กกต. ขอสังคมมั่นใจคดีฮั้วสว. ยันทุกคำวินิจฉัย ยึดตามพยานหลักฐานก่อนส่งศาล ชี้คลิปเสวนาใช้เป็นหลักฐานไม่ได้ หากอยู่นอกสำนวน ย้ำพบฮั้วบางจังหวัด ไม่กระทบทั้งระบบ
เมื่อวันที่ 15 ก.ค.2569 ที่โรงแรมเซ็นทาราไลฟ์ ศูนย์ราชการฯ แจ้งวัฒนะ นายสิทธิโชติ อินทรวิเศษ กรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ให้สัมภาษณ์ถึงความคืบหน้าในการพิจารณาคดีฮั้วเลือกสว.ว่า การพิจารณาคดีไม่มีการตั้งธง แต่ดำเนินการตามพยานหลักฐานที่คณะสืบสวนไต่สวนชุดที่ 26 ได้รวบรวมไว้
อีกทั้งคดีนี้ไม่ได้ทำโดยเปิดเผย ทำให้พยานหลักฐานหายาก และพยานที่เข้ามาให้การ เราก็ต้องปกปิดชื่อเพื่อความปลอดภัย ในส่วนของพยานหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ได้รับความร่วมมือจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) แม้จะรวบรวมหลักฐานได้จำนวนหนึ่ง แต่ยอมรับว่าจะให้หาพยานหลักฐานง่ายๆ แบบคดีทั่วไปคงลำบาก
อย่างไรก็ตาม กระบวนการทางกฎหมายมีขั้นตอน โดยการพิจารณาความผิดในทางอาญา ต้องมีหลักฐานฟังได้ชัดเจนว่าเขาได้กระทำความผิด หากหลักฐานไม่ถึงขั้นความผิดอาญา แต่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าผู้ถูกกล่าวหามีความผิด ทางกกต. ก็ส่งเรื่องไปเพื่อเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง หรือให้พ้นจากตำแหน่งได้ แต่อาจไม่ถึงอาญา
ถือเป็นดุลยพินิจของ กกต.ทั้ง 7 คนว่าจะพิจารณาว่าพยานหลักฐานที่มีนั้นไปถึงขั้นใด และเพียงพอหรือไม่ที่จะนำไปสู่การพิจารณาของศาลได้
เมื่อถูกถามถึงคลิปการเสวนาคดีฮั้วสว.ที่ปรากฏตามสื่อในขณะนี้ จะนำมาประกอบการพิจารณาหรือไม่ นายสิทธิโชติ กล่าวว่า คลิปต่างๆที่ปรากฏตอนนี้อยู่ในสำนวนของ กกต.แล้ว และคณะชุดที่ 26 ได้รวบรวมได้หมดแล้ว
แต่คลิปใหม่ๆ ที่ปรากฏ มันไม่เกี่ยว พยานบางคนที่ไปพูดในงานเสวนาก็ยังเป็นพยานปกปิดของ กกต. ทั้งนี้ ตนไม่ได้ฟังในสิ่งที่เขาพูดในงานเสวนา จึงบอกไม่ได้ว่าเขาพูดจริงตรงตามที่เขาได้สัมผัสมาหรือไม่ แต่พยานหลักฐานเหล่านี้ เคยให้การกับคณะชุดที่ 26 แล้ว และเราได้นำคำให้การมาเป็นพยานในสำนวน
ส่วนที่พยานพูดนอกสำนวน มันสร้างได้แค่ความรู้สึก แต่เอามาใช้เป็นพยานหลักฐานในสำนวนไม่ได้ กกต.จะพิจารณาจากพยานหลักฐานที่มีในสำนวนเท่านั้น
เมื่อถามถึงข้อกังวลกรณีรายชื่อ 229 คน ที่เกี่ยวข้องกับคดีฮั้วสว. ถูกโยงใยกับการเมืองระดับบ้านใหญ่ อาจถูกตีตกจากการพิจารณาของ กกต.นั้น นายสิทธิโชติ กล่าวว่า คดีนี้ยังไม่มีการลงมติ จึงตอบยาก เป็นเรื่องที่กกต.จะต้องใช้ดุลยพินิจพิจารณา ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน
แม้เราเห็นภาพ แต่ต้องดูว่าพยานหลักฐานจะนำไปสู่การพิจารณาของศาลได้หรือไม่ แต่ถ้าไม่มีพยานหลักฐาน ก็ไปสู่ศาลไม่ได้เหมือนกัน
เมื่อถามว่าหากพบการฮั้วในจังหวัดใดจังหวัดหนึ่ง จะทำให้กระบวนการเลือกสว.เสียหายทั้งระบบหรือไม่ นายสิทธิโชติ กล่าวว่า มันเสียเป็นการเฉพาะตัว ไม่ทำให้กระบวนการทั้งหมดเสียไป เพราะอย่าลืมว่าคนที่เขาไม่ได้ฮั้วก็มี คนที่ฮั้วก็อาจจะมีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานที่กกต.จะต้องพิจารณา
เราจะทำให้ดีที่สุด แต่จะเป็นไปตามที่สังคมบางส่วนอยากให้เป็นหรือไม่ เราตอบไม่ได้ อยู่ที่ดุลยพินิจของ กกต.ทั้ง 7 คน ทั้งนี้ การลงมติของกกต.ในคดีนี้ คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนส.ค. เพราะได้พิจารณาไปเยอะแล้ว
“ประชาชนยังคาดหวังต่อกกต.ได้ เพราะมีกกต. ไว้เพื่อคัดคนดีเข้าสู่สังคมการเมือง แต่ตอนนี้เราทำตามใจที่เราคิดทุกอย่างไม่ได้ เพราะมีกฎหมายให้เราใช้พิจารณา ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐาน เชื่อมั่นเถอะว่ากกต.ทั้ง 7 จากที่ผมสัมผัสในห้องประชุม ท่านเป็นคนดี เป็นคนเก่ง ผมคิดว่าทุกท่านใช้ดุลยพินิจในทางที่เหมาะสมแน่นอน อย่าได้กังวล ทุกอย่างมีเหตุผลของมัน” นายสิทธิโชติ กล่าว
กกต. กล่าวว่า ถ้าจะยก ไม่ไปศาล ก็มีเหตุผล แต่ถ้าให้ไป ก็จะมีเหตุผลว่าให้ไปเพราะอะไร ทุกคนมีเหตุผลเขียน อย่างคำพิพากษาที่ออกมาก็ไม่ได้ถูกใจใครทั้งหมด แต่อยู่ที่เหตุผล ส่วนแรงกดดันจากสังคมเป็นเรื่องปกติ กกต.ก็โดนกดดันตลอด แต่เราต้องมีแนวทางทำงานที่ดี มั่นใจได้ว่ามีเหตุและผล อย่าได้กังวล