ไม่พลิกโผ! ‘ส.ก.เนอส‘ นั่งประธานสภากทม. หญิงคนแรก ด้วยเสียงเห็นชอบ 39 เสียง พร้อมแสดงวิสัยทัศน์ เสนอ 4 หลักการ สภาโปร่งใส

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 13 ก.ค. 2569 ที่ห้องประชุมสภากรุงเทพมหานคร อาคารไอราวัตพัฒนาศาลาว่าการกทม. 2 ดินแดง น.ส.เมธาวี ธารดำรงค์ สมาชิกสภากรุงเทพมหานคร (ส.ก.) เขตปทุมวัน ทำหน้าที่ประธานชั่วคราว เนื่องจากเป็นผู้ที่อาวุโสสูงสุด

ในการประชุมสภากทม. ครั้งแรก วาระการเลือกประธานสภากทม. คนที่ 26 และรองประธานสภากทม. คนที่ 1 และคนที่ 2 เพื่อปฏิบัติหน้าที่เป็นประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ และตรวจสอบการทำงานของฝ่ายบริหาร

โดยนายวิพุธ ศรีวะอุไร ส.ก.เขตบางรัก กลุ่มคนทำงาน เสนอชื่อ น.ส.ภัทราภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย ส.ก.บางซื่อ พรรคประชาชาชน เป็นประธานสภากทม.

ขณะที่ นายสมชาย เต็มไพบูลย์กุล ส.ก.เขตคลองสาน พรรคประชาธิปัตย์ เสนอชื่อ นายวิรัช คงคาเขตร ส.ก.บางกอกใหญ่ พรรคประชาธิปัตย์ ชิงตำแหน่งด้วย เพราะมองว่าจะต้องมีคู่เปรียบเทียบให้ ส.ก. ได้ฟังวิสัยทัศน์ของทั้ง 2 คน ตนต้องการให้มีการดีเบตในหัวข้อ ดังนี้

  1. ประธานสภากทม. จะทำให้กทม.ที่มาจากหลากหลายเป็นสภาของคนกทม.อย่างไร
  2. ประธานสภากทม. จะทำให้ ส.ก. ทั้ง 50 เขต ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความโปร่งใสควบคู่กับหน่วยงานราชการ กทม.อย่างไร
  3. วิสัยทัศน์อื่นที่ทั้ง 2 คน จะดำเนินการในระยะเวลาที่ดำรงตำแหน่ง

โดย น.ส.ภัทราภรณ์ ลุกขึ้นแสดงวิสัยทัศน์ว่า สภา กทม.ต้องโปร่งใสตรวจสอบได้ มี 4 เรื่องหลัก คือ 1.เปิดให้มีการถ่ายทอดสด โดยการแก้ไขข้อบังคับที่ประชุม เพื่อถ่ายทอดสดการประชุมทั้งคณะสามัญและวิสามัญทั้งหมด และหากมีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง หรือมีการอ้างอิงบุคคลที่สาม และบริษัทที่มีมีความสุ่มเสี่ยง ก็สามารถปิดไลฟ์ได้

2. การเปิดเผยการลงมติ ซึ่งในปัจจุบันยังต้องให้ประธานสภากทม.เป็นผู้อนุมัติ จึงให้อยากให้เปิดโดยอัตโนมัติตามสภาใหญ่

3.เปิดเผยสถิติการเข้าประชุมของสมาชิกทุกท่าน เพื่อความโปร่งใส และให้ประชาชนได้รับทราบการทํางาน

4.การสนับสนุนการทํางานของสมาชิก เพื่อให้เพื่อนสมาชิกทํางานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการผลักดันให้มีการตั้งสํานักงานวิชาการและงบประมาณของสภากทม.เอง ซึ่งจะสนับสนุนเรื่องการวิเคราะห์งบประมาณ และข้อมูลสําหรับการทําร่างข้อบัญญัติต่างๆ

น.ส.ภัทราภรณ์ กล่าวต่อว่า ส่วนจะทําให้กทม.ที่มีความหลากหลายเป็นของทุกคนได้อย่างไรนั้น ตนคิดว่าสิ่งที่เราควรจะทํามากขึ้น คือ เปิดพื้นที่ให้ประชาชนได้เสนอเรื่องหรืองบประมาณต่างๆ

จากเดิมที่เราเคยจัดงานแฮ็กงบ กทม. เป็นกลุ่มเล็กๆ เราควรจัดงานแฮ็กงบเป็นของสภากทม.ไปเลย เพื่อให้ประชาชนเข้าใจเรื่องงบประมาณไปพร้อมกันกับเรา และเพื่อให้ประชาชนช่วยกันตรวจสอบไปพร้อมกัน และเสนอแนะได้ด้วยว่า หลังจากนี้ควรจะใช้งบประมาณไปในทิศทางไหน

ส่วนจะให้เพื่อนสมาชิกดํารงตนโปร่งใสได้อย่างไร ตนคิดว่าเป็นสิทธิ์ของเพื่อนสมาชิก แต่ตนได้เสนอช่องทางและระบบต่างๆ ไป และการดําเนินการภายใน 2 ปีนี้ เรามีไทม์ไลน์ไปแล้วว่าจะพยายามผลักดันให้ได้ภายในเดือน ธ.ค.ปีนี้

