เท่าพิภพ ประเมิน 3 เดือน ‘โสภณ’ สอบตก ผ่านกฎหมายน้อย ซัดสภาถึงจุดต่ำสุด หลังเซ็นเซอร์สไลด์สส. ขอทำสภาโปร่งใส อย่าแค่พูดคำสวยหรู ยก ‘ชวน‘ เป็นต้นแบบประธานสภาฯ

เมื่อเวลา 09.50 น. วันที่ 13 ก.ค.2569 ที่รัฐสภา นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร สส.กทม. พรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินการทำงานของนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาและประธานสภาผู้แทนราษฎร หลังปฏิบัติหน้าที่มาแล้ว 3 เดือน โดยนายเท่าพิภพ ถอนหายใจก่อนกล่าวว่า ด้วยความเคารพ ท่านก็จะบอกว่าท่านทำงานหนัก ก็คิดว่าท่านคงทำงานหนัก

นายเท่าพิภพ กล่าวต่อว่า รัฐสภาเปรียบเหมือนผลผลิตของเรา การทำกฎหมายออกมาได้ไว เหมือนห้องผลิตกฎหมายของประเทศ สุดท้ายงบประมาณใดๆ ควรเกี่ยวเนื่องกับการเพิ่มประสิทธิภาพตรงนั้น ไม่ใช่เรื่องการไปทำ แค่เรื่องเต้น เคารพธงชาติ ถามว่าทำเช่นนั้นแล้วกฎหมายออกเร็วขึ้นหรือไม่ ประสิทธิภาพการทำงานของ สส. หรือข้าราชการในสภาเพิ่มขึ้นจริงหรือไม่

สิ่งที่เราอยากเปลี่ยนคือสภาที่โปร่งใสมากขึ้น ไม่ได้มีคำพูดที่สวยหรูว่าเป็นสภาองค์กรคุณธรรม แต่ต้องออกแบบมาเพื่อประชาชน วันนี้ใครมาสภายังมีพื้นที่ปิดเยอะแยะ ประชาชนเข้ามาหาผู้แทนเขาไม่ได้ ตนไม่ได้กลัวประชาชนหรือว่าใครในนี้กลัวประชาชนตนก็ไม่ทราบ

“ถ้าประเมินมาเรียนตามตรงว่าสอบตก เราผ่านกฎหมายได้น้อยมาก เราใช้กระบวนการกรรมาธิการได้น้อยมาก บางกรรมาธิการก็ไม่มีการถ่ายทอดสด อันนี้คือความโปร่งใสมันอยู่ตรงไหน การมีส่วนร่วมของประชาชนมาอยู่ตรงไหน ต้องกราบเรียนท่านประธานโสภณด้วยความเคารพ ทางเราฝ่ายค้านก็พร้อมทำงานร่วมมืออยู่แล้วอย่างแข่งขัน” นายเท่าพิภพ กล่าว

นายเท่าพิภพ กล่าวด้วยว่า ตนอยากแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง ที่เป็นนโยบายของพรรคประชาชน คงไม่ได้แก้ปัญหาแบบปะผุต่อไป การแก้ปัญหาแบบโครงสร้างก็คือการแก้ที่กฎหมาย พ.ร.บ.ต่างๆ รวมถึงรัฐธรรมนูญ อยากให้ทุกคนคิดว่า ถ้าวันหนึ่งไม่ได้มีเราเป็น สส แล้วทิ้งอะไรไว้ให้กับประเทศนี้บ้าง

เมื่อถามถึงความเป็นกลางของประธานรัฐสภาในสมัยแรกมองอย่างไรบ้าง นายเท่าพิภพ กล่าวว่า ความเป็นกลางมันพูดยาก ตนเชื่อว่าทุกคนไม่เป็นกลาง มันมีอคติอะไรบางอย่าง ท่านก็มาจากพรรคของท่าน ตนมองแบบความเป็นจริงตนเข้าใจ แต่บางครั้งก็เอาหลักการให้แน่นอนชัดเจน

ตนจึงขอชื่นชมไปยังประธานสภาคนแรกในชีวิตที่ทำงานด้วยคือ นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ และอดีตประธานรัฐสภา ซึ่งในสมัยนั้นก็เป็นพรรคที่ตรงกันข้ามกับตน แต่หลักการที่เขาวางมันถูกต้องเมื่อเราอยู่ในความเห็นที่แตกต่างกัน ก็ควรจะเปิดพื้นที่ โดยวางหลักการให้ชัดเจน

“ผมว่าเป็นจุดที่ตกต่ำที่สุดในหลักการเรื่องการพูด การเซ็นเซอร์สไลด์สส. ผมก็ไม่รู้จะกลัวเซ็นเซอร์กันไปแค่ไหน อย่ากลัวการตรวจสอบและเปิดโอกาสให้ทุกคนได้พูดอย่างเต็มที่เพราะคดีความประธานอาจจะไม่ทราบ แต่พรรคผมมันมีทุกคนแล้ว เรามาทำตรงหน้าที่ตรงนี้ก็รับความเสี่ยงไปอยู่แล้ว” นายเท่าพิภพ กล่าว

นายเท่าพิภพ กล่าวต่อว่า จึงขอให้ประธานเปิดพื้นที่ เพราะไม่ได้ทำให้ท่านเสียหาย แต่ทำให้พรรครัฐบาลหรือนายกรัฐมนตรีสง่างามขึ้น เพราะผ่านการตรวจสอบเหมือนเราไปขัดหลังฟอกขาวให้ท่าน ถ้าตอบได้ก็ดีไป เช่นเดียวกับการถามกระทู้ อย่ามองเราเป็นคู่ขัดแย้งหรือคู่แข่งทางการเมืองทุกคนมีหน้าที่ของตัวเองเปิดโอกาสให้ทุกคนทำหน้าที่

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน