กรวีร์ ซัด ปชน. มาตรฐานต่ำเตี้ยเรี่ยดิน โพสต์บิดเบือน ปม สส.รัฐบาล โหวตหนุน นิรโทษฯ คดีฮั้วสว. ทำสังคมเข้าใจผิด จี้ถามจะรับผิดชอบยังไง

เมื่อเวลา 10.10 น. วันที่ 9 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะกรรมการประสานงานพรรคร่วมรัฐบาล (วิปรัฐบาล) ให้สัมภาษณ์กรณีข้อกังวลต่อคดีฮั้ว สว. ในร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข พ.ศ… ว่า ยืนยันว่าเมื่อวันที่ 8 ก.ค.ที่ผ่านมาที่มีการลงมติกันไป และที่ทางสว.แก้ไขกลับมานั้น ไม่ได้มีการแก้ไขหลักการที่เป็นสาระสำคัญของกฎหมายเลย

ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของมาตรา 112 เพราะอยู่ในกฎหมายที่สส.เห็นชอบไปแล้วเมื่อสมัยประชุมสภาฯ ที่แล้ว ยืนยันว่าไม่ได้มีการแก้ไขในสาระสำคัญ

ส่วนประเด็นการฮั้ว สว. ที่มีหลายฝ่ายพยายามบิดเบือน พยายามที่จะไม่ให้ข้อมูลที่ตรงกับความเป็นจริงนั้น บัญชีแนบท้ายทั้งหมดไม่ได้มีการแก้ไข มีเพียงแค่การแก้ไขการจัดลำดับความสำคัญของกฎหมายเท่านั้น แค่เรียงลำดับใหม่ ไม่ได้มีการแทรกกฎหมายใดเข้ามา

นายกรวีร์ กล่าวต่อว่า พ.ร.บ.เลือกตั้งที่มีการพูดถึงนั้น เป็นการนิรโทษกรรมให้กับกลุ่มคนที่ไปปิดล้อมคูหาเลือกตั้งที่เกิดจากการชุมนุมเมื่อหลายปีก่อน แน่นอนว่าในส่วนนี้รวมอยู่ในบัญชีของการนิรโทษกรรมอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นม็อบเสื้อเหลือง ม็อบเสื้อแดง ม็อบ กปปส. ม็อบปิดสนามบิน ม็อบทั้งหมดรวมอยู่ในการนิรโทษกรรมฉบับนี้

ฉะนั้น อยากให้เกิดความชัดเจนกับพี่น้องประชาชนว่า จุดยืนหลักที่จะไม่รวมอยู่ในพ.ร.บ.นิรโทษกรรมฉบับนี้ คือ 1.เรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น 2.ความรุนแรงที่ทำให้เกิดความเสียหายถึงแก่ชีวิต

3.การกระทำความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 ซึ่งจุดยืนนี้ต้องยืนยันและขีดเส้นใต้ 500 เส้นเลย มันไม่ใช่เรื่องใหม่ เป็นเรื่องเดิมที่ผ่านการพิจารณาของสภาฯ สมัยที่แล้ว และสว.ไม่ได้มีการแก้ไขในส่วนของหลักการทั้ง 3 ข้อนี้

เมื่อถามว่า เรื่องการนิรโทษกรรมมาตรา 112 กับเยาวชนนั้น ในกฎหมายมีศาลเยาวชน มีกระบวนการที่จะช่วยเหลือเยาวชนอย่างไรบ้าง นายกรวีร์ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องที่เราพูดกันมากและพูดมาตั้งแต่สมัยที่แล้ว ซึ่งเมื่อวันที่ 8 ก.ค. ตนได้ฟังนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน พูดว่ามีประตูแล้วเราจะไปปิดประตู

หลักคิดของพวกเรา คือ เจตนาของกฎหมายฉบับนี้ เราอยากให้สร้างความปรองดอง ลดความขัดแย้ง ไม่อยากเห็นกฎหมายฉบับนี้ไปสร้างความขัดแย้งใหม่ และต้องยอมรับว่ามาตรา 112 เป็นประเด็นที่อ่อนไหว หากทำไปก็อาจจะไปสร้างความขัดแย้งใหม่ในสังคมได้

“ผมมีประสบการณ์นิรโทษกรรมแบบสุดซอย เราเคยทำมาแล้ว และเรารู้ว่าการฝืนกระแสสังคมเกินกว่าที่สังคมจะรับได้ จะเกิดปัญหาต่างๆ ตามมาอีกมากมาย ดังนั้น เรามองกันคนละมุม มองอีกมุมคือเราไม่ต้องการเปิดประตูไปสู่ความขัดแย้งรอบใหม่ แต่เรื่องไหนที่ทำได้และเห็นตรงกัน

ซึ่งพ.ร.บ.ที่ผ่านสภาฯ เมื่อวันที่ 8 ก.ค.นั้น ยืนยันว่าเกิดประโยชน์กับประชาชนกว่า 6 พันคน คดีที่ค้างมากกว่า 2 คดีจะได้ประโยชน์จากร่างกฎหมายฉบับนี้ ผมคิดว่าเกิดประโยชน์มากกว่า หากต้องเลือกก็ต้องเลือกภาพรวม เดินไปสู่เป้าหมายคนกลุ่มใหญ่ในสังคมก่อน” นายกรวีร์ กล่าว

เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาชนโพสต์ข้อความผ่านเพจเฟซบุ๊กระบุว่า สส.รัฐบาล โหวตเห็นชอบตาม สว. ให้นิรโทษกรรมไม่รวมคดี 112 แต่ล้างผิดคนล้มเลือกตั้ง ฮั้วสว. นายกรวีร์ กล่าวว่า ตนเห็นจากเพจของพรรคประชาชนก็ตกใจว่า ทำไมนำข้อเท็จจริงที่บิดเบือนมานำเสนอต่อประชาชนเช่นนี้ แต่ภายหลังเขาก็ตัดข้อความบางข้อความที่เป็นการบิดเบือนออก ซึ่งเรื่องนี้เป็นประเด็นใหญ่และประเด็นที่สำคัญ

“อยากฝากไปถึงพรรคประชาชนว่า หากเขาอยากยกระดับการเมืองให้สูง ก็ต้องทำงานการเมืองให้สูงด้วย ไม่ใช่ลดมาตรฐานของตนเองจนต่ำเตี้ยเรี่ยดินขนาดนี้ อยากให้เอาความจริงมาพูดกับประชาชน เอาข้อเท็จจริงมาชี้แจงมากกว่าบิดเบือนให้ประชาชนเข้าใจผิด ซึ่งเมื่อพรรคประชาชนทราบว่าทำผิดแล้ว การโพสต์ให้เกิดความเข้าใจผิดในสังคม พรรคประชาชนจะรับผิดชอบอย่างไร” นายกรวีร์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน