บิ๊กต่าย เร่งเครื่องสางปมโกงสอบท้องถิ่น เผยได้ชื่อผู้เกี่ยวข้อง-แบ่งกลุ่มหมดแล้ว ผบช.ก. จ่อแถลงข่าวจับขบวนการพรุ่งนี้ หลังจับ 3 ผู้ต้องหา เตรียมนำคำให้การประกอบหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์รวมในสำนวน
เมื่อเวลา 14.55 น. วันที่ 14 ก.ค.2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. แถลงภายหลังร่วมประชุมคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเป็นข้าราชการหรือพนักงานส่วนท้องถิ่น ปี 2568 ว่า คณะกรรมการตรวจสอบ มีคำสั่งแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อดำเนินการตรวจสอบเรื่องการสอบทุจริตสอบท้องถิ่น โดยมอบหมายให้ตนเป็นหัวหน้าคณะทำงาน มีการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. เป็นต้นมา
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ตนย้ำว่าเป็นการพูดในเรื่องของข้อมูล คณะกรรมการและคณะทำงานชุดนี้ มีหน้าที่ทำให้เกิดข้อเท็จจริงจึงวางกรอบแนวคิดไว้ 3 ขั้นตอน
ขั้นตอนแรกคือ ขั้นตอนการเตรียมการสอบ มีข้อเท็จจริงอะไรเกิดขึ้นบ้าง เช่น มีการวิพากษ์วิจารณ์ว่า TOR ถูกหรือไม่ การรับสมัครถูกหรือไม่ การออกข้อสอบ การเก็บข้อสอบ การรักษาความปลอดภัย ถูกหรือไม่ เป็นหน้าที่ของคณะทำงานชุดนี้ที่ต้องทำให้ปรากฏ ว่าประเด็นเหล่านั้นมีข้อเท็จจริงเป็นแบบไหน
ขั้นตอนที่ 2 คือ ระหว่างการสอบ การแบ่งกลุ่ม การจัดสถานที่ การแจกข้อสอบ การทำข้อสอบ การนั่งคุมข้อสอบ มีข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในขั้นตอนและกระบวนการนี้อย่างไร และขั้นตอนสุดท้าย คือหลังการสอบ ทั้งการประมวลผลการสอบ การตรวจข้อสอบ มีการวิจารณ์เรื่องการแก้ไขคำตอบ เรื่องคะแนนสอบ เป็นหน้าที่ที่พวกตนจะต้องนำข้อมูลต่างๆ มาประกอบ
ในขั้นตอนก่อนและหลังการสอบ นอกจากข้อเท็จจริงมีใครบ้างที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนต่างๆ และมีกฎหมาย ระเบียบคำสั่ง ที่เกี่ยวข้องในแต่ละขั้นตอน ตั้งแต่วันที่ 10-13 ก.ค. เป็นช่วงที่พวกเราทำงานกันอย่างหนัก เพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงมา ซึ่งใน 4 วันนี้ได้มีหนังสือไปยังหน่วยงานต่างๆ ทั้งสถาบันการศึกษา สถาบันการเงิน เราขอเอกสารมา และขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการวิเคราะห์แยกแยะข้อมูล
พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า ส่วนรายละเอียดเชิงลึก ต้องรอคณะทำงานรวบรวมข้อมูลก่อน ว่าเกี่ยวข้องกับผู้ใด ซึ่งจะนำไปสู่การวิเคราะห์และออกมาเป็นข้อสรุป เพื่อรายงานคณะกรรมการที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน และรายงานต่อนายกฯ ว่าบทสรุปและข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น
มีเรื่องวินัยจริยธรรมและการแก้ไขในระยะยาว ในเรื่องการจัดสอบในเชิงระบบ และเชิงนโยบายอย่างไร เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และเป็นไปในทิศทางที่ถูกต้องที่สุด และจะไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกได้อย่างไร
หลังจากนั้นเหลือเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งเดือน เนื่องจากในคำสั่งระบุไว้ว่าต้องทำภายใน 30 วัน เราพยายามตั้งใจตรวจสอบข้อเท็จจริงให้เสร็จภายใน 30 วัน ตามคำสั่งของนายกฯ และนายปกรณ์ ได้เน้นย้ำว่าถึงเวลาที่เราต้องจัดระเบียบบ้านเมืองให้ดี เราจะนำข้อเท็จจริง มานำเสนออย่างตรงไปตรงมาอีกครั้ง
เมื่อถามว่าตอนนี้ตำรวจได้รับข้อมูลครบถ้วนเพื่อไปสู่การสอบสวนใช่หรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้มาพอสมควร แต่หากถามว่าครบหรือไม่ ก็ยังมีประเด็นข้อเท็จจริงตั้งแต่ก่อน ขณะสอบและหลังสอบอีกหลายเรื่อง ซึ่งต้องนำมาหาข้อมูลผ่านการเรียกเอกสารจากการขอความร่วมมือมาเรียกสอบ จึงจะเรียกว่าครบถ้วน และสรุป
ในช่วง 1 สัปดาห์จากนี้จะเดินหน้าเร่งรัดดำเนินการ และจากที่ได้รับเอกสารจากหน่วยงานต่างๆ ทั้ง มศว กระทรวงมหาดไทย โดยเฉพาะมาตรฐานการสอบจาก ก.พ.ซึ่งมีข้อปฏิบัติ 10 กว่าข้อ เราเอามาตั้งเป็นมาตรฐานไว้ซึ่งเปรียบเทียบไม่ยาก แต่มีรายละเอียดเยอะ
ฉะนั้น การใช้เวลาตรวจสอบข้อเท็จจริงจึงจำเป็น แต่หากเปิดเผยรายละเอียดออกไปจะทำให้กระทบต่อวิธีการตรวจสอบได้ ตนให้แนวคิดก่อน ขณะสอบและหลังสอบเราตั้งประเด็นเรื่องข้อเท็จจริงไว้ตั้งแต่วันที่ 9 ก.ค. ซึ่งทีมงานได้รวบรวมเอกสารเพื่อวิเคราะห์ในเบื้องต้น
ย้ำว่ามีความคืบหน้าไปมาก และใครเกี่ยวข้องในกระบวนการใด ก็จะนำมาตรวจสอบข้อเท็จจริง และมีกฎหมายอะไรที่เกี่ยวข้องในแต่ละกระบวนการ ก็จะทำข้อเสนอแนะเพื่อเสนอต่อนายกฯ
เมื่อถามว่ามีการตั้งข้อสังเกตว่าอาจเชื่อมโยงไปถึงระดับพรรคการเมือง นายกฯ กำชับอะไรหรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า นายกฯ กำชับเพียงอย่างเดียวคือให้ข้อเท็จจริงปรากฏต่อสังคมและตรงไปตรงมา ส่วนจะไปเชื่อมโยงกับใคร ตนคิดว่าวันข้างหน้า คงจะได้ทราบข้อเท็จจริงว่าเป็นกลุ่มใดบ้าง ซึ่งเราคงไม่ชี้หนึ่งชี้สอง ใครผิดใครถูก แต่ขอให้ข้อเท็จจริงออกมาก่อนจึงจะมองออก
เมื่อถามว่าได้รายชื่อผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้วใช่หรือไม่ ผบ.ตร. กล่าวว่า ได้แล้ว ได้รับข้อมูลตั้งแต่ผู้สมัครจำนวนหลายแสนคน ซึ่งอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ โดยผู้เกี่ยวข้องถูกจัดแบ่งออกเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มขั้นเตรียมการ ตั้งแต่คณะคณะกรรมการจัดทำทีโออาร์ กระบวนการกำหนดตำแหน่ง การรับสมัครสอบ การพิจารณาคุณสมบัติและการประกาศ ฉะนั้นขอให้ลองนึกว่าใครเกี่ยวข้องบ้างในแต่ละขั้นตอนบ้าง
ผบ.ตร. กล่าวว่า เรื่องการตรวจสอบทุจริตสอบตนเป็นผู้รับผิดชอบ โดยมีพล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วยผบ.ตร. เข้ามาเป็นคณะทำงานด้วย
ต่อมาเวลา 15.00 น. พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง(ผบช.ก.) กล่าวถึงกรณีกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จับกุมตัว จ่าพิชิต ดร.วิน และน้องสาว 3 ผู้ต้องหาในคดีทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่นว่า ขอให้รอการแถลงข่าว คาดว่าน่าจะเป็นพรุ่งนี้ (15 ก.ค.) โดยอาจมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯและรมว.มหาดไทย ไปเป็นประธานแถลงข่าว
เมื่อถามว่าผู้ถูกกล่าวหาให้การเป็นประโยชน์ต่อรูปคดีหรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า ขอให้รอการแถลงข่าวในวันพรุ่งนี้ทีเดียว หลังจากนี้ตนจะเข้าไปที่กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง เพื่อรับฟังรายงานการสอบปากคำ
ส่วนกิต และส้ม ผู้ที่ปรากฏในคลิปเสียงจะต้องเรียกตัวมาสอบปากคำด้วยหรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ กล่าวว่า เรามีอีกชุดทำงานหนึ่งที่คอยตรวจสอบ ซึ่งตอนนี้ยังไม่ได้ข้อมูลอะไรเยอะ
เมื่อถามว่ามีประเด็นใดที่ต้องสอบปากคำเพิ่มเติมหรือไม่ พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ ระบุว่า ต้องไปดูหลักฐานเพิ่มเติมว่ามีการให้ปากคำอย่างไร ซึ่งเราจะนำคำให้การดังกล่าว มาตรวจสอบเพิ่มเติม แล้วนำไปตรวจเช็คกับสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ส่วนมีการตั้งประเด็นสอบอะไรไว้บ้าง ต้องขอไปดูประเด็นก่อน