สุรเชษฐ์ ห่วง งบ อว. ถูกหั่น 7.5% มองงบวิจัยควรเพิ่มขึ้น ซัดงบทำถนนสูง 1.4 แสนล้าน แต่กองทุน ววน. ได้แค่ 1.3 หมื่นล. เบรก สำนักปลัดขยันบิน เลิกทำ MOU ไร้ผล เหน็บ “ยศชนัน” ใช้คำฮิตโฆษณาเก่ง แต่ต้องทำให้จับต้องได้
เมื่อวันที่ 10 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา ในการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ในส่วนงบประมาณของกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.)
โดยช่วงหนึ่ง นายสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า โดยภาพรวมก็ให้กำลังใจเพราะโดนตัดไปเยอะ ปีที่แล้วได้ งบ 161,927 ล้านบาท ปี 70 ลดลงเหลือ 149,826 ล้านบาท ลดลง 7.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งน่าเป็นห่วงจริงๆ จึงไม่อยากตัดเพิ่ม
“ผมเคยอภิปรายเรื่องสำนักปลัดขยันบิน ไม่รู้ว่าเดี๋ยวนี้บิน first class อยู่หรือไม่ แต่ก่อนบินบ่อยบินไปจับมือทำ MOU แต่ไม่เกิดประสิทธิภาพ และผลงานที่แท้จริงเหมือน Meet and greet ก็หวังว่าจะมีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในส่วนนี้ ” นายสุรเชษฐ์ กล่าว
นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ด้วยสภาพเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังแย่ ระบบงบประมาณของประเทศมีปัญหาจริงๆ ในปีต่อๆ ไปก็ยังไม่เห็นว่าจะดีขึ้น คงต้องช่วยกันพัฒนาทั้งระบบงบประมาณและการจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัด
ตนยังเห็นความสำคัญของการวิจัยและพัฒนา ซึ่งเราพูดกันทุกปีว่างบการวิจัยควรเพิ่มขึ้น โดยงบลงทุนของประเทศยังสร้างถนนโดยใช้เงินงบประมาณ 144,000 ล้านบาท กล่องหัวใจสำคัญ อย่างกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (ววน.) ที่นับเป็นรายจ่ายลงทุน ปีนี้ได้งบไป 13,440 ล้านบาท เทียบเท่ากับระดับโรงเรียนและโรงพยาบาลทั่วประเทศ แต่งบถนนได้ไป 144,000 ล้านบาท
“ประเทศเราในภาพรวมจนลงก็จริง งบลงทุนน้อยลงจริง การที่รัฐบาลจัดสรรงบลงทุนไปในแต่ละด้านดีต่อการพัฒนาอนาคตจริงหรือไม่ ข่าวดีคือสำนักงบประมาณนับกองทุน ววน.เป็นรายจ่ายลงทุน ก็มีโอกาสที่จะได้งบมากขึ้น
แต่ข่าวร้ายคือโดนตัดงบโหดมาก ลดลง 32% เงินลดเป้าหมายก็ลด ยิ่งทำให้เรามองไม่เห็น อนาคตจริงๆ ว่าประเทศไทยจะเดินไปอย่างไร แต่กลับสร้างถนนไปเรื่อยๆ และตามไปซ่อมกันอยู่เรื่อยๆ” นายสุรเชษฐ์ กล่างว
นายสุรเชษฐ์ กล่าวต่อว่า ยกตัวอย่างโครงการที่ถูกตั้งโจทย์วิจัยไว้ให้แล้ว แต่ อว. ไม่ดันต่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง คือ ในสภาชุดก่อน กมธ.คมนาคม มีรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่องการวางแนวทางการพัฒนานวัตกรรมเพื่อแก้ปัญหาการจราจรและขนส่ง เพราะเรารู้ว่าคมนาคมเป็นตลาดใหญ่ใช้งบลงทุนเยอะ มีช่องทางทำนวัตกรรมก่อให้เกิดการพัฒนาได้ง่ายๆ เช่น อัลกอริทึมไฟจราจร ไม่ใช่เรื่องยากเกินไปเหมือนไปอวกาศ
แต่ปรากฏว่า อว. ก็ไม่ได้กระดิกเท่าไหร่ ซึ่งรัฐมนตรีคนปัจจุบันก็ตอบกลับมาว่าเห็นด้วย และบอกว่าทำอยู่แบบรวมๆ แต่เรากำลังพูดถึงรูปธรรมและการเปลี่ยนแปลง รัฐมนตรีบอกว่าเห็นด้วยแต่ยังไม่ได้ขับเคลื่อนอะไร ประเด็นที่สำคัญที่สุด คือ ยังไม่มีตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จ ในสเกลที่ใหญ่มากพอต่อการที่ประชาชนจำนวนมากจะรู้สึกว่านี่คืองานระดับประเทศ เกิดการสร้างรายได้พัฒนาอุตสาหกรรมได้จริง
“สิ่งที่ อว. ชอบเคลมบ่อยๆ คือ ทราฟฟี่ ฟองดูว์ ซึ่งเป็นหนึ่งตัวอย่างที่สำเร็จจริง ผมก็ชื่นชม แต่มันเป็นเรื่องเล็กมาก เป็นแค่การพัฒนาซอฟต์แวร์ระบบร้องเรียน แต่ปีนี้ท่านของบมาเพิ่มอีก 30 ล้านบาท ก็ไม่ว่ากัน ถือว่าอย่างน้อยก็มีประโยชน์ แต่มันคนละสเกลกับที่ผมพูด ผมไม่ต้องการเห็นงานจิปาถะแล้วโฆษณาเกินจริง” นายสุรเชษฐ์ กล่าว
นายสุรเชษฐ์ กล่าวอีกว่า ที่น่าเป็นห่วง คือ หลายเรื่องชอบใส่คำฮิตติดปากเข้าไปเยอะๆ แต่ไม่เป็นชิ้นเป็นอัน จึงอยากให้ทำให้เป็นชิ้นเป็นอันมากขึ้น ตนจึงติเพื่อก่อ เพราะเห็นนายยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.อว. พยายามทำการตลาดอธิบายเรื่องร้อยแปดพันเก้าใส่คำฮิตเพียบ ก็ถือว่าทำการตลาดเก่ง
แต่ข้อเท็จจริงก็คือเงินกองทุน ววน. ที่เป็นเครื่องมือสำคัญที่สุด ได้งบลดลง 31.87% แล้วจะทำอย่างที่โฆษณาไว้ได้อย่างไร จึงต้องขอฝากว่าการจัดสรรงบประมาณคือปัจจัยสำคัญต่อการสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นจริง ให้เป็นรูปธรรมจับต้องได้ และต้องคิดว่าเรื่องใดควรเพิ่มเรื่องใดควรลด ตนยืนยันว่าก็ยังสนับสนุนไม่ได้ปรับลดอะไร