รุทธพล สั่งการท่าอากาศยาน ล้อมคอก ห้ามลูกเรือหิ้วสินค้า งัดมาตรการเข้ม สุ่มตรวจกระเป๋า-ใช้ K9 ดมกลิ่น เลขาฯ ป.ป.ส. ลั่นลากตัวการใหญ่คดีขนยา แม้หลบหนีตปท. เผยเครือข่ายยังอยู่ในไทย เตือนสายหิ้ว โทษหนัก ผิดกม.ศุลกากร

เมื่อเวลา 09.15น. วันที่ 13 ก.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์ถึงปัญหายาเสพติดว่า ทางสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) และกองบัญชาการปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้ดำเนินการและติดตามทุกคดีที่เกิดขึ้น ซึ่งบช.ปส.ได้เร่งรัดคดีแอร์มีนา เท่าที่ทราบได้ดำเนินการ และรู้ตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติมค่อนข้างที่จะชัดเจนแล้ว

ส่วนมาตรการของบริษัท ท่าอากาศยานไทยจำกัด (มหาชน) หรือ เอโอที ได้มีการแก้ไขในเรื่องของเครื่องมือ เพิ่มเครื่องมือการตรวจสอบ กรณีที่นักบินและลูกเรือจะเดินทางไปต่างประเทศ ในส่วนนี้มีสุนัข K9 เพิ่มด้วย และมีระเบียบว่าห้ามลูกเรือมีอาชีพเสริมในการหิ้วของไปต่างประเทศ และจะสุ่มตรวจกระเป๋าเป็นระยะ รวมถึงติดตามเพจต่างๆ ที่รับจ้างหิ้วของ ว่ามีลูกเรือของบริษัทการบินใดบ้าง ตรงนี้จะเป็นมาตรการควบคู่กันไป

เมื่อถามย้ำว่าภายในสนามบินจะมีการตรวจเข้มขึ้นไม่ว่า จะเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติหรือลูกเรือใช่หรือไม่ พล.ต.ท.รุทธพล กล่าวว่า ต้องมีมาตรการและมีสุนัข K9 เพิ่มเติมขึ้นมาด้วย ซึ่งต้องกำชับให้เข้มงวดขึ้น ตนดูแล้วว่าเรื่องนักท่องเที่ยวไม่ได้รับผลกระทบมากเท่าไหร่ เพราะเขามีมาตรการอยู่แล้วแต่อาจมีในส่วนของลูกเรือ เนื่องจากก่อนหน้านี้มีการอะลุ่มอล่วย เพราะต้องไปเซ็ตระบบเรื่องของการบิน จึงอาจมีผลกระทบของลูกเรือมากกว่า

ด้านพ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส. ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าคดีลักลอบขนเฮโรอีนไปออสเตรเลีย หรือ คดีแอร์มีนา และคดีขนกัญชาออกนอกประเทศไปออสเตรเลียและไต้หวันว่า ภาพรวมของทั้งสองคดีได้มีการจับกุมผู้ที่นำผ่าน ทั้งผู้ที่เป็นคน สปป.ลาว คนไทย และกลางทางคือผู้หิ้ว ส่วนปลายทางที่รอรับอยู่คือ ที่ออสเตรเลียและไต้หวัน

ส่วนคดีแอร์มีนา ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจออสเตรเลีย มีการดำเนินการอย่างเข้มข้น ไล่ไปถึงตัวต้นตอที่เราคิดว่า เป็นเจ้าของและขณะนี้ได้หลบหนีไปต่างประเทศ ถือเป็นขบวนการเครือข่ายยาเสพติด

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ไล่ครบทั้งขบวนการแล้วหรือยัง พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า ยังไม่ครบ ยังขาดผู้บงการที่อยู่ข้างบน ซึ่งเรายังไม่ละความพยายาม ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ป.ป.ส. และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ยังคงทำงานร่วมกันเพื่อเก็บข้อมูล ซึ่งปรากฏการณ์ของแอร์มีนาแค่เป็นตัวอย่างหนึ่งเท่านั้น ที่ผ่านมามีการดำเนินการจับกุมมาอย่างต่อเนื่อง

แต่ครั้งนี้ถือเป็นโอกาสดีที่สื่อให้ความสำคัญ สังคมจะได้ตระหนักให้ทราบว่า กลางทางหรือผู้หิ้ว เป็นทั้งแอร์โอสเตส และบุคคลทั่วไป รวมถึงนักศึกษายังหลงผิดเข้าไปอยู่ขบวนการรับหิ้วสินค้าไปต่างประเทศจำนวนมาก มีทั้งรู้และไม่รู้ว่ามีการซุกซ่อนยาเสพติด แต่นั่นหมายความว่าท่านกำลังทำผิดกฎหมายอยู่ แม้จะไม่รู้ว่าเป็นยาเสพติด แต่การหิ้วสินค้าไปต่างประเทศมันผิดพ.ร.บ.ศุลกากรอย่างชัดเจน

ที่ผ่านมาเราละเลย ไม่มีการดำเนินการเรื่องนี้อย่างจริงจัง จึงเป็นที่มาและช่องทางให้ขบวนการนำส่งยาเสพติดไปต่างประเทศ ใช้โอกาสนี้ในการจ้างคนเหล่านี้มาทำงาน ฉะนั้น ปรากฏการณ์โดยภาพรวมเรื่องนี้ต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่ให้ความสำคัญ อยากฝากเตือนผู้ที่ยังรับหิ้ว แม้ไม่ใช่ยาเสพติดแต่มีฐานความผิดเรื่องหลบเลี่ยงศุลกากร ซึ่งมีโทษสูง จำคุกไม่เกิน 10 ปี มีการเปรียบเทียบปรับตามมูลค่าของสินค้าด้วย

เมื่อถามว่าตัวการใหญ่ที่ระบุ หนีไปต่างประเทศแล้วหรือยัง พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า หนีไปต่างประเทศแล้ว แต่ขบวนการเครือข่ายเขาบางส่วนยังอยู่ในไทย เป็นลักษณะองค์กรอาชญากรรมที่เป็นองค์กรใหญ่

เมื่อถามว่าตัวการใหญ่ที่ว่านี้พอจะแย้มได้หรือไม่ว่าเป็นใครหรือมีตำแหน่งอะไร พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า เรื่องนี้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้แถลงข่าวไปแล้ว ที่จริงเราทราบมานานแล้ว แต่เราไม่ได้ให้ข่าวเพราะกลัวเขาจะหลบหนี แต่วันนี้ทุกคนทราบหมดแล้ว ถือเป็นเบี้ยตัวหนึ่ง

ผู้สื่อข่าวถามว่าการจับกุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะมีผลทำให้แอร์มีนา ได้รับผลประโยชน์ในทางคดีที่ออสเตรเลียหรือไม่ เช่น โทษน้อยลง พ.ต.ต.สุริยา กล่าวว่า การดำเนินการเรื่องนี้แยกคนละส่วนกันระหว่างไทยกับออสเตรเลีย

ทางออสเตรเลียมีมาตรฐานในการดำเนินคดีของเขา เขาฟังพยานหลักฐานทั้งหมด แต่เมื่อเราได้ข้อมูล จับกุมผู้ต้องหาเพิ่มเติม ได้คนนำส่ง จะมีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับทางออสเตรเลียเพื่อให้พิจารณาเพิ่มเติม

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน