รุทธพล ยอมรับ ศาลอาญาอนุมัติหมายจับคดีฟอเร็กซ์ ให้เพียง 2 ราย ดีเอสไอต้องออกหมายเรียกตามคำสั่งศาลยันไม่ได้เร่งรัดคดี แจงทำตามหลักฐาน ไม่รู้เส้นเงิน‘ภาวุธ’รับโอน833ล้าน

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 14 ก.ค.2569 ที่ศูนย์ราชการฯ อาคารเอ ถนนแจ้งวัฒนะ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ให้สัมภาษณ์กรณีคดี Forex ศาลอาญาพิจารณาอนุมัติหมายจับผู้ต้องหาให้เพียง 2 ราย จากที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ยื่นขอหมายจับ 30 ราย ซึ่งศาลยังไม่อนุมัติหมายจับแก่นายภาวุธ พงษ์วิทยาภานุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน เช่นเดียวกันว่า ทราบว่าศาลอนุมัติหมายจับให้เพียง 2 ราย ส่วนอีก 22 ราย ดีเอสไอก็ต้องไปออกหมายเรียกผู้ต้องหา

กรณีนายภาวุธ ดีเอสไอก็ต้องออกหมายเรียกผู้ต้องหาครั้งที่ 1 เพื่อให้เข้ามารับทราบข้อกล่าวหา ส่วนที่นายภาวุธ วิจารณ์ว่าเป็นการเร่งรัดคดีหรือไม่ ยืนยันว่าดำเนินการตามปกติ เพราะดีเอสไอมีการสืบสวนมาโดยตลอด และมันเป็นเรื่องของหลักฐานนิติวิทยาศาสตร์ โดยเฉพาะเส้นทางการเงิน เมื่อมีการขอรายงานเข้ามาก็สามารถรวบรวมหลักฐานได้

ส่วนที่มีรายงานกระแสข่าวออกมาว่าเส้นทางการเงินที่เกี่ยวข้องกับนายภาวุธ สูงถึง 833 ล้านบาท เป็นเรื่องจริงหรือไม่นั้น รมว.ยุติธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้ตนยังไม่ทราบ เห็นเพียงข่าวที่ออกมา เนื่องจากมันเป็นเรื่องที่อยู่ในสำนวน ส่วน 2 หมายจับ ที่ศาลอาญาอนุมัติให้นั้น ตนก็ไม่ทราบว่าเป็นใคร ตนยังไม่ทราบรายละเอียด

ทั้งนี้ กรณีว่า ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้ออกหมายเรียกผู้ต้องหาแก่ 22 ราย ตามคำสั่งของศาลอาญาหรือไม่นั้น ขอให้สอบถามทางดีเอสไอแทน เพราะตนยังไม่ได้รับรายงาน

ผู้สื่อข่าวได้รับรายงานเพิ่มเติมว่า คณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ได้ทยอยออกหมายเรียกผู้ต้องหา ตามคำสั่งของศาลอาญาเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ศาลอนุมัติหมายจับให้เพียง 2 ราย และให้ดีเอสไอไปออกหมายเรียกผู้ต้องหาทั้งสิ้น 22 รายแทน

ขณะที่รายงานการสืบสวนของดีเอสไอ ที่ใช้เป็นหลักฐานประกอบการขอศาลอาญารัชดาภิเษกหมายจับนั้น พบว่าเป็นข้อมูลธุรกรรมทางการเงินและพฤติการณ์ในการธุรกรรมการเงิน ผ่านการทำธุรกรรม 3 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มโบรกเกอร์ (Broker) 2.กลุ่มผู้ชักชวน (IB) และ 3.กลุ่มช่องทางการรับเงิน (Payment Gateway)

ดังนี้ กลุ่มนิติบุคคลที่เป็นช่องทางชำระเงิน (Payment Gateway) พบว่า บริษัท เรนนี่ คอปเปอเรชั่น จำกัด และ บริษัท เพย์ โซลูชั่น จำกัด ทำหน้าที่เป็นนิติบุคคลบังหน้า เพื่อเป็นทางผ่านของเงิน ข้อมูลธุรกรรมทางการเงิน ซึ่งพบการเชื่อมโยงจากกลุ่มนิติบุคคลเหล่านี้ไปยังบัญชีของบุคคลในเครือข่ายอย่างมีนัยสำคัญ,

กลุ่มนิติบุคคลที่ทำหน้าที่ส่งต่อกระแสเงินสด โดยตรวจพบการโอนเงินเป็นทอดถัดมาจากกลุ่มรับชำระเงินผ่าน บริษัท เอแอลพีเอฟเอ็กซ์ พลัส จำกัด (ALPFX) และบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ก่อนจะเข้าสู่บัญชีส่วนบุคคล, กลุ่มที่มีพฤติการณ์การแปรสภาพทรัพย์สิน ซึ่งพบข้อมูลการทำธุรกรรมโอนเงินจากบัญชีธนาคารเข้าสู่ผู้ให้บริการสินทรัพย์ดิจิทัล ในช่วงปี 2564 ถึง 2567

ส่วนธุรกรรมทางการเงินของบุคคลที่เชื่อมโยงกับกลุ่มเครือข่าย จากเส้นทางการเงิน ระหว่างบุคคลตามรายชื่อที่ถูกตรวจสอบ พบบุคคลที่มีบทบาทสำคัญในการรับและส่งต่อกระแสเงินสด คือ นายภาวุธ พงษ์วิทยภานุ (ผู้ถูกตรวจสอบลำดับที่ 1) โดยตรวจพบรายการรับโอนเงินจากบริษัท สปาร์ก ดิจิทัล จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่เกี่ยวข้องกับระบบการโอนเงินของเครือข่าย

โดยพบรายการรับโอนเงินจำนวน 14 รายการ รายการละ 2,000,000 บาท รวมเป็นเงิน 28,000,000 บาท ภายในวันเดียว คือวันที่ 18 ก.ค.67 และจากการตรวจสอบฐานข้อมูลเพิ่มเติมยังพบยอดรวมมูลค่าธุรกรรมการโอนเงิน และรับโอนเงินสะสมรวมทั้งสิ้น 833,217,192.60 บาท

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันยังอยู่ในขั้นตอนของพนักงานสอบสวน บุคคลที่ถูกกล่าวหา และบริษัทนิติบุคคล ยังถือว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ และมีสิทธิ์ชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาตามกระบวนการของกฎหมายต่อไป

ติดตามข่าวสด

ข่าวเด่นประจำวัน