ขณะที่ นายวิรัช แสดงวิสัยทัศน์ว่า เมื่อคืนไม่รู้ฝันดีหรือฝันร้าย เมื่อสมาชิกบางท่านเห็นว่าตนมีความเหมาะสม ไม่ได้เตรียมการใดๆ แต่ขออาศัยประสบการณ์และความคิดของตน การเป็นประธานสภา กทม. ไม่ใช่เรื่องยาก น้องที่เข้ามาใหม่ต้องอ่านข้อบังคับการประชุมให้เข้าใจ กทม. มี 3 เฟือง คือ ฝ่ายบริหาร ข้าราชการ และสภากทม. แต่ละเฟืองหากหมุนไปได้อย่างสมดุล ประชาชนจะได้ผลประโยชน์อย่างเต็มที่

ตนเป็นหนึ่งใน 50 ฟันเฟือง จะทำอย่างไรให้หมุนไปพร้อมกับฟันเฟืองของฝ่ายบริหารและข้าราชการ ตนไม่มีวิสัยทัศน์ แต่คิดมาตลอดว่าหากเป็นผู้นำ ประธานสภากทม. หรือหัวหน้าห้อง คิดว่าตนทำได้ดีกว่าคนอื่น แต่ก็ยอมรับว่ามีคนทำได้ดีกว่าตน

จากนั้นในที่ประชุมได้มีการถกเถียงเรื่องวิธีการลงคะแนน ระหว่างการลงคะแนนแบบเปิดเผยและการลงคะแนนโดยลับ เพื่อเลือกประธานสภากทม. และรองประธานสภากทม. ซึ่งนายอำนาจ ปานเผือก ส.ก.บางแค พรรคประชาชน เสนอให้มีการลงคะแนนโดยเปิดเผย

นายนภาพล จีระกุล ส.ก.บางกอกน้อย กล่าวว่า การลงคะแนนแบบเปิดเผยทำให้สมาชิกไม่มีเอกสิทธิ์ในการใช้ดุลยพินิจอย่างอิสระในการลงคะแนนแต่ละครั้ง ดังนั้น ขอให้ปฏิบัติตามข้อบังคับที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2528 การลงคะแนนด้วยวิธีลับจึงเป็นวิธีที่เหมาะสมที่สุด เพราะสภาใหญ่ก็ใช้วิธีนี้

นายสมชาย เวสารัชตระกูล ส.ก.เขตสายไหม พรรคเพื่อไทย กล่าวว่าข้อบังคับการเลือกประธานและรองประธานสภา กทม. เขียนไว้ชัดเจน หากทำผิดระเบียบอาจจะมีการฟ้องร้อง ดังนั้น จะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ กฎหมายเขียนไว้ชัดเจน แต่ตีความนอกกรอบ สภากทม.เป็นฝ่ายนิติบัญญัติแต่ทำผิดกฎหมายเองจะดำเนินการอย่างไร

ประธานในที่ประชุมต้องคิดใหม่ เป็นประธานเพียงประธานชั่วคราว เชื่อว่า น.ส.ภัทราภรณ์ ได้เป็นอยู่แล้ว แต่เสนอชื่อนายวิรัชมาให้เป็นสีสัน

น.ส.เมธาวี จึงกล่าวว่า คุณน่าจะคิดเยอะไป เพราะทุกอย่างก็เป็นไปตามระเบียบ ตนอยากทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด ระเบียบมีชัดทุกคนก็รู้ แต่เมื่อมีผู้เห็นต่างก็จะต้องโหวต

ท้ายที่สุดที่ประชุมสภากทม. มีมติโหวตให้ลงคะแนนแบบเปิดเผยด้วยวิธีการยกมือ

ต่อมาเวลา 11.30 น. ที่ประชุมสภากรุงเทพมหานคร มีมติเห็นชอบ น.ส.ภัทรภรณ์ เก่งรุ่งเรืองชัย สก.บางซื่อ พรรคประชาชาชน เป็นประธานสภากทม.หญิงคนแรก ด้วยคะแนนเสียง 39 เสียง ขณะที่นายวิรัชคงคาเขตได้ 7 เสียง

จากนั้น นางเมธาวี ในฐานะประธานชั่วคราว ได้ให้ น.ส.ภัทราภรณ์ขึ้นนั่งบัลลังก์ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุม เพื่อทําหน้าที่เป็นประธานสภา กทม. พร้อมกล่าวขอบคุณเพื่อนสมาชิกที่มอบความไว้บ้างใจให้ตนเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนวาระเมืองผ่านสภา กทม.ในครั้งนี้

ขอยืนยันว่า การพิจารณางบประมาณให้ถูกใช้อย่างคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ ไม่ใช่ความเพ้อฝัน การทำสภา กทม.ให้โปร่งใสมีประสิทธิภาพ คือความปกติที่ควรจะเป็นมานานแล้ว ในฐานะตัวแทนของประชาชนจากการเลือกตั้งทางตรงเหมือนกันกับเพื่อนสมาชิก เชื่อว่าพวกเราจะยกระดับสภากทม. และทำงานร่วมกันอย่างราบรื่นต่อไปอีก 4 ปีอย่างแน่นอน

นายฉัตรชัย หมอดี สก.เขตบางนา พรรคประชาชน ได้เสนอให้มีรองประธานสภา กทม. จำนวน 2 คน โดยเสนอให้ นายเนติภูมิ มิ่งรุ่งจิราลัย สก.บึงกุ่ม จากกลุ่มคนทำงาน เป็นรองประธานสภา กทม.คนที่ 1

ด้านนายเอกกวิน โชคประสพรวย สก.เขตราชเทวี พรรคประชาชน เสนอให้ นายนริสสร แสงแก้ว สก.บางเขน กลุ่มอิสระ เป็นรองประธานสภา กทม.คนที่ 2 ซึ่งที่ประชุมมีมติเห็นชอบโดยไม่มีผู้คัดค้าน

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน