ศิริกัญญา ชี้ สถ. ยกเลิกแผนงานใช้งบจาก พ.ร.ก.เงินกู้ 4 แสนล้าน เป็นเรื่องดี หวั่นปรับวิธี ยื่นโครงการกลับมาใหม่ ตรวจสอบยากขึ้น จี้ กมธ. เข้มดูการใช้เงินทุกบาททุกสตางค์
เมื่อเวลา 13.20 น. วันที่ 13 ก.ค. 2569 ที่รัฐสภา น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะคณะกรรมาธิการ (กมธ.) วิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 สภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์กรณีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น (สถ.) ยกเลิกการจัดทำข้อเสนอแผนงานจากพระราชกำหนด (พ.ร.ก.) กู้เงิน 4 แสนล้านบาท
โดยน.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ถือเป็นความโชคดีที่ยกเลิก เพราะตนได้รับข้อมูลนี้มานานแล้ว แต่รอคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งหลังจากที่ตนโพสต์ข้อความเพียง 1 วันโดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากลถึงการสอดไส้โครงการที่อาจไม่ได้เข้าเงื่อนไขการเปลี่ยนผ่านพลังงาน เช่น การติดโซลาร์ในอุปกรณ์หรือยานพาหนะ สุดท้ายก็ยกเลิกไป แต่คิดว่าไม่จบเพียงแค่นี้ คาดว่าจะมีการปรับเปลี่ยนวิธียื่นแผนงานกลับเข้ามาใหม่แน่นอน
“เพราะชิ้นเค้กก้อนนี้ก้อนใหญ่มาก 2 แสนล้านบาท ทุกกระทรวงก็อยากมีส่วนร่วมในการรับประโยชน์จากเงินกู้ก้อนนี้ ฉะนั้น รอบต่อไปที่เขาจะยื่นเข้ามา เงื่อนไขอาจไม่ได้โจ่งครึ่มขนาดนี้ เงื่อนไขต้องหลบๆ ซ่อนๆ มากกว่านี้ อาจทำให้การตรวจสอบลำบากมากยิ่งขึ้น
แต่เราต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ซึ่งก็ต้องขอบคุณคนที่ส่งข้อมูลมา และต้องให้กำลังใจเจ้าหน้าที่รัฐ รวมถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เห็นถึงความผิดปกติ พิรุธ และไม่ต้องการมีส่วนร่วมในกระบวนการเหล่านี้ เชื่อว่าหากครั้งหน้ามีความผิดปกติ อีกกลุ่มคนเหล่านี้ก็จะส่งข้อมูลมาให้ดิฉันอีก ซึ่งจะทำให้ตรวจสอบความผิดปกติก่อนที่โครงการจะเริ่มขึ้น” น.ส.ศิริกัญญา กล่าว
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า อีกหลายกระทรวงก็ได้ยื่นโครงการผ่านคณะกรรมการกลั่นกรองไปเยอะแล้ว ตนหวังว่ากมธ.จะติดตามตรวจสอบการใช้เงินจาก พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนล้านบาทอย่างเข้มข้น จะได้ตรวจสอบการใช้เงินทุกบาททุกสตางค์
ย้ำว่าโครงการนี้ผิดฝาผิดตัวมาตั้งแต่ต้น เพราะไม่สามารถเปลี่ยนผ่านพลังงานได้อย่างจริงจังภายใน 1 ปี แม้จะมีเงินมากถึง 2 แสนล้านบาท ยืนยันว่าจะทำให้การใช้เงินตรงนี้น้อยที่สุด เพราะยังมีโครงการอื่นที่สำคัญกว่า เช่น โครงการสายส่งสมาร์ทกริด ที่ต้องใช้งบลงทุนของรัฐวิสาหกิจ
เมื่อถามว่า มีโครงการใน พ.ร.ก.กู้เงิน 4 แสนบาท ที่ซ้ำซ้อนกับโครงการในงบปี 2570 หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า เท่าที่ตรวจสอบ มีโครงการในงบปี 70 ซ้ำกันกับ พ.ร.ก.กู้เงิน ประมาณ 3 พันล้านบาท เช่น โซลาร์รูฟ โซลาร์ชลประทาน จึงให้หน่วยงานชี้แจงว่าต้องเลือกงบจากทางใดทางหนึ่ง อย่าใช้งบจาก 2 แหล่งไปพร้อมกัน
น.ส.ศิริกัญญา กล่าวต่อว่า ขณะเดียวกันยังพบการใช้งบประมาณที่เกี่ยวกับแผนฟื้นฟูด้านเศรษฐกิจวงเงิน 1.2 หมื่นล้านบาท ก็มีโอกาสที่จะซ้ำซ้อนกับงบปี 70 เช่นกัน ที่สำคัญก้อน 1.2 หมื่นล้าน จะเป็นการเริ่มสมทบระหว่างรัฐบาลกับหน่วยราชการที่มีเงินสะสม เช่น รัฐบาลออกครึ่งหนึ่ง ท้องถิ่นออกครึ่งหนึ่ง โดยมองว่าเป็นโอกาสที่ดีที่จะทำให้หน่วยงานที่มีเงินสะสมนำเงินออกมาใช้
แต่หากหน่วยงานที่มีเงินสะสมยังของบจาก พ.ร.ก.กู้เงิน ก็กังวลถึงประสิทธิผลของโครงการ จึงเห็นว่าสมควรที่จะตัดและยกไปในส่วนที่ไม่เพียงพอ เช่น งบวิจัยที่ถูกตัดไป 1.3 หมื่นล้านบาท หรืองบสวัสดิการก็ไม่ได้ครบตามที่โฆษณาไว้ ซึ่งเราต้องการให้เม็ดเงินถูกใช้อย่างคุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์
เมื่อถามถึงความคืบหน้าในการพิจารณาร่างพ.ร.บ.งบประมาณปี 70 ในชั้นกมธ. น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า วันนี้ยังเป็นการพิจารณางบกระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เมื่อเสร็จแล้วจะพิจารณางบของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งไม่ได้มีการคุยกันเยอะ เพราะแต่ละกระทรวงถูกตัดงบประมาณไปเยอะแล้ว ก็เห็นอกเห็นใจข้าราชการที่ถูกตัดงบ
แต่สัปดาห์นี้จะมีการตั้งอนุกรรมการที่ลงรายละเอียด เพื่อพิจารณาว่ายังเหลือไขมันส่วนไหนที่สามารถรีดออกมาได้อีก ต้องเปลี่ยนงบประมาณบางส่วนที่ไม่จำเป็น เพื่อไปโปะในส่วนที่ถูกตัดลดมากเกินไป
เมื่อถามว่า ยังพบการตั้งงบที่เกี่ยวกับการศึกษาดูงานหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า ในชั้นกมธ.ยังไม่พบ แต่จะไปปรากฏในชั้นของอนุกมธ.ว่ายังมีโครงการไปศึกษาดูงานยังต่างประเทศหรือไม่ ยืนยันว่าหากพบจะตัดไม่เหลืออย่างแน่นอน เพราะมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ก็ออกมาแล้วที่ขอให้งดการศึกษาดูงานต่างประเทศ