พิสิษฐ์ ซัด ‘เท้ง-ไหม’ แถ สร้างข่าวเท็จหลอกเยาวชน-ทำลายสถาบัน ชี้ กม.ปกติมีแผนฟื้นฟู-ล้างประวัติความผิดเด็กอยู่แล้ว จี้จุด‘ลัทธิส้ม’ เลิกยึดติด 2475 อย่าทำเพจพรรคให้เป็นเพจไอโอ เน้นยอดไลก์ ยอดแชร์ โพสต์สะใจแล้วลบ โดยไม่เน้นข้อกฎหมาย

เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา นายพิสิษฐ์ อภิวัฒนาพงศ์ สว. แถลงถึงกรณีนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน พร้อมด้วยน.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อและรองหัวหน้าพรรค ออกมาชี้แจงปมโพสต์เฟซบุ๊กพรรคประชาชนถึงร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) สร้างเสริมสังคมสันติสุข และยืนยันว่าไม่ใช่เฟกนิวส์ว่า จากกรณีพรรคประชาชนออกมาให้ข้อมูลผ่านสื่อในลักษณะที่คลาดเคลื่อนและสร้างความซับซ้อนต่อสังคมเกี่ยวกับร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวนั้น

ตนในฐานะสว.ที่ถูกพาดพิงโดยตรง ขอชี้แจงในข้อกล่าวหาต่างๆ ดังนี้ 1.ขอความกรุณาพรรคประชาชนอย่าบิดเบือนเรื่องบัญชีท้ายร่าง พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว และคดีฮั้ว สว. ซึ่งตนไม่เข้าใจว่าเหตุใดพรรคประชาชนจึงต้องการสร้างความเข้าใจผิดๆ และบิดเบือนข้อเท็จจริงอย่างต่อเนื่อง

เนื่องจากเรื่องบัญชีท้ายร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ที่เกี่ยวข้องกับพ.ร.ป.ว่าด้วยที่มาของสมาชิกวุฒิสภานั้น ขอยืนยันว่าบัญชีท้ายร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้ เราแทบจะไม่ได้ไปแก้ไขอะไรเลย สิ่งที่เราเพิ่มเข้าไปคือ ความผิดที่เกี่ยวกับพ.ร.บ.ทางเรืออากาศ พ.ศ.2521 และ 2558 เท่านั้น ซึ่งไม่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และฮั้วสว. ต่างๆ

ขอให้พรรคประชาชนช่วยนิดหนึ่ง ท่านอ้างว่าไม่ใช่เฟกนิวส์ แต่พฤติกรรมคือเฟกนิวส์ ท่านชอบพูดว่ายึดมั่นใสนระบอบรัฐสภา แต่ความเป็นจริงไม่ได้ยอมรับมติรัฐสภา ซึ่งเสียงส่วนใหญ่เห็นชอบผ่านร่างกฎหมายฉบับนี้

แต่ท่านไปเขียนข้อความเหมือนหว่านแหก่อน แล้วไปแก้ต่างทีหลัง ท่านเป็นพรรคอันดับสองของประเทศ ได้รับความเชื่อมั่นจากประชาชนมามากอย่าทำพรรคให้ลดทอนความเชื่อมั่นของประชาชน ตนเคยศรัทธาพรรคท่านมาก่อน

“แต่ตอนนี้การที่ท่านโพสต์แล้วลบ แล้วออกมาแถ ขอเถอะ ผิดคือผิด ยอมรับผิด แต่ไม่ใช่ออกมาแถแบบนี้ นี่คือสิ่งที่ผมอยากสื่อสารไปยัง น.ส.ศิริกัญญา ว่าขอให้พูดความชัดเจน ผิดคือผิด อย่าทำเพจของท่านให้เป็นเพจไอโอ” นายพิสิษฐ์ กล่าว

นายพิสิษฐ์ กล่าวต่อว่า ส่วนนายณัฐพงษ์ ที่เป็นสส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคนั้น ท่านมักใช้คำว่าเยาวชนบังหน้า แล้วผลักดันเรื่องมาตรา 112 สิ่งที่วุฒิสภาเพิ่มข้อความเข้าไปประโยคหนึ่งในมาตรา 11 วรรคสอง คือกฎหมายจะไม่ได้นิรโทษกรรมในทุกกรณีที่เกี่ยวกับความผิดตามมาตรา 112 และทราบหรือไม่ว่า กระบวนการฟื้นฟูเยาวชนที่เกี่ยวข้องกับคดีอาญาต่างๆ ศาลเยาวชนและครอบครัวมีอำนาจหน้าที่อยู่แล้ว

นายพิสิษฐ์ กล่าวอีกว่า ฉะนั้น ขอชี้แจงว่าเราไม่ต้องการสร้างบรรทัดฐานใหม่ๆ เพื่อให้ลัทธิบางลัทธิไปหลอกเยาวชนที่เขาไม่รู้เรื่อง ย้ำว่าศาลเยาชนและครอบครัวมีกระบวนการช่วยเหลืออยู่แล้ว ทั้งตามมาตรา 90/1 และมาตรา 132 ที่ไม่ใช่ช่วยเหลือเฉพาะความผิดตามมาตรา 112 แต่เป็นทุกกรณี

