหน่วยงาน การต่อสู้เพื่อเอาชนะคอมมิวนิสต์ และถูกปรับปรุงโดยนึกถึงภัยคุกคามที่เปลี่ยนแปลงไป เอามาเป็นตัวตั้ง ปัจจุบันก็ได้เห็นว่าภัยคุกคามมีมากมาย ที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และความมั่นคงของชาติ กอ.รมน. ก็ปรับปรุงพัฒนาขีดความสามารถของบุคลากร รองรับภัยคุกคามต่าง ๆ
บุคลากรของ กอ.รมน.ส่วนกลาง มีประมาณ 1,000 กว่าอัตรา มีข้าราชการประจํา 170 อัตรา ที่เหลือมาจากหน่วยงานที่มี ขีดความสามารถเฉพาะมาช่วยราชการ เช่น ปปส. กระทรวงศึกษาธิการ เป็นต้น เข้ามาทํางานร่วมกัน
พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวยอมรับว่ามีความจําเป็นที่จะต้องมี กอ.รมน. แต่หากจะไม่มีก็ได้ เพียงแต่ภารกิจเหล่านี้จะมีหน่วยไหนทํา ใครจะเป็นแกนกลาง อาจจะเป็นไปได้ที่นายวันมูหะมัดนอร์ มองถึงงบประมาณของกอ.รมน.ที่ได้รับจำนวนมากในแต่ละปี แต่เราก็พร้อมที่จะชี้แจงว่าการนํางบประมาณเหล่านั้นไปใช้ ถูกต้อง และคุ้มค่าหรือไม่ และมีการตรวจสอบ วัดขีดความสามารถในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นายกฯในฐานะผอ.รมน. พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ.ในฐานะ รอง ผอ.รมน. โทรมาตําหนิตน และพล.ท.นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 ทุกครั้ง ว่าปล่อยให้เหตุการณ์ เช่นนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร แม่อุ้มลูก ถูกยิงเสียชีวิต ทหารลากลับบ้าน พาลูกภรรยาไปเดินตลาด ถูกยิงเสียชีวิต ตํารวจ อส.ทําหน้าที่ ดูแลประชาชนบนท้องถนน ถูกคนใส่ชุดผู้หญิง ยิงเสียชีวิต เด็กเล่นกีฬาในโรงเรียนถูกยิงเสียชีวิต
สิ่งเหล่านี้ต่างหากที่เราต้องคํานึง ขอความร่วมมือจากประชาชน ไม่ว่าจะเป็นในพื้นที่และนอกพื้นที่เพื่อให้ช่วยเหลือ ทําให้ปัญหาเหล่านี้หมดไป 22 ปีที่ผ่านมาเราสูญเสียกันมาเยอะแล้ว ตนตระหนักในเรื่องเหล่านี้มากกว่าเรื่องที่นายวันนอร์ หรือใครก็แล้ววิพากษ์วิจารณ์ เป็นเรื่องปกติ
ส่วนที่นายวันมูหะมัดนอร์ คาใจ กรณีลอบยิง นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สส.นราธิวาส พรรคประชาชาติ เพราะมีบุคลากรของ กอ.รมน.เข้าไปเกี่ยวข้องนั้น พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ตนเข้าใจ ผู้ก่อเหตุก็ออกจากราชการไปแล้ว แต่ยอมรับว่ารถที่ใช้ก่อเหตุเป็นของ กอ.รมน. เราก็ต้องไปแก้ไข คนในองค์กรทําผิด ไม่ว่าจะเป็นองค์กรใดโดยเฉพาะข้าราชการก็ต้องถูกลงโทษ
ยิ่งข้าราชการ ยิ่งต้องรู้หน้าที่ของตัวเอง ต้องลงโทษให้หนัก กระบวนการยุติธรรมจะทํางานและมีผลออกมาว่าเป็นอย่างไร กอ.รมน.ไม่ได้ปัดความรับผิดชอบทั้งหมด รถที่หลุดออกไป และถูกนําไปใช้ก่อเหตุ เราต้องแก้ไขไม่ให้เกิดขึ้นอีก หรือเป็นจุดบกพร่องที่ต้องไปแก้ไขปัญหา
พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวถึงปัญหาบุคลากรที่มีชื่อ แต่ไม่ได้ลงไปปฏิบัติงานจริง เรื่องนี้มี สส.หลายคนที่มีความเป็นห่วง ตนก็เช่นเดียวกัน ก็ไม่ชอบคนที่ชอบกินแรงใคร ตนก็ส่งจเรทหารไปตรวจจากส่วนกลาง ทั้งแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ และ ผบ.ทบ. ได้เน้นย้ําว่าพวกที่กินแรง ต้องไม่มีถ้าตรวจแล้วพบต้องถูกลงโทษ
ยอมรับว่าที่ผ่านมามีบ้าง เราคงปฏิเสธไม่ได้ทั้งหมด ก็ลงโทษไปตามวินัยทหาร แต่ถ้าเป็นทหารมีอัตราแล้วไม่ได้บรรจุ อันนี้คนละเรื่อง เช่น มีอัตรา 500 คน บรรจุแค่ 300 คน การทําเช่นนี้รองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน จะส่งคนเข้าไปเพิ่ม และในห้วงเวลาปกติที่ไม่ได้บรรจุ ก็ต้องส่งคืนงบประมาณ จะเห็นได้ว่าในแต่ละปีมีการส่งคืนงบประมาณในด้านกําลังคน
เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับทหารผี ที่ระบุว่าทหารผีมีชื่อและไปทํางานที่อื่น ก็ต้องไปดูว่าทํางานที่ไหน หากมีชื่ออยู่ใน กอ.รมน.ภาค 4 สน. แล้วไปนอนอยู่บ้าน อันนี้ต้องทําโทษ แต่หากไปทํางานด้านการข่าวก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องเหล่านี้ถูกตรวจสอบอย่างแน่นอน และยืนยันว่าเป็นเรื่องซีเรียสของ กอ.รมน. ต้องไม่ให้เกิดขึ้นอีก เพราะกินแรงผู้อื่น พร้อมยืนยันว่าไม่มีการเลี้ยงไข้สถานการณ์
“ทำไมเราต้องปกป้องคนผิด กินแรงคนอื่น ทำคนส่วนใหญ่ที่ตั้งใจทำงานเดือดร้อน เป็นไปไม่ได้จะปกป้องคนผิด บางคนบอกว่า เป็นคนของนายหรือไม่ ตอบว่า ไม่ นายผมมีแค่นายกฯ และ ผบ.ทบ. หาก 2 ท่านนี้ไม่ได้สั่งการอะไร ไม่มีใครเป็นนายผม ผมฟันทุกคน เข้าใจเป็นคำถามเราตรวจสอบภายในกันเองจะเชื่อถือได้หรือไม่ ไม่มีทางที่เราจะปล่อยให้คนไม่ดีอยู่ในองค์กรของเรา เราต้องเชื่อมั่น” พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าว
ส่วน กอ.รมน.ถูกมองว่าทําปฏิบัติการไอโอ รบกับคนภายในประเทศนั้น ยืนยันว่าเราไม่มี ภารกิจเหล่านั้น การทําไอโอไม่ใช่การเล่นโซเชียล แล้วนําไปเผยแพร่การทําไอโอ เช่น การปฏิบัติการทางทหารระหว่างไทยกับกัมพูชา คือทําอย่างไรก็ได้ ให้ผู้ที่มีอํานาจตัดสินใจไปในทิศทางที่เราต้องการ เช่น เรา ต้องการให้ผบ.ภูมิภาคที่2 ตัดสินใจนํากําลังเข้ามาพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่ง เพื่อเราจะจัดการกับกําลังนั้น เรียกว่าปฏิบัติการไอโอ เรื่องเหล่านี้ไม่ใช่ภารกิจหรือความจําเป็นของ กอ.รมน. ที่ต้องไปทํา
สําหรับการซื้อเครื่องมือสปายแวร์ ยืนยันว่าไม่จริงไม่มีการซื้อเครื่องมือเหล่านี้ ได้มีการส่งคืนงบประมาณ ยืนยันว่าไม่ได้ทํากับบุคคลภายในประเทศ แต่การประชาสัมพันธ์ผ่านโซเชียล ก็มีทั้งบวกและลบ ที่เกิดเกิดขึ้นในสังคมยืนยันว่าไม่ใช่เจ้าหน้าที่ของ กอ.รมน.ที่ไปทําในสิ่งเหล่านี้
ยืนยันว่า กระแสข่าวมีการดักฟังข้อมูลประชาชนในพื้นที่ 2,000รายนั้น ตรวจสอบแล้วไม่เป็นความจริง เพราะไม่ใช่หน่วยงานของ กอ.รมน. ส่วนจะเป็นหน่วยงานไหนนั้น ไปตรวจสอบเอาเอง
เมื่อถามว่าจะสร้างภาพลักษณ์ของ กอ.รมน. อย่างไรให้เป็นที่เชื่อถือของประชาชน พล.อ.ชัยพฤกษ์ กล่าวว่า ทำงาน อย่างมีมีประสิทธิภาพมุ่งมั่นและตั้งใจในการทํางาน ให้ประชาชนจะได้เห็น ทําผลงานให้เห็นทุ่มเทการทํางานคือคําตอบ