หากเยาวชนสารภาพ มีแผนฟื้นฟูให้ ไม่ต้องติดคุก หากเยาวชนปฏิบัติตามแผนฟื้นฟูครบถ้วนตามกำหนด ศาลจะมีคำสั่งจำหน่ายคดีและเยาวชนไม่มีประวัติอาชญากรรมติดตัวแต่อย่างใด ทั้งนี้ ในมาตรา 11 ที่มีการเพิ่มวรรคสอง เข้าไปนั้น เราไม่ต้องการให้นำเรื่องนี้มาเกี่ยวข้อง

ยืนยันว่าวุฒิสภาไม่ต้องการนำมาตรา 112 ที่เกี่ยวข้องกับการดูหมิ่นสถาบัน มายุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมือง ไม่อยากให้เกิดบรรทัดฐานใหม่ที่ไปปลุกปั่นเยาวชนให้เข้าใจผิดว่า ทั้ง 2 เรื่องเป็นเรื่องเดียวกัน ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วทั้ง 2 เรื่องไม่เกี่ยวข้องกัน

นอกจากนี้ กระบวนการทั้งหลายไม่จำเป็นต้องมีมาตรา 11 ด้วยซ้ำ เพราะมาตรา 11 เป็นเพียงแค่การกำหนดให้กรรมการนำไปบังคับใช้ตามกระบวนการพ.ร.บ.ศาลเยาวชนและครอบครัว

นายพิสิษฐ์ กล่าวด้วยว่า กฎหมายให้กลับตัวกลับใจอยู่แล้ว แต่นายณัฐพงษ์ กลับบอกว่าไม่มีทางออก ท่านกำลังเปลี่ยนบรรจุภัณฑ์เดิมๆ ที่เนื้อในเหมือนเดิม บอกจะปกป้องเยาวชนแต่ก็ปล่อยให้เยาวชนหนีคดี ลอยแพความรับผิดชอบของตัวเอง จึงต้องถามพรรคประชาชนกลับไปว่า ในเมื่อกระบวนการยุติธรรมที่เยาวชนได้รับเพียงพออยู่แล้ว ตนจึงเห็นว่าไม่มีความจำเป็นใดๆ ที่จะเขียนกำหนดเพิ่มให้เกิดข้อขัดแย้งในร่างพ.ร.บ.ฉบับนี้

นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ ยังบอกว่าเป็นการตัดอนาคตของเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีจากการโพสต์ข้อความ หรือไม่มีเจตนาที่จะกระทำผิดตามมาตรา 112 ตนคงต้องย้อนถามว่าการศึกษาไทยปลูกฝังความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์มาโดยตลอด เพราะถือเป็นหน้าที่พลเมืองไทย แต่การมีความพยายามผลักดันให้เกิดการลบหลู่ดูหมิ่นสถาบันหลัก ผู้ใหญ่บางคนหรือบางลัทธิไปปลุกปั่นเยาวชนเช่นนั้น

“ผมสงสารน้องๆ บางคนที่ไม่ได้เข้าใจบริบทที่แท้จริง ไปเชื่อในสิ่งที่ผิดหรือเพจที่เรียกว่าไอโอ ไม่ใช่ข้อมูลจริงๆ ไปเชื่อสิ่งที่เรียกว่าเฟกนิวส์ ผมเป็นห่วง คุณต้องการฮีโร่แบบไหน ฮีโร่แบบที่หนีคดีความ ไม่รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ แบบนั้นเรียกฮีโร่หรือ ผมเสียใจมาก” นายพิสิษฐ์ กล่าว

สว. กล่าวว่า การจะยกย่องใคร ใช้วิจารณญาณในการยกย่องด้วย วุฒิสภาไม่ได้ต้องการตัดอนาคตของเยาวชน แต่ปฏิเสธไม่ให้ใครใช้เยาวชนเป็นเครื่องมือทำลายสถาบัน ชาติ รวมถึงเป็นบันไดทางการเมือง วุฒิสภาต้องการตัดไฟแต่ต้นลม ดีกว่าปล่อยให้ไฟลามบ้านนี้ทั้งหลังมันไหม้หมด

ขอร้องหยุดบิดเบือนข้อเท็จจริง หยุดใช้คำว่าเยาวชนเป็นเครื่องมือทางการเมือง หันมาสื่อสารกับสังคมด้วยข้อเท็จจริง ไม่ใช่สร้างวาทกรรมเพื่อสร้างความแตกแยกของประชาชนต่อไป

“ขอให้เลิกลัทธิส้ม ไม่เน้นข้อเท็จจริง ไม่เน้นข้อกฎหมายใดๆ แต่เน้นยอดไลก์ ยอดแชร์ โพสต์สะใจแล้วก็ลบ โพสต์สิ่งที่ไม่เคยทำ ทำในสิ่งที่ไม่กล้าโพสต์ อ้างว่าเป็นคนรุ่นใหม่ แต่ยึดอยู่กับอดีต 2475 พอทีเถอะ” นายพิสิษฐ์ กล่าว

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน